จุดอันตรายของ MOU ’43 โดย ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล

จุดอันตรายของ MOU ’43

1. จุดอันตรายของ MOU 2543 อยู่ที่ข้อ 1 วรรค 1 ค. :

แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ผนวก 1 ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชาในคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 แสดงเส้นเขตแดนที่ ฝรั่งเศสฝ่ายเดียวเป็นผู้ลากเส้น ซึ่งผิดเพี้ยนจากอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญากับพิธีสาร ค.ศ. 1907 โดยเกินเลยรุกล้ำเข้ามาในผืนแผ่นดินไทยตลอดแนว คิดเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,800,000 ไร่

2. จุดอันตรายของ MOU 2543 แอบแฝงอยู่ในแผนที่ผนวก 1 ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชาในข้อ 1 วรรค 1 ค. ดังนี้

     ก. แผนที่ผนวก 1 ไม่ใช่แผนที่อันเป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันผสมฝรั่งเศส-ไทย เพราะฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำแผนที่ฉบับนี้แต่ฝ่ายเดียวโดยไทยไม่มีส่วนร่วม

     ข. แผนที่ผนวก 1 มิได้ลากเส้นเขตแดนตรงตามบทนิยามเขตแดนในอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญากับพิธีสาร ค.ศ. 1907 แต่บิดเบือนและผิดเพี้ยนไปจากสันปันน้ำอันเป็นเส้นเขตแดนที่ตกลงร่วมกัน

     ค. ไทยจึงไม่อาจยอมรับหรือแสดงท่าทีนิ่งเฉยต่อข้อสันนิษฐานเมื่อไทยได้รับเอกสารรวมทั้งแผนที่ผนวก 1 โดยมิได้โต้แย้งหรือชี้แจงข้อผิดพลาดหรือความคลาดเคลื่อนที่ปรากฏอย่างชัดเจนในคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารโดยเฉพาะคำพิพากษาแย้งของ เซอร์ เพอร์ซี่ สเปนเดอร์ ผู้พิพากษาชาติออสเตรเลีย

     ง. เพราะฉะนั้น การรับแผนที่ฉบับนี้จากกัมพูชาภายหลัง พ.ศ. 2505 โดยมิได้ทำความเข้าใจให้ถูกต้องและชัดเจน ดังปรากฏใน MOU 2543 ข้อ 1 วรรค 1 ค. โดยไม่ได้ตั้งเงื่อนใขว่า “เท่าที่ไม่ขัดกับข้อบทแห่งอนุสัญญา ค.ศ. 1904 หรือสนธิสัญญาและพิธีสาร ค.ศ. 1907” ก็อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียโดยกัมพูชาจะอ้างได้ว่าไทยตกลงยอมรับเส้นเขตแดน (ที่ผิดพลาด) ตามที่ปรากฏบนแผนที่ 1:200,000 หรือแผนที่ผนวก 1

ทั้งนี้ ความเห็นของกรมสินธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศในระยะหลังซึ่งอ้างว่าแผนที่มีความสำคัญเหนือสนธิสัญญานั้น ตรงข้ามกับความเห็นของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยสิ้นเชิง

3. เพื่อหลีกเลี่ยงและลดความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนเพิ่มเติมอันสืบเนื่องมาจากความเข้าใจผิดหรือสำคัญผิดทั้งในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนที่ตลอดจนข้อกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเป็นการสมควรที่รัฐบาลไทบจะบอกเลิก MOU 2543 นี้เสียก่อนที่การสุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นความจริง และก่อนที่คนไทยจะเกิดความเข้าใจที่สับสนและผิดพลาดยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้ประเทศชาติต้องเสียประโยชน์ทั้งสิ้นโดยมิอาจแก้ใขได้ทันท่วงที

ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล
19 สิงหาคม 2553

————————————–

ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล

ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล

  • ศาสตราจารย์เกียรติคุณกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยโกลเดนเกท ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
  • สมาชิกสถาบันอนุญาโตตุลาการองค์การกฎหมายเอเชีย-แอฟริกา ณ กรุงไคโร และกัวลาลัมเปอร์
  • อดีตเลขาธิการอาเซียน (ประเทศไทย)
  • อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส โปรตุเกส อิตาลี กรีก อิสราเอล และองค์การตลาดร่วมยุโรป
  • อดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำ UNECO และ FAO
  • อดีตสมาชิกศูนย์ระงับข้อพิพาทการลงทุนศาลอนุญาโตตุลาการธนาครโลก ICSID World Bank
  • อดีตกรรมาธิการสหประชาชาติเพื่อการพิจารณาค่าชดเชยความเสียหายในประเทศคูเวต (UNCC)
  • ทนายผู้ประสานงานคณะทนายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๑๕๐๒-๒๕๐๕

หมายเหตุ:  บทความฉบับนี้เกิดจากการที่ข่าวสาร ทัศนะที่ชี้โทษของเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ตามสื่อต่าง ๆ นั้น ไม่ได้ชี้ให้เห็นอันตรายอันเป็น “หัวใจ” หรือ “โทษ” อย่างสำคัญของบันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ จึงได้เขียนบทความนี้และส่งให้ทีมงานฟิฟทีมมูฟเผยแพร่ เพื่อทำความเข้าใจกับสาธารณะ

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website