Featured Posts

บอกว่า..ไม่ร่วมการงานกับ ‘จ่อย’

เป็นที่ทราบเป็นการภายใน ทั้งได้บอกกว่าแก่ผู้ร่วมงานมาระยะหนึ่งว่า ทีมงาน “ฟีฟทีนมูฟ” รวมถึงมิตรสหายร่วมปฎิบัติการพิทักษ์อธิปไตยเหนือเขาพระวิหารบางส่วน ว่า “ไม่เอา” ไม่ร่วมกิจการงานใดกับ “จ่อย” วีระ สมความคิด บอกเล่าเป็นการภายใน และปฏิบัติเป็นการภายในด้วยไม่ประสงค์จะให้ทั้งกระบวนมีความกระทบกระเทือน หรือปริแยกระหว่างรบ เช่นนี้ ผู้ใดจะร่วมงานด้วยจ่อยก็เป็นความประสงค์ของผู้นั้น ผู้ใดจะลุ่มหลงศรัทธาก็ให้เป็นเช่นนั้น เราไม่มีความประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้อง แทรกแซง กระทั่งเหตุการณ์ศรีสะเกษ เมื่อ ๑๙ กันยายน ที่ผ่านมา ที่นับว่าเป็นบาดแผลใหญ่ของการเคลื่อนไหวทั้งองค์รวม ทีมงานได้ใช้ความรอบคอบและอดออมอย่างที่สุด ที่จะไม่เอ่ยถึง วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งก่อนและหลัง ทั้งที่ “รู้อะไรมาบ้าง” และคาดได้ว่าจะเกิดอะไร เนื่องจากการอยู่ร่วมชุมนุมในฐานะพันธมิตรฯ ตลอด ๑๙๓ วัน ประสบการณ์สอนอะไรหลายอย่าง คาดหมายเหตุการณ์บางอย่างได้ และด้วยประสบการณ์สอนว่าจะรู้เลี่ยงหรือปรับรับสถานการณ์อย่างไรไม่ให้อยู่ในฐานะเพลี่ยงพล้ำโดยเฉพาะในทางข่าว ด้วยความนับถืออย่างสูงในน้ำใจของเหล่าพันธมิตรฯ และผู้รักชาติที่ร่วมเหตุการณ์นั้น ขอสดุดีไว้ ณ ที่นี้ หากแต่จำเป็นยิ่งที่ต้องแยกแยะระหว่างพี่น้องผู้ก้าวร่วมด้วยใจบริสุทธิ์ กับ “คนนำ” ซึ่งต้องสงสัยในนัยยะแอบแฝง การข่าวในหลายทางจากแหล่งที่เชื่อถือได้ทั้งก่อนและหลัง กอปรกับพฤติกรรมของจ่อยทั้งในอดีตและปัจจุบัน สอดคล้องต้องกันกับประเด็นที่คุณสุทิน วรรณบวร ออกมาชี้ ...

Read More

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก ฉากแรกและการสูญเสียดินแดน โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ อีนางหรือมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ ตำแหน่งของเธอในปัจจุบันคือผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมขององค์กรยูเนสโก เธอได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีปราสาทพระวิหารตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๕๕๐ หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย แต่ที่ชัดเจนมากที่สุดคือเธอมีส่วนสำคัญในการออกความเห็นให้ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๑ ที่เมืองไครส์เซิร์ต ประเทศนิวซีแลนด์ มีมติให้ที่ประชุมเห็นชอบนำเสนอ ปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ที่ควิเบค ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ได้ และนั่นคือที่มาของมติอันอัปยศอดสูที่สุดของคณะกรรมการมรดกโลกสากล มติครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก มีสาระสำคัญอยู่ตรงที่ว่า กัมพูชาจะต้องส่งแผนพัฒนาบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขึ้นทะเบียนให้ตรงเวลา และที่สำคัญที่สุดจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากประเทศไทย ...

