เดินตาม ๗ คนไทยไปหลักเขต ๔๖ ตอน ๑ ตามรอย

ฟิฟทีนมูฟ — เป็นที่น่ายินดีที่ ๕ ใน ๗ คนไทยได้กลับสู่แผ่นดินเกิด และควรได้รับการยกย่องในความเสียสละและการทำหน้าที่ สิ่งที่เกิดขึ้นในศาลกัมพูชาด้วยข้อจำกัดของการรับรู้ข้อมูลและเหตุผลของแต่ละคน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ควรถูกใครตำหนิ  และสองคนที่เหลือยังเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะยืนสู้เคียงข้างเพื่อนร่วมชาติ การกลับมาถึงเมืองไทยและการออกมาให้ข้อมูลของสองคน คือ คุณตายแน่ มุ่งมาจน ในรายการงงประเทศไทย เมื่อคำวันที่ ๒๒ มกราคม และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ สายวันที่ ๒๓ มกราคม ได้ให้การรับรู้กับเราหลายอย่าง

ภายหลังที่คลิปวีดีโอความยาว ๒๐ กว่านาทีถูกนำเผยแพร่ ฟิฟทีนมูฟได้ศึกษาวีดีโอดังกล่าวซ้ำ ส่วนหนึ่งเพื่อปรับรายละเอียดของแผนที่เส้นทางเดินให้ถูกต้องสุด อีกส่วนเพื่อหาคำตอบกับบางคำถาม วีดีโอนั้นแม้ภายหลังคุณตายแน่เปิดเผยว่ามีความสมบูรณ์ไม่มีการตัดต่อ ขณะที่ฟิฟทีนมูฟสังเกตเห็นร่องรอยการ “ตัดสลับตอน” ตั้งแต่คราวแรก และเมื่อนำวีดีโอมาตัดใหม่จะเห็นความต่อเนื่องและเส้นทางเดินที่ชัดเจน (จะนำวีดีโอเผยแพร่ภายหลัง) และจัดทำเป็นแผนที่ทางเดินใหม่พร้อมรายละเอียดดังนี้

nong-chan-maps-revised3

ภาพถ่ายดาวเทียมของกูเกิ้ล ถูกถ่ายเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ เป็นช่วงของปีเดียวกันกับการลักพาตัว ๗ คนไทย ทำให้ลักษณะของต้นไม้ใบหญ้าใกล้เคียงกันและไม่ยุ่งยากในการเปรียบเทียบกับคลิปวีดีโอ ด้วยความที่ค่อนชีวิตของผู้เขียนเป็นเด็กชนบทโตมากับท้องนาและสวน รู้ว่าลักษณะต้นไม้ จอมปลวก คันนา ไม่ว่ากี่ปีหรือกี่สิบปีจะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ระหว่างรุ่นคนหนึ่งสู่อีกรุ่นคนก็มีการเปลี่ยนแปลงน้อยหากไม่เปลี่ยนรูปแบบการใช้พื้นที่ คือ กี่ปีคันนาก็จะอยู่ที่เดิมและต้นไม้ในนาก็เหมือนเดิม จะโตกว่าเดิมก็ไม่กี่มากน้อย ยกเว้นต้นไม้ประเภทอื่นที่ปลูกใหม่ในบริเวณใกล้เคียง นั่นทำให้เราสามารถใช้คันนาและต้นไม้กำหนดระยะและเส้นทางได้ จะว่านั่งนับคันนาและดูระยะระหว่างคันนาและต้นไม้ก็ไม่น่าจะผิดนัก เมื่อรู้ทิศจากแผนที่และรู้ซ้าย-ขวา ของคนทั้งหมด ทำให้เรารู้ว่ามุ่งจากไหนไปไหน เลี้ยวหรือไม่ที่จุดไหนซึ่งอาจเป็นเรื่องปลีกย่อย เส้นทางสีเหลืองส้มในภาพจึงเป็นการยืนยันเส้นทางเดิมที่เราทำมาแต่ต้น ( และ )

ประเด็นสงสัยว่าแท้จริงถูกลักพาตัวที่จุดใดของค่ายผู้อพยพชมรมบ้านหนองจาน คลิปดังกล่าวได้ให้คำตอบไว้

เมื่อเลี้ยวซ้ายครั้งสุดท้ายเข้าหมู่บ้านคุณวีระได้พูดเรื่อง “วัวเถื่อน” แล้วมุ่งตรงเข้าไปในหมู่บ้าน ที่ทางแยกแรกเหมือนว่าทั้งหมดจะกระจายกันสองฟากถนนเพื่อหาว่ามีชาวบ้านคนใดพูดไทยได้ และพบว่าคนที่เสื้อสีเข้มบ้านสังกะสีขวามือพูดได้จึงมีการซักถาม ในคลิปชายคนนั้นเรียกหมู่บ้านโชคชัย1 แห่งนี้ว่า “ชมรมหนองจาน” และระบุต่อว่าอยู่ในเขตอำเภอโอจะเร้า (Ou Chrov) ก่อนจะถูกห้าม น่าสังเกตว่าชาวเขมรคนนี้แม้บอกว่าอยู่มาตั้งแต่แรก ยี่สิบกว่าปี แต่บอกชื่อตำบลผิด โดยบอกว่าอยู่ตำบลสำโรง ปอยเปต ขณะที่ตามการแบ่งเขตการปกครองและข่าวต่าง ๆ ที่เราติดตามมาก่อนหน้าหมู่บ้านนี้ควรอยู่ในตำบลโอบีจวน (Ou Bei Choan) ยกเว้นเขามีเจตนาจะบอกว่าชื่อตำบลเหล่านี้อยู่อำเภอเดียวกัน

