เดินตาม ๗ คนไทยไปหลักเขต ๔๖ ตอน ๒ หลักเขต

ฟิฟทีนมูฟ — จากคำให้สัมภาษณ์ของ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และวีดีโอคลิปความยาว ๒๐ นาที คนไทยทั้ง ๗ ไม่ได้เห็นหลักเขตและไม่ทราบว่าตำแหน่งอยู่ที่ใด ย้อนไปเมื่อวันที่ ๕ มกราคม คณะคนไทยหัวใจรักชาติโดย ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เดินทางดูพื้นที่คนไทยถูกจับกุม ก็ไปไม่ถึงหลักเขต ถูกกันไว้ที่แนวรั้วเดิมของค่ายผู้ลี้ภัยบ้านหนองจาน โดย ตชด. ขึงลวดหนามพร้อมวางกำลังกันอีกชั้น ห่างไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ในท้องนาและป่าปลูกใกล้ ทหารกัมพูชาตรึงกำลังพร้อมอาร์พีจี อาก้า และปืนกลไม่ทราบชนิด วันนั้นเราได้เห็นหลักเขต ๔๖ ชัด ๆ หนึ่งครั้ง

ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามตรึงกำลังบนที่ดินนายเบเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔ ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามตรึงกำลังบนที่ดินนายเบเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔
ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามตรึงกำลังบนที่ดินนายเบเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔ ที่คณะคนไทยหัวใจรักชาติไปพิสูจน์จุดจับตัว ๗ คนไทย

ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามครบมือตรึงกำลังบนที่นาซึ่งเป็นที่ดินของนายเบ ก่อนวางกำลังเป็นแถวหน้ากระดาน ทหารกัมพูชาเหล่านี้ซุ่มดูเหตุการณ์ในแนวป่าปลูกด้านหลัง ป่าด้านหลังคือตำแหน่งปัจจุบันของหลักเขตที่ ๔๖ และทหารกัมพูชายืนอยู่ที่หลักเขตนั้น

armed-khmer-chok-chey-post-no-46-03
หลักเขตที่ ๔๖ มีทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามครบมือ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔

หลักเขตขนาดประมาณหลักกิโลเมตรบนทางหลวง มีร่องกลางเป็นแนวแบ่งเขตแดน หากยึดถือตามตำแหน่งที่เป็นปัจจุบันโดยไม่คำนึงว่าหลักเขตนี้ถูกย้ายหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด ตำแหน่งหลักเขตที่ ๔๖ อยู่ลึกเข้ามาในพื้นที่ที่กัมพูชายึดครองจากแนวรั้วค่ายอพยพเดิมไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร เป็นแนวรั้วที่กัมพูชาถือเป็นเส้นเขตแดน ๗ คนไทยอาจไม่มีโอกาสได้เห็นหลักเขตที่ ๔๖ แต่หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามยืนอยู่ที่นั่นเพื่อรอรับคนไทยอีกคณะที่เดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตำแหน่งหลักเขตที่ ๔๖ นี้ ชาวบ้านในพื้นที่รู้ ทหารและตชด. ในพื้นที่ก็รู้ และกัมพูชาก็รู้ รัฐบาลไทยยิ่งย่อมต้องรู้ ..แต่รัฐบาลไทยรู้แล้วอย่างไรต่อ?

เราไม่อาจตำหนิทหารและ ตชด. ในพื้นที่ เพราะเรื่องพิพาทเขตแดนในยุคสมัยใหม่ “หัวต้องส่ายหางจึงจะกระดิก”

ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล ซึ่งศึกษาสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และอนุสัญญาและพิธีสาร ค.ศ. ๑๙๐๗ โดยละเอียดและยังจดจำได้ทุกถ้อยความ บอกแก่ฟิฟทีนมูฟบ่ายวานนี้ว่าหลักเขตจาก ๔๕ ไปถึงหลักเขตที่ ๔๘ เป็น       เส้นตรง ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าเป็นแนวหลักเขตจาก ๔๕ – ๔๘ จะถูกย้ายไปมาอย่างไร ไม่มีความเป็นไปได้แม้แต่น้อยที่แนวเขตแดนจะทำมุมตามแนวรั้วค่ายผู้อพยพอย่างที่กัมพูชายึดถือ

ภาพถ่ายดาวเทียมชมรมบ้านหนองจานแสดงตำแหน่งหลักเขตที่ ๔๖ และแนวเขตแดนที่กัมพูชายึดถือ
ภาพถ่ายดาวเทียมชมรมบ้านหนองจานแสดงตำแหน่งหลักเขตที่ ๔๖ และแนวเขตแดนที่กัมพูชายึดถือ (เส้นสีเหลือง)