Read More

เสวนา คณะกรรมการมรดกโลกชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา - ส่งหนังสือร้องยูเอ็นฯ สอบยูเนสโก

เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ และภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร จัดเสวนาในหัวข้อ “คณะกรรมการมรดกโลก : ชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ พร้อมกันนี้ ภาคีเครือข่ายฯ โดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เป็นตัวแทนประชาชนผู้ลงนาม ยื่นหนังสือร้องเรียนยูเนสโกไปยังยูเอ็นผ่านประธานรัฐสภา ผ่าน ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน ฐานะประธานคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ และคณะ ๔๐ ส.ว. หลังประธานการจัดงานฯ นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวเปิดงานเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มการบรรยายโดยวิทยากร นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหาร โดย ...

Read More

ภาคีฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ประธานรัฐสภา ยกเลิกมติฯ รับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา “ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร” นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จี้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ ซึ่งมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยทักษิณ ชินวัตร  เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทฉบับดังกล่าว กล่าวคือ มติฉบับดังกล่าวเป็นการยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ โดยปริยาย ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน นอกจากนี้ยังจี้ให้รัฐบาลและรัฐสภายกเลิกเพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ ...

Read More

ภาคีฯ แถลงข่าวกรณีไทยรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา

เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร เปิดแถลงข่าว ณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประเด็น “แผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐” ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นับเนื่องต่อมากระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี ๒๕๕๒ ได้ยอมรับแผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา ทั้งโดยปริยายและโดยจงใจปกปิดซุกซ่อน (และ/หรือความชุ่ยชิบของกระทรวงการต่างประเทศ) โดยรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันสมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติเห็นชอบ  “กรอบการเจรจาสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้” ด้วยคะแนน ๔๐๙ ...

Read More

ภาคีฯ ยื่นอุทธรณ์ฎีกา คดีฟ้องขับไล่ฮุน เซน (แฟ้มภาพพร้อมคำฟ้อง-อุทธรณ์)

วันนี้ (๑ ตุลาคม) ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายวีรา ชัยฤทธิไชย ทนาย และภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นายมนตรี ลิมปพยอม พร้อมคณะเเข้ายื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรง ในคดีหมายเลขดำที่ ๕๓๑๗/๒๕๕๒ ซึ่งนายมนตรี ลิมปพยอม กับพวกรวม ๙ คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน กับพวกรวม ๓ คน ในฐานความผิดละเมิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ บุกรุก ขับไล่ เพิกถอนนิติกรรม ซึ่งภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๕๒๓๔/๒๕๕๒ ในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงครั้งนี้ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของศาลแพ่ง ด้วยเหตุที่ มีประเด็นอันเป็นสาระสำคัญแห่งคดีที่สมควรได้รับการวินิจฉัยมีคำสั่งและคำพิพากษาของศาล เป็นกรณีที่มีเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ดังนี้ ...

Read More

คลิปเสียงอภิปราย ข้อเท็จจริงแผ่นดินเขาพระวิหารฯ ๔.๖ ตร.กม. - ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล

ฟิฟทีนมูฟ -  นำเสนอการอภิปรายในการสัมมนาแสวงหาความจริงแผ่นดินเขาพระวิหารฯ ภาคเช้า ในประเด็น “ข้อเท็จจริงแผ่นดินเขาพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ กรกฎาคม ๒๕๐๕-๒๕๕๒” โดย ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง  สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ นายไพบูลย์  นิติตะวัน  สมาชิกวุฒิสภา  และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ  ดำเนินรายการโดย นายคำนูณ สิทธิสมาน  สมาชิกวุฒิสภา             ในการอภิปราย ศ.ดร.สมปอง ได้ให้ข้อมูลในหลายประเด็นในแง่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ตลอดไปจนถึงทางออกหรือท่าที สิ่งพึงปฏิบัติของรับบาลไทยในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน และนี่เป็นปากคำของหนึ่งในคณะทนายเมื่อครั้งสู้ความในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในครั้งนั้น รับฟังคลิปเสียงการอภิปรายและถอดความ (เฉพาะช่วงต้น) ด่านล่าง [podcast]http://www.15thmove.net/files/2009/09/sompong-viharn-siminar-siamcity-22sept52-2.mp3[/podcast] การถอดความบางส่วนจากการอภิปราย ...

