คลิป ๗ คนไทยบอกอะไร-อะไรในโนนหมากมุ่น?

ฟิฟทีนมูฟ – เย็นวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๓ ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังเดินทางเข้ากรุงเทพหลังฉลองเทศกาลแห่งความสุข เป็นวันเดียวกับที่ภรรยาคุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ ได้เข้าเยี่ยมสามีที่เรือนจำปรัยซอร์ มีคลิปจำนวน ๓ คลิป แพร่กระจายในอินเตอร์เน็ตและถูกนำเสนอผ่านโทรทัศน์หลายช่อง ที่อาจมีทัศนะไปในทางลบ รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของบุคคลในรัฐบาลในทำนองที่ว่าการเปิดเผยคลิปดังกล่าวไม่เป็นคุณต่อคนไทยทั้งเจ็ด

หากได้พิจารณาคำพูดของทั้งคุณพนิชและคุณวีระ สมความคิด ในคลิปความยาวประมาณ ๕ นาที พิจารณาเส้นทางเดิน คลิปดังกล่าวอาจไม่เป็นคุณต่อการต่อสู้ของ ๗ คนไทยในศาลเทศบาลนครพนมเปญ ไม่เป็นคุณต่อรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และตัวนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นคุณต่อกระทรวงการต่างประเทศที่เต็มไปด้วยความฟอนเฟะ และไม่เป็นคุณต่อนายทหารระดับสูงที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสระแก้วและอาจหมายรวมถึงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาฟากตะวันออกทั้งหมด เพราะในการยอมเสี่ยงของคณะคนไทยทั้ง ๗ ได้บอกความจริงที่ซุกซ่อนให้คนไทยทั้งชาติได้รับรู้หากมีความใส่ใจอยากรับฟัง

15th-walkmap

ความที่คุ้นเคยกับแผนที่บริเวณหลักเขตที่ ๔๔-๔๘ เนื่องจากทุกครั้งที่เขียนข่าวเกี่ยวกับการลาดตระเวนและซ้อมรบของทหารกัมพูชาในพื้นที่นั้นจะต้องมีการเปิดแผนที่ตรวจสอบเทียบเคียง เมื่อตรวจสอบคลิปโดยละเอียดจึงวาดแผนที่คร่าว ๆ ที่มีความเป็นได้ว่าเป็นเส้นทางเดินของคนไทยทั้ง ๗ โดยทั้งหมดเริ่มต้นจากบริเวณจุดใดจุดหนึ่งของถนนศรีเพ็ญ จุดที่ ๑  ผ่านทุ่งนาระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร มายังจุดที่ ๒ ซึ่งพบกับแนวรั้ว แล้วเดินข้ามแนวลาดหนามมาถึงบริเวณแปลงมันที่จุด ๓ แล้วตรงไปยังถนนดินในจุดที่ ๔ จากจุดที่ ๒ ไปยังจุดที่ ๔ เป็นระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร จากจุดที่ ๔ นี้คณะเดินต่อไปอีกประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ เมตร เข้าไปยังเขตบ้านหนองจาน และพูดคุยกับทหารกัมพูชาในบริเวณใกล้เคียงจุดที่ ๕ เส้นทางเดินทั้งหมดโดยประมาณอยู่ที่ ๗๕๐-๘๐๐ เมตร

แม้ไม่ทราบตัวบุคคลที่ปล่อยคลิปชุดดังกล่าวและอาจมองว่ามีเจตนาที่ไม่ดีนัก ประกอบกับการตัดต่อเพื่อให้กระชับทำให้เนื้อหาบางส่วนที่อาจสำคัญขาดหายไป แต่เราได้เห็นข้อเท็จจริงบางประการ

๑. จุดเริ่มต้นของคลิปพูดถึงแนวรั้ว ซึ่งอยู่ในแนวต้นไม้ในผืนนาห่างจากถนนศรีเพ็ญ แนวนี้เป็นแนวอ้างเขตของกัมพูชาว่าเลยจากแนวรั้วนี้เข้าไปเป็นพื้นที่ของกัมพูชา เป็นเขตหมู่บ้านโจ็กเจ็ย (โชคชัย) ที่กัมพูชาเรียกขาน และเป็นแนวหลักเขตที่ ๔๖-๔๗ ที่ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามา

ข้อมูลจากการสืบค้นประวัติพื้นที่ จากนายทหารและผู้สื่อข่าวอาวุโสซึ่งเคยทำงานและคุ้นเคยกับพื้นที่มาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๐ ระบุว่าพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าวเรียกว่าชมรมบ้านหนองจาน ในระหว่างสงครามกลางเมืองฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มีคนเขมรอพยพหนีภัยเป็นจำนวนมาก ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ร้องขอเพื่อขอใช้พื้นที่ในประเทศไทยประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่  ก่อนแนวหลักเขตที่ ๔๖ –๔๗ สำหรับเป็นค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งไทยได้ทำรั้วกันพื้นที่ให้มีความชัดไม่ให้มีการผ่านเข้าออก หลังสิ้นสงครามกลางเมืองชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งกลับภูมิลำเนา ขณะที่บางส่วนปักหลักในพื้นที่ ภายหลังมีการย้ายแนวหลักเขตที่ ๔๖ ๔๗ และอื่น ๆ มาอยู่ที่แนวรั้ว กัมพูชาได้ยึดครองโดยยกอ้างแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

