ฟิฟทีนมูฟ — หากว่าเมื่อสองสามวันที่แล้ว นักอ่านตำราอย่างนายปณิธาน วัฒนายากร ไม่เอ่ยถึงคำว่า “No man’s Land” ขึ้นมา อาจจะไม่ได้สะกิดความสงสัยที่ชวนสืบหาข้อเท็จจริง คำนี้ค่อนข้างเลือนหายไปจากความรับรู้ของคนไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่าสามสิบปี ถ้าย้อนเวลาไปช่วงก่อนหน้า No man’s Land ที่คนไทยรู้จักดีเห็นจะไม่พ้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เขตรอยต่อประเทศมาเลเซีย
อดีตนายทหารอาวุโสแห่งกองทัพบกซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ทัพภาคที่ ๔ ร่วมกับ พลเอก หาญ ลีนานนท์ ชวนฟิฟทีนมูฟย้อนความหลังเมื่อครั้งไทยกับมาเลเซียมีปัญหาอ้างสิทธิ์เขตแดนซึ่งที่สุดนำไปสู่การตกลงให้เป็นเขตที่ไม่อยู่ในอำนาจรัฐของสองประเทศ ทว่าพื้นที่นั้นกลายเป็นที่แทรกซ้อนซ่องสุมของกลุ่มเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย ทั้งการค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์และก่อการร้าย กลุ่มดังกล่าวให้การสนับสนุนทางการเงินให้กับพรรคบาธของมาเลเซีย “มหาเด” ในยุคนั้นเห็นว่าเป็นปัญหาต่อความมั่นคงและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จึงได้เจรจากับไทย แต่ระดับนโยบายของไทยซึ่งคือฝ่ายการเมืองยกเรื่องเหมืองถ่านหินเป็นข้ออ้างเพื่อคงสภาพ No man’s Land แต่ที่สุดก็มีการเจรจาเขตแดนจนแน่ชัดและปัญหาก็ยุติไป
สภาพ No man’s Land มีทุกแนวตะเข็บชายแดน ด้านติดต่อกับลาวก็เคยมีตามเกาะแก่งแม่น้ำโขง ทางการลาวเห็นเช่นเดียวกับมาเลเซียจึงเจรจากับไทยเพื่อให้ปัญหาเขตแดนเป็นที่ยุติ ขณะที่แนวชายแดนประเทศพม่าก็มีสภาพและปัญหาที่ไม่ต่างกัน และยังคงสภาพอยู่ในทุกวันนี้
No man’s Land เป็นที่ชื่นชอบของนักการเมืองเลว ๆ นายทหารเลว ๆ ผู้มีอิทธิพล และพ่อค้าเลว ๆ
คำถามจึงมีอยู่ว่าตะเข็บชายแดนด้านติดต่อกับประเทศกัมพูชามีสภาพ No man’s Land หรือไม่ อดีตนายทหารอาวุโสให้ข้อมูลที่กระจ่างชัดว่ามีและมีตลอดทั้งแนว การคงสภาพความไม่แน่ชัดของเขตแดนให้ “อึมครึม” และเป็นพื้นที่ความมั่นคงส่งผลให้อำนาจในการดูแลพื้นที่เป็นของทหารนั้น เป็นเขตปลอดภัยสำหรับกลุ่มที่ว่า นั่นคือ ทำให้ นักการเมือง นายทหาร พ่อค้า หากินสะดวก
ตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๒๐ เขตพื้นที่จังหวัดสระแก้ว กลุ่มที่มีอิทธิพลสูงคือกลุ่ม “แปดริ้ว-พนมสารคาม” ที่มีนายเสนาะ เชษฐา และมี วิชิต ร่วมด้วย
ระหว่างปี ๒๕๒๑-๒๕๒๒ นายทหารบูรพาต่างร่ำรวยและอู้ฟู่จากการหากินกับการ “ค้าทอง” จากผู้หนีภัยสงครามกัมพูชา ที่นำทองมาขายเพื่อกิน ใช้และขอความคุ้มครอง ซึ่งเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปในยุคนั้น
ปี ๒๕๒๓ ที่ ประวิตร ระบุว่าตนเข้าดูแลพื้นที่ในโนนหมากมุ่นนั้น “ประวิตรศรี” ผู้นี้เป็นลูกน้องคอยรับใช้นายเสนาะ ได้รับการสนับสนุนให้เติบใหญ่ในกองกำลังบูรพาตามลำดับ และด้วยพละกำลังของนายเสนาะผนวกกับนักการเมืองหญิงอีกคน “ประวิตรศรี” จึงได้ขึ้นแท่นเป็น ผบ.ทบ บีบลูกพี่ลูกน้องทักษิณ ชินวัตร ไปนั่ง ผบ.สส. ..“ไปก็ไปเป็นลูกน้องไอ้เหี้ยเหนาะ” คือคำโผงผางเมื่อเล่าเรื่องราวของประวิตรศรี