Read More

ที่มาร้านค้าเขมรบนเขาพระวิหาร

มีการพูดถึงอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งข้อพิพาทรุกล้ำอธิปไตย กรณีร้านค้าและตลาดของชาวเขมรบนพื้นที่เขาพระวิหาร ทั้งข้อเรียกร้องของภาคีเครือข่ายฯ และองค์กรอื่น เช่น พันธมิตรฯ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผลักดันราษฎรชาวเขมรที่ปลูกบ้านเรือนและร้านค้าออกจากพื้นที่ พร้อมการถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายตามข้อตกลงชั่วคราว คำถามที่อาจเป็นข้อสงสัยของใครหลายคน คือ แล้วตลาดแห่งนี้มาอยู่บนพื้นที่นี้ได้อย่างไร มาตอนไหน และทำไมรุกล้ำอยู่บน “แผ่นดินไทย” รายการคนในข่าว เอเอสทีวี นิวส์วัน เมื่อคืนวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒ โดยคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ เหตุเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่ร้านค้าตั้งอยู่รายรอบตัวปราสาท ต่อมาทางการไทยเองที่ร่วมกันขยับลงมาเรื่อย ๆ กระทั่งถึงที่ตั้งปัจจุบัน ในเขตอุทยานเขาพระวิหารของไทย และเมื่อเร็ว ๆ นี้ การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา (ตามข่าว) ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ร้านค้า ซึ่งกัมพูชากำลังเร่งปลูกสร้างใหม่ ชมวีดิโออธิบายความเป็นมาของร้านค้าชาวเขมร พร้อมแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ...

Read More

ภาคีฯ เคลื่อนค้านร่างข้อตกลงชั่วคราวและเร่งรัฐปกป้องอธิปไตย

ภาคีเครือข่ายฯ เคลื่อนไหวให้รัฐบาลระงับยับยั้งการนำร่างข้อตกลงชั่วคราวกับกัมพูชา ซึ่งซ่อนนัยยะเอื้อให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้โดยสมบูรณ์ เข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ทั้งเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลและกองทัพถอนกำลังออกจากพื้นที่เขาพระวิหาร และให้ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในช่วงสาย วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ประกอบด้วย การเคลื่อนไหวในส่วนของนักวิชาการ ภาคีฯ ยื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม การเคลื่อนไหวส่วนประชาชนรวมตัวเรียกร้องที่หน้ารัฐสภา เคลื่อนตัวยื่นหนังสือข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล และต่อกองทัพบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก เลือกชมภาพจากทั้งหมด ๓๙ ภาพ โดยคลิกที่รูปขนาดย่อด้านล่าง [gallery link="file"] ดาวน์โหลดภาพ เลือกดาวน์โหลดเฉพาะบางภาพ ดาวน์โหลดภาพทั้งหมดในคราวเดียว (ไฟล์ .rar -๔.๑๑ MB) ข่าวเกี่ยวเนื่อง สมัชชา กทม.บุกทำเนียบค้านถอนกำลังออกจากเขาพระวิหาร

Read More

เงื่อนปมคดีปราสาทพระวิหาร : บทความล่าสุดจาก ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (คนไทยควรอ่านหลายๆ รอบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน)

ปราสาทพระวิหาร ข้อขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารเป็นปัญหาเก่าแก่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกว่ากึ่งศตวรรษ บัดนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวมาถกเถียงกันอีกและมีการเขียนบทความต่างๆ มากมายรวมทั้งข้อเขียนของข้าพเจ้าเรื่องคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ซึ่งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชารวมทั้งคำคัดค้านของไทยและข้อสงวนซึ่งไทยตั้งไว้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กระนั้น ข้อเขียนของข้าพเจ้ายังถูกตีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้อ่านมิได้อ่านอย่างละเอียด ละเลย หรือหลงลืมบางข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ข้าพเจ้าจึงขอสรุปอีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้ คดีปราสาทพระวิหาร ไทย – กัมพูชา พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ กัมพูชาเป็นโจทก์ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเพื่อฟ้องไทยเป็นจำเลย ขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่นั้นอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้พิจารณาพิพากษาดังนี้ (๑) ด้วยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ศาลฯ วินิจฉัยว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ...