ศ.ดร.สมปอง เล่าให้ฟังว่าหลักเขตในที่ราบทั้ง ๗๓ หลัก ทำขึ้นครั้งแรกเป็นหลักไม้ราวปี ค.ศ. ๑๙๐๘ และในปี ค.ศ. ๑๙๑๘ ได้เปลี่ยนเป็นหลักแท่งปูน ซึ่งทำกันลำบากและใช้เวลา หน้าที่หลักที่รัฐบาลต้องทำ โดย JBC คือไปหาตำแหน่งหลักเขตตามเอกสารข้อตกลงเดิมเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ไม่ใช่การปักปันเขตแดนกันใหม่

การเข้ายึดครองบ้านหนองจานและวาดเส้นเขตแดนใหม่ของกัมพูชาตามแนวล้อมรั้วค่ายผู้อพยพ โดยสมอ้างแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ทั้งที่ก็ไม่ได้ถือเอาแผนที่นี้กำหนดเขตอธิปไตย1 นั้น มีความเกี่ยวพันกับเหตุการณ์สงครามกลางเมืองของกัมพูชาโดยเฉพาะช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ทั้งก่อนหน้าและลำดับถัดมา (โปรดย้อนอ่านบทความ “คลิป ๗ คนไทยบอกอะไร-อะไรในโนนหมากมุ่น?” ทั้ง ๕ ตอน – และ ) หากพิจารณาเอกสารสิทธิ์ที่ราชการไทยออกให้ชาวบบ้านก็มีน้ำหนักในส่วนหนึ่ง และหากพิจารณาแผนที่ในช่วงพุทธศักราชใกล้เคียงนั้น เราจะเห็นหลักฐานที่มีน้ำหนักอีกส่วนหนึ่ง และต้องย้ำว่านี่เป็นการตรวจสอบ “ร่องรอย” ในอดีต ผ่านการพิจารณาคุณลักษณะโดยไม่ให้ความสำคัญต่อ “พิกัด”  แผนที่ทั้งสองตอนที่จะกล่าวถึงสามารถค้นหาต้นฉบับได้ไม่ยากในอินเตอร์เน็ต

หากพิจารณาแผนที่ L7016 ของกัมพูชาที่ทำร่วมกับกองทัพสหรัฐ (ซึ่งเป็นไปได้ว่าทำขึ้นก่อน L7017 ที่ไทยใช้) ในตอน POIPET (5536 III) เขียนกำกับ ๔ ภาษา ไทย อังกฤษ เขมร และเวียดนาม เส้นเขตแดนฝั่งกัมพูชาขณะนั้นระบุเป็นจังหวัดพระตะบอง ซึ่งแยกเป็นจังหวัดบันเตียเมียนเจ็ย ในปี ๒๕๓๑ จริงอยู่ว่า POIPET (5536 III) ไม่ได้ระบุหลักเขตและการระบุตำแหน่งหมู่บ้านอาจคลาดเคลื่อน แต่เราให้สังเกตว่า ๑) ไม่มีชุมชนหรือชื่อหมู่บ้านกัมพูชาใดอยู่เลยในจุดที่เป็นบ้านโชคชัยปัจจุบัน ๒) พื้นที่บริเวณนั้นเป็นป่าและที่ราบ และ ๓) แนวเขตแดนบริเวณบ้านโชคชัยปัจจุบันโค้งเล็กน้อยแต่ค่อนข้างตรง

L7016Poipet5536iii  L7017Bannongwaeng5536iv
(ซ้าย) L7016 POIPET (5536 III)  (ขวา) L7017 บ้านหนองแวง (5536 IV) มาตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐

เมื่อหยิบแผนที่เก่า L7017 บ้านหนองแวง (5536 IV) ที่เขียนระบุว่า “ข้อมูลตอนนี้รวบรวมถึง พ.ศ. ๒๕๑๒” และมีตราประทับ “LIBRARY OF CONGRESS DEC5-1980” ปี ๑๙๘๐ คือ พ.ศ. ๒๕๒๓ ความน่าสนใจของแผนที่ฉบับนี้คือ ๑) เก็บข้อมูลครั้งสุดท้ายในปี ๒๕๑๒ คือ ๘ ปี ก่อนหน้าการออกเอกสาร น.ส. ๓ ของนายเบ และ ๑๐ ปี ก่อนการอพยพหนีภัยครั้งใหญ่ของชาวกัมพูชาสู่ประเทศไทยโดยเฉพาะแนวตะเข็บหนองจาน หมากมุ่น ๒) พื้นที่บริเวณบ้านโชคชัยปัจจุบันเป็นที่ราบและป่า ไม่มีชุมชน และ ๓) เส้นแนวหลักเขต ๔๕-๔๘ เป็นเส้นตรง และระบุตำแหน่งหลักเขตไว้ชัดเจน

Ceainc ดาราชาวเขมรในสหรัฐอเมริกา เขียนเล่าเรื่องราวชีวิตไว้เมื่อกันยายน ๒๕๕๒ เขาเป็นผู้หนึ่งที่หนีภัยมาที่บ้านหนองจาน

In June 1979, my parents , my siblings , my wife and I decided to cross the border to Thailand . On the highway 5 west bond from Battambang, we saw a lot of death bodies laid in the rice field a long the road. We walked three days to get at Norng Chan village in Thailand . On the way there, we spent a lot of gold to bribe the militia. We lived in the blue plastic tent with ten thousands other refugees in the rice field . There had no any organization to help but Thai soldiers watched over us . Every body praised if United Nation would come to help us.

