Monthly Archives: ตุลาคม 2009

เสวนา “คณะกรรมการมรดกโลกชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา” – ส่งหนังสือร้องยูเอ็นฯ สอบยูเนสโก

เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ และภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร จัดเสวนาในหัวข้อ “คณะกรรมการมรดกโลก : ชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย – กัมพูชา” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ พร้อมกันนี้ ภาคีเครือข่ายฯ โดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เป็นตัวแทนประชาชนผู้ลงนาม ยื่นหนังสือร้องเรียนยูเนสโกไปยังยูเอ็นผ่านประธานรัฐสภา ผ่าน ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน ฐานะประธานคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ และคณะ ๔๐ ส.ว. หลังประธานการจัดงานฯ นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวเปิดงานเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มการบรรยายโดยวิทยากร นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหาร โดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้ดำเนินการเสวนาและวิทยากร ซึ่ง นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. วิทยากร ได้ให้ความเห็นและทัศนะหลายประเด็น โดยเฉพาะการเรียกร้องให้รัฐบาล “เลิกแหย” ขณะที่ นายวสุ โปษยะนันทน์ สถาปนิกกรมศิลปากร และเลขาธิการสมาคมอีโคโมสไทย ให้ข้อมูลการดำเนินการและความเกี่ยวข้องของอีโคโมสไทยกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ชี้ประเด็นความไม่ชอบมาพากลของคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโกไว้หลายประการ

หมวด ความเคลื่อนไหว, มีเดีย | แท็ก , | 8 ความเห็น

เสวนา คณะกรรมการมรดกโลกชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

คณะกรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร จัดเสวนาเรื่อง “คณะกรรมการมรกดโลก ชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา” ในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ (อาคารวุฒิสภา) การเสวนาครั้งนี้เป็นลำดับต่อเนื่องของการเสวนา/สัมมนาทางวิชาการ ๒ ครั้งก่อนหน้า โดยจะถกและเปิดประเด็นรายละเอียดปัญหาปราสาทและเขาพระวิหารอันเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา เจาะจงประเด็นเฉพาะ “คณะกรรมการมรดกโลก” หน่วยงานในสังกัดองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) อันเป็นต้นเหตุหลักหนึ่งของความขัดแย้ง

หมวด กำหนดการ | แท็ก | 1 ความเห็น

ภาคีฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ประธานรัฐสภา ยกเลิกมติฯ รับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา “ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร” นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จี้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ ซึ่งมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยทักษิณ ชินวัตร  เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทฉบับดังกล่าว กล่าวคือ มติฉบับดังกล่าวเป็นการยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ โดยปริยาย ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน นอกจากนี้ยังจี้ให้รัฐบาลและรัฐสภายกเลิกเพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีเจตนารมณ์ยืนยันการใช้แผนแม่บท พ.ศ. ๒๕๔๖ ไว้ ให้รัฐบาลให้ข้อมูลต่อ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องการชี้มูลของ ปปช. และความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้ และให้รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(ฝ่ายไทย) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ไม่กระทำการกีดกันประชาชนออกไปจากเรื่องนี้ และขอให้ตอบข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนที่ทันต่อเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ภาคีเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งรัฐบาลจัดเจ้าหน้าที่ระดับล่างรับหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นเวลา ๑๑.๐๐ น. เดินทางยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา ๑ พร้อมแถลงข่าว โดยมี ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน และ นายวีรา ชัยฤทธิ์ไชย ทนายความ ร่วมแถลงข่าว

หมวด ความเคลื่อนไหว, มีเดีย | แท็ก | Comments Off

ภาคีฯ แถลงข่าวกรณีไทยรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา

เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร เปิดแถลงข่าว ณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประเด็น “แผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐” ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นับเนื่องต่อมากระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี ๒๕๕๒ ได้ยอมรับแผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา ทั้งโดยปริยายและโดยจงใจปกปิดซุกซ่อน (และ/หรือความชุ่ยชิบของกระทรวงการต่างประเทศ) โดยรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันสมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติเห็นชอบ  “กรอบการเจรจาสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้” ด้วยคะแนน ๔๐๙ ต่อ ๗ เสียง  กรอบดังกล่าวมีแผนบทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ JBC ซึ่งปรากฏเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ (ANNEX 6) “Terms of Reference and Master Plan for the Demarcation of Land Boundary between the Kingdom of Thailand and  the Kingdom of Cambodia”  มีระบุไว้อย่างชัดเจนว่าให้ใช้แผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งแผนที่ดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยฝรั่งเศสฝ่ายเดียว มีความผิดพลาด ไม่ตรงกับสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส  ทั้งหากมีการยอมรับแผนที่ดังกล่าวจะส่งผลเสียร้ายแรง เกิดเป็นข้อผูกมัดให้ไทยเสียดินแดน