จากนั้นคุณพนิชผละออกมาที่ร้านค้าริมถนนอีกฟาก เสร็จจากดื่มน้ำก็ข้ามแยกไปร้านขายของขวามือแล้วคุยกับคนขายน้ำมันขวด สอบถามว่าใช้เงินไทยซื้อได้หรือไม่ ถามทางไปวัด แล้วชวนกันดูป้ายพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ของฮุน เซน ก่อนเดินต่อไป ในรายการสภาท่าฯ ร.ต.แซมดินให้ข้อมูลว่าพอออกจากจุดนี้ก็ถูกตามประกบ และถูกคุมตัวโดยทหารเขมรที่ถือวิทยุสื่อสาร  รายละเอียดที่เหลือไม่มีในคลิป แต่จากปากคำบอกเล่าของ ร.ต.แซมดินทำให้ทราบว่าถูกพาเดินไปถ่ายรูปที่หน้าวัด และพาไปริมสระน้ำขนาดใหญ่ซึ่งจากที่เรามีทำให้เราระบุตำแหน่งการควบคุมตัวตามแผนที่

สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ช่วงเวลานับจากเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ จนถึงธันวาคม ๒๕๕๓ บ้านเรือนชาวเขมรที่ปรากฏในคลิปเมื่อเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียมเพิ่มขึ้นตามรายทางจำนวนมาก คำถามคือถ้ารัฐบาลถือว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ ยืนยัน MOU 43  และการทำงานของ JBC ทำไมปล่อยให้มีการตั้งบ้านเรือนเพิ่ม

ข้อมูลจากปากคำชาวบ้านในรายการสภาท่าพระอาทิตย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและรายการคนในข่าว ทำให้สามารถระบุตำแหน่งที่ดินชาวบ้านโดยเฉพาะของนายเบ นายบุญจันทร์ และนายหมา ซึ่งเป็นจุดสำคัญ

ฟืฟทีนมูฟเลือกจะเชื่อข้อมูลจากปากคำชาวบ้านด้วยเหตุผลเดิมคือความที่เป็นคนชนบท อยู่กับคนเฒ่าคนแก่พูดคุยสอบถามมาตั้งแต่เล็ก ทำให้รับรู้ว่าตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๐๐ นั้น ชาวบ้านจับจองพื้นที่ทำกินกันอย่างไร และกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ประเภทต่าง ๆ เป็นมาอย่างไร ชาวบ้านเป็นคนอยู่กับพื้นที่ตั้งแต่เล็กจนรับช่วง ดังนั้นเขาจะรู้ตำแหน่ง ขอบเขตทั้งหมด ไม่ว่าที่ดินแปลงนั้น ๆ จะถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรและกี่ปีก็ตาม หากเป็นเจ้าของที่ดินเองย่อมรู้ชัดโดยไม่มีข้อสงสัย อีกประการ กระบวนการขั้นตอนการออกเอกสารสิทธิ์ การซื้อขายเปลี่ยนมือ นอกจากต้องอาศัยเจ้าหน้าที่รังวัดที่ต้องเดินจริงในพื้นที่แล้ว ชาวบ้านที่มีที่อยู่ชิดในทุกด้านต้องลงชื่อรับรองด้วย เป็นเหตุให้บางทีชาวบ้านเลี่ยงความยุ่งยากโดยการขุดคูเล็ก ๆ รอบที่ เรียกว่า “เหมือง” เพื่อแยกที่ดินให้ขาดจากกัน กระบวนการออกเอกสารสิทธิ์และซื้อขายไม่ต้องอาศัยเจ้าของที่ดินข้างเคียง กรณีที่ดินชาวบ้านหนองจานเมื่อมีชาวบ้านที่ดินข้างเคียงยืนยันจึงเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนัก

เมื่อเราเดินตาม ๗ คนไทย ไปจนสุดทาง ได้รู้ว่าที่ดินของชาวบ้านอยู่ตำแหน่งใด บทความตอนต่อไปจะพาไปดูหลักเขตที่ ๔๖

--------------------------------------
  1. ជោគជ័យ เมื่อถอดการสะกดชื่อตรงจากภาษาเขมรแบบตรงตัวกับอักษรไทย ชื่อหมู่บ้านเขียนว่า โชคชัย แต่จากคำสะกดภาษาอังกฤษและวิธีออกเสียงเขมรอาจอ่านออกเสียงได้ว่า โจ็กจัย []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.