Read More

ย้อนท่าทีและจุดยืน ‘กษิต ภิรมย์’ ก่อนเป็น รมว. การต่างประเทศ

“กษิต ภิรมย์” นักการทูต โดยท่าทีและจุดยืนเมื่อครั้งเป็นวิทยากรผู้ปราศรัยฝีปาก “กร้าว-กล้า” บนเวทีพันธมิตรฯ ระหว่างการชุมนุมยืดยื้อ ๑๙๓ วัน นั้น อาจจะอนุมานได้ว่า น่าจะมีท่าทีและการดำเนินการที่กล้าหาญในการยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ เหนือแผ่นดินเขาพระวิหาร ที่ประทุมาจากกรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก (ภาพประกอบจาก astv manager) แต่ด้วยท่าทีที่แปลกแปร่งไปจากเดิมในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงก่อให้เกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทำไม กษิต ภิรมย์ เปลี่ยนไป?” บางที เขาอาจไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เพียงแต่ถูกฉาบด้วยคำพูดและมายาภาพที่กร้าวกล้า ทำให้ทั้งวิธีคิดและทัศนะถูกละเลย ๑๕th Move ชวนย้อนดู “กษิต ภิรมย์” เมื่อครั้งปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ ...

Read More

คุยนอกทำเนียบ: ‘กษิต ภิรมย์’ ข้อเท็จจริงกรณีปราสาท(เขา)พระวิหาร

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็น “ข้อเท็จจริงกรณีปราสาทเขาพระวิหาร” ในรายการคุยนอกทำเนียบ ช่อง ๑๑  กรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินรายการโดยนายวีระ ธีระภัทร  เมื่อ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ รับชมและดาวน์โหลดคลิปวีดีโอรายการคุยนอกทำเนียบ ‘กษิต ภิรมย์’ ชี้แจงประเด็นเการดำเนินการของรัฐบาลและข้อเท็จจริงกรณี ‘เขาพระวิหาร’  ความยาว ๓๒:๒๗ นาที เป็นส่วนหนึ่งของคลังข้อมูล และ “สื่อรณรงค์เพื่อยุติการเสียดินแดนครั้งที่ ๑๕” โดยฟิฟทีนมูฟ วีดีโอคลิป คลิปเสียง [podcast]http://www.15thmove.net/files/2009/09/noktamneab-kasit-viharn-7sept52-64.mp3[/podcast] หมายเหตุผู้เขียน ...

Read More


// Article

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก
ฉากแรกและการสูญเสียดินแดน

โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์

อีนางหรือมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ ตำแหน่งของเธอในปัจจุบันคือผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมขององค์กรยูเนสโก เธอได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีปราสาทพระวิหารตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๕๕๐ หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย แต่ที่ชัดเจนมากที่สุดคือเธอมีส่วนสำคัญในการออกความเห็นให้ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๑ ที่เมืองไครส์เซิร์ต ประเทศนิวซีแลนด์ มีมติให้ที่ประชุมเห็นชอบนำเสนอ ปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ที่ควิเบค ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ได้ และนั่นคือที่มาของมติอันอัปยศอดสูที่สุดของคณะกรรมการมรดกโลกสากล

Françoise Rivière

มติครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก มีสาระสำคัญอยู่ตรงที่ว่า กัมพูชาจะต้องส่งแผนพัฒนาบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขึ้นทะเบียนให้ตรงเวลา และที่สำคัญที่สุดจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากประเทศไทย

หน่วยงานที่อยู่ในเครือข่ายขององค์กรยูเนสโกอีกหน่วยงานหนึ่งคืออิโคโมส ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ประเมินคุณค่าทรัพย์สินของมรดกโลกและให้ความเห็นทางวิชาการก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน และสำหรับกรณีปราสาทพระวิหาร บทบาทของอิโคโมสมีความสำคัญไม่น้อย ความขัดแย้งระหว่างนักวิชาการอิคีโมสไทยกับที่ประชุมนานาชาติที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ทำให้เราได้เห็นร่องรอยที่ชัดเจนมากขึ้นของยูเนสโก โดยมาดามฟรองซัวร์ได้ลักไก่ข้ามขั้นตอนการประเมินผลปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์แต่เร่งรัดพลักดันให้เกิดมติของคณะกรรมการมรดกโลกที่ไครส์เซิร์ตก่อนเป็นอันดับแรก อันดับต่อมาจึงได้ทำการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหลายคนเพื่อทำแผนพัฒนาพื้นที่และแผนบริหารการจัดการทรัพย์สินช่วยเหลือกัมพูชา โดยปราศจากอิโคโมสไทย รวมไปถึงล๊อบบี้คณะกรรมการมรดกโลก ๒๑ ประเทศ (ในบางประเทศที่ตัวมาดามเคยมีบุญคุณ) ให้ขยายเวลาการจัดส่งเอกสารคือแผนพัฒนาบริหารจัดการปราสาทพระวิหารออกไปหลายครั้ง โดยเฉพาะมติครั้งที่ ๓๒ ที่ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ซึ่งยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เปรียบได้กับไข่ที่ผสมเทียม คณะกรรมการมรดกโลก ๒๑ ประเทศและมาดามฟรองซัวร์ หลับหูหลับตาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารท่ามกลางความขัดแย้งของประเทศกัมพูชาและประเทศไทย โดยเฉพาะคำสั่งของศาลไทยก็ไม่เคยทำให้มาดามฟรองซัวร์ มีจิตสำนึกหรือธรรมาภิบาลในฐานะที่ตนเองต้องวางตัวเป็นกลางเลย

ก่อนหน้าที่ศาลไทยจะมีคำสั่งและคำวินิจฉัย (ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ) มาดามฟรองซัวร์เปิดห้องประชุมที่สำนักงานในกรุงปารีส เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดยมีนายค้างคาวผี (มิสเตอร์บอคคาดี) หัวหน้าฝ่ายมรดกโลกประจำยูเนสโกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค และผู้เข้าร่วมประชุมฝ่ายไทยคือ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยในเวลานั้น พร้อมด้วย นายซก อาน รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการมรดกโลกของกัมพูชา ทำการลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับร่าง (ลงนามเพื่อให้ทันการ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยูเนสโกโดยมาดามฟรองซัวร์มาลงนามเป็นสักขีพยานอยู่ด้วยทั้งๆที่ยูเนสโกมิได้มีหน้าที่แต่ประการใด “เป็นการเสียมารยาทและเข้ามาก้าวก่ายเรื่องคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด” ข้อความและตัวแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวได้ถูกนำมาสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของไทยโดยนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้เสนอ และอนุมัติให้นายนพดล ปัทมะทำการลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับสมบูรณ์ได้ สาระสำคัญที่สุดและเป็นมรดกตกทอดเป็นผลผูกพันจนถึงปัจจุบันก็คือ พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารของไทยจะต้องถูกนำมาทำแผนพัฒนาร่วมกันและกัมพูชาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น

ในที่สุดอย่างที่เรารับทราบกัน ในเวลาต่อมาศาลไทยได้พิจารณามีคำสั่งว่า คำแถลงการณ์ร่วมที่ลงนามไปนั้นมีฐานะเป็นหนังสือสนธิสัญญาผิดมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพราะไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน ใจความสำคัญที่ศาลไทยได้มีคำวินิจฉัยก็คือ คำแถลงการณ์ร่วมมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตและกระทบต่อเรื่องดินแดนของประเทศไทยเป็นสำคัญ