นั่นคือทำไมเมื่อข้ามแนวรั้วแล้วจึงหมายถึงข้ามเข้าไปในเขตกัมพูชา (ที่มายึดครองในภายหลัง) และนั่นคือทำไมคุณวีระจึงพูดว่า “เดี๋ยวเราเดินไปเราโดนจับแน่”

๒. เมื่อผ่านแนวรั้ว เดินในที่นาระหว่างจุดที่ ๒ และ ๓ คณะเห็นว่ามี ตชด. ตามมาด้านหลังและเห็นทหารกัมพูชาในทิศที่กำลังมุ่งไป จึงมีการพูดถึงทหารกัมพูชาว่า “มาเป็นแถวเลย” ระหว่างการเดินระหว่างจุดที่ ๓ และ ๔ คุณวีระพูดถึงการถูกจับกุมคราวก่อนหน้าซึ่งมี ตชด. เข้ามาช่วยเหลือ “ตชด. พันตำรวจโทสวัสดิ์ ที่มาช่วยผมก็ยังพูดยืนยันอยู่ว่านี่เป็นแผ่นดินไทย” ยืนยันว่าพื้นที่หลังแนวรั้วดังกล่าวเป็นแผ่นดินไทยไม่ใช่ของกัมพูชา

๓. ระหว่างทางเลี้ยวในจุดที่ ๔ และเดินต่อไปตามถนนดินไปยังจุดที่ ๕ คุณพนิชโทรหาคนรถที่ชื่อคิวให้ติดต่อไปยังสมเกียรติ เลขาฯ นายกฯ  “บอกสมเกียรติ เลขาฯ ท่านนายกหน่อยนะ เดี๋ยวเราจะคุยกับนายกฯ เอง แต่ไม่เป็นไร บอกกับสมเกียรติหน่อยว่าเราข้ามเข้ามาที่เขตกัมพูชา เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไรจะได้ประสานเข้าไปใหม่ บอกเขาหน่อย เพราะว่าเราผ่านเข้ามาในพื้นที่กัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะเพราะมีนายกรู้อยู่คนเดียว ..เงียบ ๆ ไว้เผื่อมีอะไรจะประสานเข้าไป บอกว่าเราข้ามเข้ามาแล้ว พยายามจะมาที่หมุด ๔๖ ซึ่งมันเป็นฝั่งไทยนี่แหละ แต่เป็นพื้นที่ที่กัมพูชาเขายึด

คำพูดนี้มีความสำคัญและถูกนำผูกโยงว่าคนไทยทั้ง ๗ ข้ามเข้าไปยังเขตกัมพูชา ซึ่งหากพิจารณาคำพูดของคุณพนิชโดยถี่ถ้วนเราจะพบเห็นตามจริงว่า ๑) คณะทั้งหมดกำลังเดินทางไปยังหลักหมุดที่ ๔๖ และยังอยู่ในเขตประเทศไทย ๒) พื้นที่ดังกล่าว บนถนนดินที่ขุดดินจากนาขึ้นมาถมเป็นแนวถนนและคูนั้นยังเป็นเขตไทยแต่กัมพูชาเข้ามายึดครอง ไม่ใช่เขตกัมพูชามาแต่เดิม ๓) คณะรับรู้ความเสี่ยงว่าเขามายังเขตที่กัมพูชายึดครองแต่ยังมุ่งหน้าเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและยินดีให้ถูกจับ

มีคำพูดเล่น ๆ ระหว่างการเดินจากจุด ๓ ไปยังจุด ๔ ของคุณพนิชและคุณแซมดินว่าของผมครั้งที่หนึ่งของผมครั้งแรก และแซว ตชด. ว่าเขาคงเบื่อที่พวกนี้มาให้ถูกจับอีก และระหว่างทางก่อนถึงจุดที่ ๕ ที่มุ่งเข้าบ้านหนองจาน (เขมรเรียกโจ็คเจ็ย) ซึ่งเป็นค่ายอพยพชาวกัมพูชาเดิม คุณวีระพูดว่า “ตอนนี้ยังไม่มีใครมาจับเรา เราจะเดินไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะมาจับเรา” เหล่านี้ล้วนสะท้อนความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่ของไทยดังกล่าวถูกกัมพูชายึดครองจริง แม้บางฝ่ายจะมองว่าเป็นการหาเรื่องก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ คนกรุงเทพโดยเฉพาะในท้องที่บึงกุ่ม คลองสามวา คันนายาว และหนองจอก ควรได้ภาคภูมิใจในตัว ส.ส. พนิช วิกิตเศรษฐ์ ซึ่งได้ทำหน้าที่อย่างดีและไม่ควรถูกใครตำหนิ และคนไทยทั้ง ๗ ควรได้รับคำขอบคุณในความมุ่งมั่นและเสียสละ นำตัวเองไปเสี่ยงเพื่อให้คนไทยได้รับรู้ข้อเท็จจริง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะเป็นผู้รับรู้ตั้งแต่ต้น เป็นคนส่งคุณพนิชลงพื้นที่อย่างที่ทราบว่ารู้กันสองคน คงไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้และควรแสดงความรับผิดชอบให้สมกับฐานะผู้นำประเทศ แทนที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องปราสาทพระวิหารที่จะพาให้สังคมเขวไปอีกทาง ควรใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกดดันกัมพูชาเพื่อให้คืนคนไทยทั้ง ๗ กลับมาโดยเร็วที่สุด มากกว่าที่จะใช้ความเหยาะแหยะทางการทูตแก้ปัญหา