เป็นเหตุการณ์เมื่อมิถุนายน ปี ๒๕๒๒ นาย Cea ในวัยหนุ่มในครอบครัวคนมีฐานะเดินเท้าพร้อมครอบครัวอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาที่บ้านหนองจาน กางเต็นท์พักในท้องนากับผู้ลี้ภัยอื่นอีกหลายพัน สองสัปดาห์ให้หลังรัฐบาลไทยขนผู้อพยพเหล่านี้ผลักดันกลับกัมพูชาที่ดงรักแถบพระวิหาร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่ไทยตั้งค่ายอพยพอย่างเป็นทางการและทำข้อตกลงกับสหประชาชาติ ภายหลังนาย Cea และครอบครัวเดินทางมาหนองจานอีกครั้ง และตัดสินใจอยู่ที่นั่นระหว่างที่ทางการไทยนำผู้อพยพย้ายไปที่เขาอีด่างเพราะเกรงว่าจะถูกผลักดันกลับอีกครั้ง ภายหลังเขาเดินเท้าไปที่ค่ายเขาอีด่าง ก่อนขึ้นทะเบียนไปประเทศที่สาม นาย Cea เปิดเผยภาพเต็นท์พักพิงชั่วคราวของชาวเขมรอพยพที่บ้านหนองจานเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๒๒

tent_camp_nong_chan
เต็นท์ชั่วคราวของผู้อพยพชาวเขมรในทุ่งนาบ้านหนองจาน เมื่อมิถุนายน ๒๕๒๒

จากแผนที่ L7016 POIPET (5536 III) และ  L7017 บ้านหนองแวง (5536 IV) ประกอบคำบอกเล่าของนาย Cea ได้ข้อสรุปที่ต้องสรุปซ้ำ ๆ หลายครั้ง และอีกไม่รู้กี่ครั้งว่า ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่มีชุมชนหรือหมู่บ้านชาวกัมพูชาในพื้นที่ที่คนกัมพูชาในหมู่บ้านนั้นเองเรียกว่า “ชมรมหนองจาน”  เป็นป่าและท้องนาของคนไทยที่มีเอกสารสิทธิ์ ชุมชนกัมพูชาเป็นชุมชนเกิดใหม่หลังการปิดค่ายผู้อพยพ และแผนที่ ๒ ฉบับนั้นให้การกับเราว่าไม่มีทางใดเลยที่เส้นเขตแดนจะหักมุมในจุดที่เป็นที่ตั้ง “ป้อมยาม” ของทหารกัมพูชาตรงทางเข้าบ้านหนองจาน ไม่เคยมีใครพูดถึงว่ามีหลักเขตใดอยู่ตรงจุดนั้น  นับแต่มี MOU43 เป็นต้นมาชุมชนชาวกัมพูชาขยายตัวต่อเนื่อง การทำความกระจ่างชัดในเส้นเขตแดนผ่าน JBC ไม่เคยเกิดขึ้น และพื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นเขตควบคุมของทหารกัมพูชาโดยสมบูรณ์

ขณะปัจจุบัน กัมพูชาถือเอาแนวล้อมรั้วค่ายผู้อพยพบ้านหนองจานเป็นเส้นเขตแดน ขณะปัจจุบัน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือเอา “เส้นปฏิบัติการ” ที่ไม่ทราบที่มาที่ไปที่ทหารไทยและคนไทยเข้าไม่ถึงเป็นเส้นอ้างอิง ขณะปัจจุบัน นายศิริโชค โสภา ที่ไม่มีตำแหน่งใดแน่ชัดในรัฐบาลย้ายเอกสารสิทธิ์ชาวบ้านไปพ้นที่เดิม

และขณะปัจจุบัน ณ ตำแหน่งที่ตั้งหลักเขตที่ ๔๖ มีทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามครบมือยืนจังก้าในฐานะผู้ครอบครองควบคุมพื้นที่

--------------------------------------
  1. Article 2-The territorial integrity of the Kingdom of Cambodia shall absolutely not be violated within its borders as defined in the 1/100,000 scale map made between the years 1933-1953 and internationally recognized between the years 1963-1969 []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website