นับตั้งแต่ก่อนที่ “ประวิตรศรี” เข้าทำงานในพื้นที่กระทั่งปัจจุบัน พื้นที่โนนหมากมุ่น หนองจาน เป็นเขตความมั่นคงมาโดยตลอด อยู่ภายใต้การดูแลของทหารและตำรวจตระเวนชายแดน จึงปราศจากหน่วยงานอื่นอำนาจอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง บริเวณพิพาทตั้งแต่หลักเขตที่ ๔๕-๔๘ ที่คลุมพื้นที่โนนหมากมุ่นจึงมีสภาพ No man’s Land เมื่อคุยกับทหารเขมรรู้เรื่องและฝั่งไทยมี “ใครใหญ่” การทำมาหากินผิดกฎหมายในพื้นที่จึงสะดวกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการค้าสินค้าหนีภาษี การค้ามนุษย์ และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ประกอบกับที่ปอยเปตมี “คนใหญ่” อีกรายคุมพื้นที่เก็บค่าผ่านทางสินค้าหนีภาษี กลุ่มการค้าเหล่านี้จึงย้ายมาใช้เส้นทางโนนหมากมุ่น
นอกจากอิทธิพลใหญ่ยังมีกลุ่มผู้กว้างขวางในพื้นที่อีกมากที่ร่วมหากินในความอึมครึม บางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการย้ายหลักเขตให้ล้ำมายังฝั่งไทย เพื่อง่ายในการครอบครองที่ดิน ทำมาหากินอย่างเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ในฝั่งเขมร และการเปิดบ่อนการพนัน การย้ายหลักเขตจึงไม่จำกัดเฉพาะความพยายามของเขมรที่จะกินแดน แต่คนไทยเองก็มีส่วนอย่างสำคัญ นั่นคือทำไมเมื่อมีการร้องเรียนกรณีเขมรยึดที่ดินชาวบ้าน ทุกส่วนจึงพากันบอดใบ้
ความพยายามย้ายหลักเขตและลากเส้นเขตแดนใหม่ไม่ได้เกิดเฉพาะกับจังหวัดสระแก้วซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจังหวัดบ้านใต้มีชัยหรือบันเตียเมียนเจ็ยของกัมพูชา หากลงล่างไปที่บริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราดซึ่งอยู่ตรงข้ามจังหวัดไพลินของกัมพูชา ขณะปัจจุบันมีความพยายามที่จะลากเส้นเขตแดนให้เป็นเส้นตรงในบางจุด เพื่อให้เหมืองพลอยอยู่ในเขตกัมพูชา ที่ขั้นตอนในการขออนุญาตทำเหมืองง่ายกว่าฝั่งไทย
นายทหารท่านเดิมให้ข้อมูลว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากทั้งฝ่ายที่รับผิดชอบในพื้นที่และฝ่ายนโยบายซึ่งหมายถึงนักการเมือง ที่คอยหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนเรื่องเขตแดน คงสภาพความเป็น No man’s Land ไว้เป็นแหล่งทำมาหากิน ตะเข็บชายแดนกัมพูชาจะเกี่ยวพันกับสามเรื่องใหญ่ สินค้าหนีภาษี การค้ามนุษย์ และบ่อนการพนัน โดยมีเรื่องอื่นแทรกซ้อนด้วยเช่น การลักลอบตัดไม้พะยุงในเทือกดงรัก การเป็นทางผ่านส่งรถที่ถูกขโมยในไทยไปขายในเขมร และที่กำลังจะเกิดขึ้นคือเหมืองพลอย
ตอนล่างของแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีการหากินในลักษณะเดียวกัน จังหวัดเกาะกงของกัมพูชาอยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ลุงสาย” พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีลูกหลานคือ เตีย บัญ เติบใหญ่มีอำนาจในกองทัพกัมพูชาปัจจุบัน ต่อสายเชื่อมโยงการค้าผิดกฎหมายกับ “ชวลิต – วิชิต” ในฝั่งไทย
ปัญหาเขตแดนจึงมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง และไม่ใช่การ “ทับซ้อน” ในการอ้างสิทธิ์ครอบครองของสองประเทศเพียงลำพัง แต่เป็นการ “ทับซ้อน” ในผลโยชน์ของผู้มีอิทธิพลในระดับนโยบาย
ตอนต่อไปของ “คลิป ๗ คนไทยบอกอะไร-อะไรในโนนหมากมุ่น?” จะพากลับมาที่ประเด็นค่ายผู้อพยพบ้านหนองจาน จากปากคำผู้รับผิดชอบดูแลค่ายผู้อพยพแห่งนี้ รวมถึงข้อมูลหลักฐานของยูเอ็น




ขอบคุณมาก ท่านเน+ทีมงาน
โนแมนแลนด์ ณที่นี้ หมายได้ว่าเป็นดินแดนของ”สิ่งมีชีวิต”จำพวก”ไร้ยางอาย”
น่าอับอายแทนยิ่งนัก