จึงมีคำถามต่อเนื่องอันเกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดเหตุว่า เหตุใดทางการไทยโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงจึงปล่อยให้กัมพูชาเข้ามายึดครอง เบื้องต้นอาจมีข้ออ้างถึงความไม่รู้ในประวัติศาสตร์พื้นที่ เพราะเหตุดั้งเดิมเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๓๐ ปี ที่แล้ว แต่เป็นสิ่งที่อธิบายให้สังคมเชื่อตามยาก เนื่องจากแต่ละหน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นมีข้อมูลที่ค่อนข้างครบถ้วน

อดีตนายทหารระดับชั้นยศสูงสุดของกองทัพบกซึ่งมีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีกับพื้นที่ได้ยืนยันกับฟิฟทีนมูฟว่า  บ้านหนองจานดังกล่าวเป็นพื้นที่ค่ายอพยพสำหรับผู้ลี้ภัยชาวเขมรและเป็นเขตแดนไทย ไม่แปลกหากคุณพนิชจะเข้าใจและยืนยันว่าเป็นพื้นที่ไทยและถูกทหารกัมพูชายึดครอง ทั้งนายทหารดังกล่าวได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตำบลโนนหมากมุ่นซึ่งครอบคลุมพื้นที่ค่ายผู้อพยพว่าเป็นเขตทำมาหากินของนายทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ตะวันออก ในทางลึกพื้นที่นั้นเป็นทางผ่านในการขนสินค้าหลบเลี่ยงภาษีจากกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย เป็นสินค้าหนีภาษีจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นของแท้ต่างจากของหนีภาษีจากฝั่งพม่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวอาวุโสคลุกคลีกับพื้นที่ตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๒๐ ให้ข้อมูลที่ตรงกัน และระบุลึกลงไปอีกว่าสินค้าจากสิงคโปร์ดังกล่าวมีบริษัทจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีรายใหญ่ในซอยรางน้ำมีส่วนเกี่ยวข้อง กลุ่มนายทหารที่ทำมาหากินกับสินค้าหนีภาษีเป็นนายทหารในสังกัด “บูรพา”

ข้อมูลทางลึก พบสองรายชื่อที่มีส่วนในการใช้พื้นที่โนนหมากมุ่นเป็นแหล่งทำมาหากิน หนึ่งในนั้นชื่อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันซึ่งอดีตรับผิดชอบพื้นที่นั้นโดยตรง หนึ่งในนั้นชื่อ เชษฐา ฐานะจาโร มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับพื้นที่และกิจกรรมนอกกฎหมายดังกล่าว

การคงความสับสนเรื่องเขตแดนและสภาพความไม่มั่นคงในพื้นที่เป็นทางสะดวกในการปกปิดและขนถ่ายสินค้าหนีภาษี การทำมาหากินกับบ่อนการพนันในกัมพูชา และอิทธิพลท้องถิ่น เหล่านี้ทำให้ความเป็นไปในพื้นที่ถูกเก็บเงียบ การปล่อยให้มีการย้ายหลักเขตประการหนึ่ง การปล่อยให้กัมพูชายึดครองพื้นที่อีกประการหนึ่ง ล้วนเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้องแต่ละราย เจ้าหน้าที่ทั้งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และกรมแผนที่ทหาร ล้วนแต่ปกปิดอำพรางข้อเท็จจริง นักการเมืองระดับนโยบายก็ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตรงไปตรงมาโดยยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

ความจริงที่ปรากฎขึ้นวันนี้ ไม่ควรมีใครแม้แต่คนเดียวตำหนิคนไทยทั้งเจ็ด ทั้งเจ็ดควรได้รับคำขอบคุณและขอบคุณ นับจากนี้ นอกจากการให้การช่วยเหลือแล้ว คนไทยทุกคนควรทำทุกสิ่งที่แต่ละคนทำได้เพื่อปกป้องแผ่นดินภายใต้อธิไตยของไทยที่กัมพูชายึดครอง ไม่อย่างนั้นก็อายไปชั่วลูกหลานว่าคนไทยรุ่นนี้สมัยนี้เสียทีแก่อดีตประเทศราช

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website