หมวด ความเคลื่อนไหว, มีเดีย | แท็ก , , , | 5 ความเห็น

ภาคีฯ แถลงข่าวด่วน กรณีรัฐบาลซุกแผนที่ ๑ ต่อ ๒ แสน

ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร นัดแถลงข่าวเป็นการด่วนกรณีที่รัฐบาลงุบงิบแอบซุก รับแผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา ซึ่งส่อนัยยะต่อการเสียดินแดน เนื่องจากแผนที่ฉบับดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนสูงและรุกล้ำกินแดนเข้ามายังพื้นที่อันอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย ภาคีเครือข่ายฯ กำหนดแถลงข่าวกรณีดังกล่าว ในวันพฤหัสบดี ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ชั้น ๙ อาคารเอนกประสงค์ ๑ สถาบันไทยคดีศึกษา ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  โดยมี ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานการแถลงข่าว ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์  นักวิจัย ระดับผู้เชี่ยวชาญ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ร่วมแถลงข่าว ร่วมด้วย ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร ——————————————— เอกสารเผยแพร่สำหรับการแถลงข่าว รัฐสภาไทยได้มีมติเห็นชอบ “กรอบการเจรจาสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นๆภายใต้กรอบนี้’” ด้วยคะแนน ๔๐๙ : ๗ เสียง เรียบร้อยแล้วตั้งแต่มีการประชุมร่วมกันสมัยสามัญนิติบัญญัติเมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ภายใต้กรอบนั้น มีการกำหนดแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ JBC ซึ่งปรากฏเป็นเอกสารภาษาอังกฤษในชื่อ Terms of Reference and Master Plan for the Demarcation of Land Boundary between –Thailand and –Cambodia มีการระบุไว้ชัดเจนในเอกสาร ให้ใช้แผนที่ 1:200,000 (hereinafter referred to as “the Maps of 1:200,000”)

หมวด กำหนดการ | 2 ความเห็น

เขมรยันสร้างถนนเชื่อมพระวิหารใกล้เสร็จ ส่งทหารลื่นปรี๊ด-ท่องเที่ยวลด ๑ ใน ๔

ฟิฟทีนมูฟ – พนมเปญโพสต์รายงานข่าววันนี้ (๕ ตุลาคม) ว่า ผู้บัญชาการกองกำลังประจำฐานใกล้ปราสาทพระวิหารกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ถนนความยาว ๗ กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านโกมุย (Ko Muoy) กับปราสาทพระวิหารใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้การลำเลียงกองกำลังไปยังพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น Yim Phim ผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ ๘ กองทัพบกกัมพูชา กล่าวว่า การก่อสร้างถนนสายโกมุยช่วง ๑๐๐ เมตร สุดท้ายใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันก็แล้วเสร็จ ทั้งยังระบุอีกว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางทหาร ทำให้การเคลื่อนกำลังพลเป็นไปอย่างสะดวก และเคลื่อนถึงแนวหน้าได้อย่างรวดเร็ว วันเดียวกัน Ten Navun เจ้าหน้าที่ RCAF Battalion 404 ระบุว่าทหารยังคงก่อสร้างถนนคอนกรีตและอาคารที่บริเวณแนวหน้าในตำบลจอมกะสาน (Chom Ksan) ๗ กิโลเมตรทางตะวันออกของปราสาท อย่างต่อเนื่อง

หมวด ข่าว | แท็ก | 1 ความเห็น

‘เขมร’ รุกขอเป็นสมาชิก ‘คณะกรรมการมรดกโลก’ – ‘มั่ว’ สนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ Khmer Sthapana ภาษาเขมร แปลเป็นฉบับภาษาอังกฤษใน Khmerization รายงานข่าวว่า ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีกัมพูชาได้แถลงแก่ผู้สื่อข่าวว่า กัมพูชาได้สมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก โดยคาดหมายว่าจะได้รับตอบรับเป็นสมาชิกคณะกรรมการโดยสมบูรณ์ในการลงมติวันที่ ๒๕ ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ในการแถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา นาย Pen Ngoeun ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรี ระบุว่า สมาชิกยูเนสโกชาติอื่น ๆ  จะยกมือสนับสนุนกัมพูชา เนื่องจากกัมพูชามีแหล่งทางโบราณคดีเก่าแก่จำนวนมาก จึงควรมีบทบาทในคณะกรรมการของยูเนสโก นาย Pen Ngoeun ยังเน้นย้ำอีกว่าพระวิหารและพื้นที่อาณาบริเวณอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา สอดคล้องกับแผนที่ตามข้อตกลง “เขมร-ไทย ๑๙๐๔” และสนธิสัญญา “เขมร-ไทย ๑๙๐๗” และตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศปี ๑๙๖๒

หมวด ข่าว | แท็ก | 1 ความเห็น