เมื่อมาดามฟรองซัวร์และคณะได้รับหนังสือจากนายนพดล ปัทมะ ชี้แจงเรื่องคำสั่งศาล มาดามฟรองซัวร์ในฐานะผู้ทรงอิทธิพลของคณะกรรมการมรดกโลกสากล ๒๑ ประเทศ ได้ประวิงเวลาที่จะตอบจดหมายเหมือนทองไม่รู้ร้อน ตอบหนังสือมาถึงนายนภดล ปัทมะ แสดงความเห็นเรื่องนี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภายหลังคณะกรรมการได้มีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกไปแล้ว ๑ วัน (คือวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑) โดยการสมคบคิดกันกับคณะกรรมการมรดกโลกแปลงข้อความในคำแถลงการณ์ร่วมที่ลงนามไว้ในฉบับ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ปารีสและคำแถลงการณ์ร่วมฉบับสมบูรณ์ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ โดยใช้วิธีส่งเอกสารด้วยระบบอิเลคโทรนิคส์ มาเป็นข้อมติของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ที่เมืองควิเบค ประเทศแคนนาดา มาดามฟรองซัวร์เดินหน้าเต็มสปีดที่จะนำเอาร่างทรง “ไอซีซี” ที่เคยตั้งมาแล้วในหน่วยงานอัปสรา (Apsara Authority) แห่งเมืองเสียมเรียบ มาประทับทรงในร่างใหม่ในนามองค์กรซ้อนเงื่อน ANPV ประกอบไปด้วยคณะกรรมการ ๗ ชาติที่มีหัวโจกใหญ่คือฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน เป็นต้น ส่วนไทยก็เป็นเพียงประเทศเล็ก เสียงเดียว แถมองค์กรนี้ยังมีสหรัฐอเมริกาและกองทุนระดับโลกให้การสนับสนุนอย่างสุดๆ

มาดามฟรองซัวร์เป็นผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐธรรมนูญไทย เพราะเธอไม่รับฟังและไม่มีจิตสำนึกที่จะให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะเงื่อนไขที่คณะกรรมการมรดกโลกมีมติไว้ในครั้งที่ ๓๑ ว่า “ไทยจะต้องให้การสนับสนุนอย่างแข็งขัน” เมื่อศาลไทยได้มีคำวินิจฉัยที่ขัดหรือตรงกันข้ามกับคำแถลงการณ์ร่วมฯ นั่นหมายความว่า เราไม่สนับสนุนให้กัมพูชานำเอาปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ (๔.๖ ตารางกิโลเมตร) ไปขึ้นทะเบียน มาดามฟรองซัวร์ในฐานะ “คนกลาง” ควรที่จะสำเหนียกหรือตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน แต่กลับกระทำการกลับมติของคณะกรรมการ(ครั้งที่ ๓๑) ไม่แยแสไม่สนใจนำรายละเอียดในคำแถลงการณ์ร่วมที่ศาลไทยไม่เห็นชอบ ผลักดันจนกลายเป็นมติอันอัปยศของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ฮุบที่ดิน ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทยไปให้กัมพูชา บังคับประเทศภาคีสมาชิกมรดกโลกต้องทำตาม ซึ่งหมายถึง คณะกรรมการมรดกโลกไทยต้องยอมรับเงื่อนไขนี้โดยปริยาย นอกจากนี้เราได้พบร่องรอยปรากฏอยู่ในถ้อยแถลงของนายนพดล ปัทมะ และนายปองพล อดิเรกสาร ที่พยายามจะให้มีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมของสองประเทศ โดยเฉพาะนายปองพล อดิเรกสาร มักมีคำพูดถึง มรดกโลกไร้พรหมแดน ก่อนหน้านี้ยังมีหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ถึง ราชเลขาธิการ และหนังสือปกขาว (ลับ) ต่างมีเนื้อหาทำนองที่ว่า จะมีการนำพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทย (ซึ่งเรียกพื้นที่ทับซ้อน) ไปขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในนามเขมร (เรื่องนี้ประชาชนชาวไทยถูกปิดบัง)

วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ก่อนการประชุมที่ควิเบค ประเทศแคนนาดา และเป็นช่วงเวลาก่อนหน้าจะมีมติขึ้นทะเบียนมรดกโลกในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ มีความสำคัญอย่างมาก มาดามฟรองซัวร์วิ่งเต้นล๊อบบี้ รับจ๊อบเขมร ประชุมปรึกษาหารือที่ปารีสหลายครั้ง โทรศัพท์ข้ามทวีปมาที่กรุงพนมเปญและเสียมเรียบ ความสนิทสนมของมาดามฟรองซัวร์กับนายซก อาน และจิตใจที่โน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายกัมพูชา รวมถึงแรงบันดาลใจที่เกิดจากนักการเมืองไทยและข้าราชการบางคนที่ให้การสนับสนุนกัมพูชาในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ฝ่าฝืนคำสั่งของศาลโดยพยามทำแผนพัฒนาร่วมเข้าไปเสนอมาดามฟรองซัวร์ (ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑-จนถึงปัจจุบัน) และนำเสนอผ่านรัฐบาลของตนตั้งแต่นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อจะขอมีเอี่ยวและส่วนแบ่งในการจัดการบริหาร อาทิ กรณีที่จะนำอุทยานซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ไปเป็น “มรดกโลกไร้พรหมแดน” สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้มาดามฟรองซัวร์มีความเข้าใจว่า หน่วยงานราชการของไทยยังคงสนับสนุนการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะคณะกรรมการมรดกโลกของไทยไม่เคยออกมาเรียกร้องหาความเป็นธรรมใดๆ เลยหรือสงวนทีท่าที่จะไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา ประกอบกับคำยืนยันในหนังสือตอบกลับมายังนายนพดล ปัทมะ ของนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่เมินเฉยต่อคำสั่งของศาลไทย และคำสบประมาทที่มีต่อศาลไทยของนายซก อาน รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชา โดยบริภาษศาลไทยว่า “ไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจเรื่องนี้”

องค์กร ANPV ได้ผงาดขึ้นในเว็ปไซต์ ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหาร มีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนต่อความเป็นจริงโดยเฉพาะพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทย มาดามฟรองซัวร์มีส่วนสำคัญในการจัดตั้งองค์กรนี้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงพนมเปญ เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในเอกสารที่นำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่ ๓๒ จนกลายมาเป็นมติของคณะกรรมการมรดกโลกดังกล่าว ซึ่งเนื้อหาสาระในมติขัดต่อคำสั่งของศาลไทย (ดังที่ทราบโดยทั่วไปกันแล้ว) เฉพาะการนำชาวต่างชาติ จำนวน ๗ ชาติ เข้ามาบริหารจัดการในพื้นที่ไทย ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ในนามองค์กรในเครือยูเนสโก คือ ไอคอม (ICCROM) ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างมาก

ในช่วงแรกนี้ มาดามฟรองซัวร์ได้ฝืนมติของคณะกรรมการมรดกโลกและคณะกรรมการมรดกโลกฝืนมติของตนเองโดยเฉพาะมติครั้งที่ ๓๑ ขัดกับมติครั้งที่ ๓๒ แล้วยังทำการบิดเบือนเอกสารที่ใช้ในการพิจารณาการขึ้นทะเบียนโดยใช้ยุทธวิธีเขมือบพื้นที่ไทยไปให้กัมพูชาโดยผ่านมติคณะกรรมการมรดกโลกแล้วใช้อำนาจแกมบังคับผ่านไปทางภาคีสมาชิก ส่วนกัมพูชาได้จัดทำเอกสารที่บิดเบือนอย่างร้ายแรงโดยยึดแผนที่มาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ มาเป็นเอกสารอ้างอิงในจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ฉบับสมบูรณ์ที่มีรายละเอียดถึง ๖๖๑ หน้า กินอาณาบริเวณกว้างไกลรุกล้ำดินแดนประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด แต่ไทยกลับนิ่งเฉยโดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบันซึ่งเน้นการเจรจา (แต่วิชาเจรจาของไทยอ่อนด้อยประสิทธิภาพจะสู้กัมพูชาได้อย่างไร)

