คลิป ๗ คนไทยบอกอะไร-อะไรในโนนหมากมุ่น? (ตอนที่ ๔ ค่ายอพยพบ้านหนองจาน)

ฟิฟทีนมูฟ— ระหว่างสงครามกลางเมืองต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๑๘ กระทั่งปี ๒๕๔๒ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เปรียบเสมือนประเทศกัมพูชาแหล่งที่สอง ทั้งนี้เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศูนย์และค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาทั้งชั่วคราวและถาวร ที่เปิด-ปิด-เคลื่อนย้ายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว กระทั่งค่ายผู้อพยพแห่งสุดท้ายปิดตัวลงในปี ๒๕๔๒ เมื่อเขมรแดงกลุ่มสุดท้ายยุติการต่อสู้

ค่ายผู้อพยพบ้านหนองจาน พ.ศ. ๒๕๒๒ รถกาชาดลำเลียงความช่วยเหลือมีป้ายชื่อรถเป็นภาษาไทย
ค่ายผู้อพยพบ้านหนองจาน พ.ศ. ๒๕๒๒ รถกาชาดลำเลียงความช่วยเหลือมีป้ายชื่อรถเป็นภาษาไทย

จากการสืบค้นข้อมูลของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์กรบรรเทาทุกข์อื่น การหนีภัยสงครามของชาวกัมพูชาเกิดขึ้น ๕ ช่วงเวลา มีค่ายผู้อพยพหลักและค่ายย่อยไม่น้อยกว่า ๖๐ แห่งตลอดแนวชายแดนที่อยู่ในดินแดนและลึกเข้ามาในประเทศไทย ค่ายที่เป็นที่กล่าวถึงมากสุดคือ เขาอีด่าง ซึ่งเป็นการอพยพครั้งใหญ่สุด ในครั้งนั้นมีบันทึกในองค์กรบรรเทาทุกข์และข้าหลวงใหญ่ฯ ถึงการเสด็จพระราชทานความช่วยเหลือของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ด้วยพระองค์เอง

การหนีภัยสงครามเข้ามายังประเทศไทยระลอกแรกเกิดในปี ๒๕๑๘ เมื่อเขมรแดงขึ้นครองอำนาจ ต่อเนื่องด้วยการอพยพหนีสภาวะอดอยากและการถูกกองกำลังทหารเวียดนามเข้ารุกรานในปี ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นการไหลบ่าของชาวกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย จากนั้นระหว่างปี ๒๕๒๗-๒๕๒๘ เกิดการอพยพเข้ามาอีกระลอกเมื่อทหารเวียดนามเข้าโจมตีตามแนวชายแดนไทย คราวที่สี่คือในปี ๒๕๔๐ เมื่อ “ฮุน เซน” ทำรัฐประหาร และครั้งสุดท้ายเกิดจากการอพยพของเขมรแดงส่วนที่เหลือในปี ๒๕๔๑ ภายหลัง “พล พต” เสียชีวิต

yenly-thach
เย็นลี ทัจ ลูกสาวผู้อพยพชาวกัมพูชาและเวียดนาม เกิดเมื่อปี ๒๕๒๕ ที่ค่ายผู้อพยพบ้านหนองจานในประเทศไทย ปัจจุบันทำงานที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ

บ้านหนองจาน หรือ “ไซต์ ๒ เหนือ” เป็นค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่ลำดับแรก ๆ ในช่วงปี ๒๕๒๒ ที่มีการจัดตั้งและการบริหารจัดการ ค่ายผู้อพยพอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียงได้แก่ โนนหมากมุ่นและหนองเสม็ด รองรับชาวกัมพูชาหนีการอดตายและการรุกรานของกองกำลังเวียดนามที่เข้ารุกราน “กัมพูชาประชาธิปไตย” ชื่อในขณะนั้น โดยในเดือนสิงหาคมปีนั้นค่ายผู้อพยพหนองจานมีผู้อพยพประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงมากเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับค่ายผู้อพยพหนองจาน คือ Land bridge เป็นเส้นทางการขนส่งอาหาร บ้านหนองจานนอกจากเป็นแหล่งที่ตั้งของค่ายผู้อพยพแล้วยังเป็นแหล่งแจกจ่ายอาหารและเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยในปี ๒๕๒๓ องค์กรบรรเทาทุกข์และ CARE ได้จัดส่งเมล็ดพันธุ์ข้าว อุปกรณ์ทำนาและหาปลา ทำให้ผู้อพยพเริ่มทำนาและหาปลาในพื้นที่ดังกล่าว ในเดือนเมษายนปีนั้น ผู้อพยพได้รับอาหาร เมล็ดพันธุ๋และอุปกรณ์ทั้งสิ้น ๓๔๐,๐๐๐ รายที่บ้านหนองจาน