No man’s Land ที่อยู่ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ที่ปาดังเปซาร์ สะเดา สงขลา ถึงวันนี้ ได้กลายเป็น Malaysian Land ไปแล้ว มิหนำซ้ำ กำแพงเขตแดนที่มาเลเซียสร้างใหม่ ก็ล้ำเข้ามาในฝั่งไทย จนสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ เดิม ก็อยู่ในเขตมาเลเซีย การรถไฟไทย จึงจำเป็นต้องสร้าง สถานีรถไฟใหม่ พูดง่ายๆ ประเทศไทยเสียดินแดน ครั้งหลังสุด ก็ที่ชายแดนปักษ์ใต้ ในสมัยของนายกจิ๋วอัลไซเมอร์ มาถึงปีนี้ ก็เกิดปัญหาเขตแดนด้านตะวันออก ปัญหาเขตแดนที่บ้านหนองจาน นี้ มีมานาน เป็นสิบปียี่สิบปีมาแล้ว แต่ทางการไทยที่ผ่านมา หลายๆรัฐบาล กลับทำเฉยปล่อยให้เขมรลุกล้ำ คนไทยทั่วไปก็ไม่รู้ พอมีผู้รักชาติ ออกมาเคลื่อนไหว เรื่องทั้งหมดจึงถูกเปิดเผย ถึงวันนี้ พี่หลวงบอกตรงๆ หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหน้านายกผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน ออกมาพูดจ้อๆทางทีวี ไม่รู้หนาวรู้ร้อน หรือว่า No man’s Land ที่หนองจาน รวมตลอดชายแดนฝั่งนี้ ไปจนถึง เขาพระวิหาร จะกลายเป็นเขมรแลนด์ ในยุคสมัยของนายกคนนี้เสียแล้วหรือ คิดแล้วเจ็บใจจริงๆ ตอนเด็กๆพี่หลวงเคยไปเที่ยวตลาดปาดัง เคยไปนั่งที่สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ ที่ สร้างมาพร้อมๆกับสถานีทุ่งสง สถานีจันดี ตั้งแต่สมัย ร.5 แต่วันนี้ เข้าไปไม่ได้แล้ว ทุกครั้งที่ไปธุระปาดังฯ ก็ได้แต่ด่าบรรพบุรุษของจิ๋วอัลไซเมอร์ ทุกทีไป ด่าที่สอนลูกหลานไม่ดี ไม่สอนให้ลูกหลานรักษาผลประโยชน์ของชาติ ถึงปีนี้ พ.ศ.นี้ ชายแดนทิศตะวันออก ก็ขออย่าให้เสียหายกลายเป็นของคนอื่นเหมือน ชายแดนปาดังฯ บ้านเรา เลย พี่หลวงมีคนให้ด่าอยู่แล้ว หนึ่ง อย่าให้เพิ่มอีกคนเลย….
พี่หลวง คนโบราณ
จะขอเป็นแนวร่วมคนหนึ่งครับ ผมเอา Link และบทความไปลงบนบล๊อคผมด้วย
ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูน มาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๗ ครับ
ถ้ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทำอะไรไม่ได้ก็ควรจะต้องลาออกไปเสียให้คนที่เขาทำได้มาทำแทนกว่าถั่วจะสุกงาก็จะไหม้คนไทยที่ขายชาติไม่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและโอนอ่อนไปเอาผลประโยชน์ของคนไทยก็ควรจะโอนสัญชาตไปเป็นเขมรดีกว่าตอนนี้พี่น้องคนไทยเจ็บใจและเฝ้ารอคนไทยทั้งหมดกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
เขาไม่โอนชาติหรอกคุณ ก็เขมรมันจนจะตาย สู้งาบของไทยไม่ได้ สบายปากแถมไม่ใครทำอะไรได้อีกต่างหาก
ไม่ออก ไม่โอน จะทู่ซี้อยู่มันไปยังงี้แหละ เขมรมันจนจะตาย โอนชาติไปทำไมให้โง่ สู้เป็นไทยไม่ได้ งาบก็ง่าย จับได้ก็ไม่กลัว ใครด่าเราไม่ฟังซะอย่าง ไม่นานคนด่าก็ปากฉีกตายไปเองแหละ
ที่มีปัญหาเรื่องเขมรขึ้นมาเพราะเรามีรมว.กลาโหมเป็นกะเทยแก่ที่ขี้ขลาด และมีนายกเป็นเกย์กับไอ้ wallpaper (ศิริโชค) และมีรองนายกฝ่ายความง่อนแง่นเป็นนักค้าน้ำมันเถื่อน และประเทศไทยจะมีอนาคตอย่างไร อยากให้ทหารหาญลุกขึ้นมาจัดการกับไอ้พวกนี้ ยิงเป้ามันให้หมดประเทศจะได้เจริญ
ได้ช่าวว่าพ่ออภิสิทธิ์ป่วยอยู่ ขอให้อย่าเพิ่งตายไวนะขอให้ทรมานไปเรื่อย ๆ ก่อน อภิสิทธิ์มันจะได้ทรมานมาก
ๆ แต่ไม่แน่นะมันอาจจะไม่รู้สึกอะไรก็ได้เพราะมันเป็นลูกฮุนเซน แม่มันโดนฮุนเซนเอาตอนอยู่ธนาคารแห่งประเทศไทยนั่นเอง