หลังจากมติของคณะกรรมการมรดกโลกที่ควิเบค ประเทศแคนาดาผ่านไปแล้ว มาดามฟรองซัวร์ยังเดินทางมาเยี่ยมเยียนสมเด็จฮุนเซนและพวกพ้องใน ANPV และบริษัทรับเหมาของฝรั่งเศสที่มาบูรณะปราสาทบาปวนในนครธม และ ICC อังกอร์ เพื่อเตรียมแผนงานและตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนพฤติกรรมทหารไทยในฐานะผู้รุกรานประเทศกัมพูชา ถ้าเราจำได้เหตุการณ์ปะทะของทหารไทยและกัมพูชา ได้ถูกบรรจุเป็นวาระสำคัญในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก และมีรายงานถึงสภาพของทรัพย์สินคือตัวปราสาท พื้นที่โดยรอบ รอยกระสุน การเสียชีวิตของทหารทั้งสองฝ่าย สุดท้ายยังได้มีการจัดทำรายงานเหตุการณ์ที่ใส่ร้ายทหารไทยเข้าไปในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่สเปน มาดามฟรองซัวร์รับลูกต่อไปผลักดันให้คณะกรรมการมรดกโลกมีคำวินิจฉัยและอนุมัติเงินช่วยเหลือกัมพูชา แถมออกข้อมติครั้งที่ ๓๓ มาอย่างพิสดารพันลึก เพราะต้องการหลักฐานสำคัญนำมาประกอบการขึ้นทะเบียน อาทิ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างกัมพูชาและไทย ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาทั้งสองประเทศ ประเทศกัมพูชาง่ายๆ กล้วยๆ แต่สำคัญที่สุดคือรัฐสภาไทย ( ซึ่งดูจะง่ายเหมือนกัน) รวมถึงแผนพัฒนาบริหารจัดการฉบับสมบูรณ์ (ซึ่งเสร็จแล้วอยู่ในมือมาดามเรียบร้อย)

ข้อมติครั้งที่ ๓๓ เกิดขึ้นในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกที่สเปน เหมือนกับเป็นการติดตามรายงานความคืบหน้าของมรดกโลกประเทศต่างๆ ที่ถูกขึ้นทะเบียนเอาไว้ก่อนลงมติที่เป็นทางการอีกครั้งพร้อมแจกใบรับประกันคุณภาพการันตีจากยูเนสโกโดยการลงนามและประทับตราของผู้อำนวยการใหญ่ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารมีความสมบูรณ์ก็คือ พื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารจะต้องได้รับการส่งมอบจากประเทศไทยโดยผ่านรัฐสภาเพราะจะได้ไม่ขัดต่อคำสั่งของศาลไทยที่เคยส่งผลยืดเยื้อมาได้จนถึงทุกวันนี้

มาดามฟรองซัวร์เป็นผู้หญิงเก่งและฉลาด แต่คุณธรรมนั้นไม่มีเอาเสียเลย การที่นำเอายูเนสโกเข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกนโยบายสันติภาพเข้ามาบังคับให้ประเทศภาคีสมาชิกมรดกโลกอย่างไทยที่หัวอ่อนอยู่แล้วย่อมถูกกับดักและหลุมพรางอย่างง่ายดาย

พฤติกรรมของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ จึงเป็นพฤติกรรมที่ชั่วร้ายและส่งผลถึงอำนาจอธิปไตยและดินแดนของไทยอย่างเห็นได้ชัดซึ่งขัดกับหลักธรรมาภิบาลของยูเนสโก คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยที่มาดามฟรองซัวร์ชาวฝรั่งเศสผู้นี้จะไม่ได้อะไรเลยจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่อกัมพูชาเช่นนี้

บทความโดย มะเน ตีพิมพ์เมื่อ 23 Oct 09 - 20:09 น. Index: , | พิมพ์บทความนี้
เกี่ยวกับผู้เขียน สิ่งมีชีวิตเขตร้อน - 'เวลา' มีน้อยใช้สอยประหยัด |

งดรับความเห็น...