น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ได้กรุณาให้ข้อมูลเป็นการส่วนตัวแก่ฟิฟทีนมูฟเมื่อไม่กี่วันมานี้ ว่าการตั้งค่ายผู้อพยพบ้านหนองจานเกิดในช่วงรอยต่อปี ๒๕๑๙-๒๕๒๐ ขณะเป็นผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดูแลผู้อพยพหนีภัยสงครามระหว่างรัฐบาลนายพล ลอน นอล กับเขมรแดงของ พล พต ลงพื้นที่พร้อมกับพันโทสนั่น ขจรกล่ำ (ยศในขณะนั้น) นายทหารอื่นและผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ ได้จัดพื้นที่บ้านหนองจานซึ่งอยู่ลึกเข้ามาในเขตไทยระหว่างหลักเขตที่ ๔๖ และ ๔๗ เป็นที่พักพิงสำหรับผู้อพยพ โดยได้ขอใช้ที่ดินของชาวบ้าน (คนไทย) ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น และได้มีข้อตกลงกับข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ ว่าต้องดูแลทั้งผู้อพยพชาวเขมรและ “คนของเรา” ทั้งด้านอาหารและคุ้มครองความปลอดภัย ต่อมาได้มีการจัดทำแนวลวดหนามเพื่อกันไม่ให้ชาวกัมพูชาล้ำเข้ามามากกว่าพื้นที่ที่จัดให้และไม่ให้เข้ามาปะปนกับคนไทย

เมื่อถามถึงหลักเขต น.ต. ประสงค์ ยืนยันว่า “ผมเดินมาแล้วทั้งหมด ตั้งแต่หลักเขตที่ ๔๕-๔๘” ยืนยันว่าบ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย ย้ำตรงกันกับอดีตนายทหารอาวุโสของกองทัพบกซึ่งเคยได้ให้ข้อมูลกับฟิฟทีนมูฟ ว่าไม่มีใครตั้งค่ายในประเทศที่มีสงครามหรือคู่สงคราม และได้ให้คำยืนยันเกี่ยวกับสระน้ำยูเอ็นท้ายหมู่บ้านตรงกันว่าเป็นสระน้ำที่ยูเอ็นขุดให้และตั้งอยู่ในเขตไทย

ปลายปี ๒๕๒๒ กลุ่มเขมรเสรีซึ่งมีอิทธิพลมาแต่เดิมเข้าแทรกสอดบ้านหนองจานมีกำลังประมาณ ๑๐๐ นาย เข้าปล้นคนไทยในพื้นที่หลายครั้ง กระทั่งพันเอกประจักษ์ สว่างจิตร ยกกำลังทหารไทยเข้าโอบล้อมหมู่บ้าน ขณะนั้นรู้จักกันในชื่อ แคมป์ ๕๑๑ ต่อมาวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๒๓ กองกำลังทหารเวียดนามเข้าโจมตีบ้านหนองจานและโนนหมากมุ่น บังคับให้ผู้อพยพกลับไปยังกัมพูชาและฆ่าผู้ต่อต้าน กระทั่งวันถัดมาทหารไทยได้เข้ายึดพื้นที่คืนและขับไล่ทหารเวียดนามออกไป ระหว่างปี ๒๕๒๓-๒๕๒๗ ทหารเวียดนามเข้าโจมตีค่ายผู้อพยพแห่งนี้หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๙ ผู้อพยพส่วนหนึ่งถูกย้ายไปยังอ่างศิลา (ไซต์ ๓) ซึ่งอยู่ตอนใต้ของบ้านหนองจาน  บางส่วนถูกส่งไปยังค่ายเขาอีด่าง และสระแก้ว ๒ ในปี ๒๕๓๑ ทิศทางของไทยสมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ เปลี่ยนแปลงผ่านนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า  ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาที่มีความเข้มแข็งขึ้นได้ยึดเอาแนวรั้วที่ไทยสร้างไว้เป็นแนวเขตแดน พื้นที่บ้านหนองจานตกอยู่ในความครอบครองของชาวกัมพูชา

เหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนและปัญหาความมั่นคงระดับภูมิภาคในขณะนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความซับซ้อนในปมปัญหาพิพาทเขตแดนระหว่างสองประเทศในปัจจุบัน ฟิฟทีนมูฟได้พยายามคลายปมบางส่วนให้เห็นว่ามีเรื่องใดทับซ้อนเรื่องใดอยู่บ้าง เหล่านี้ล้วนเกิดจากความเสียสละของคนไทยทั้ง ๗ ผู้ซึ่งจุดประเด็น น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ได้บอกกับฟิฟทีนมูฟว่า “ประวัติศาสตร์บอกปัจจุบัน” และประวัติศาสตร์ระยะใกล้นี้ไม่เคยโกหก ครั้งนั้น ความช่วยเหลือเจือจุนของไทยที่ให้แหล่งพักพิงสำหรับผู้อพยพชาวกัมพูชา รัฐบาลไทยได้ขอใช้พื้นที่ทำกินของคนไทยในบ้านหนองจาน วันนี้คนไทยเหยียบแผ่นดินตัวเองกลับถูกจับและส่งไปดำเนินคดีในประเทศของผู้อพยพ

ตอนต่อไปของ “คลิป ๗ คนไทยบอกอะไร-อะไรในโนนหมากมุ่น? ” อาจหยิบหนังสือข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาติอันเกี่ยวข้องกับการตั้งค่ายผู้อพยพ โปรดติดตาม

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website