เหตุแห่งความไม่เอาไหนทำไทยเสียท่าเขมร

ฟิฟทีนมูฟ — เหตุการณ์จับกุมตัวคนไทยในเขตแดนไทยวานนี้ เป็นของขวัญเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ชิ้นสำคัญที่รัฐบาลประเทศไทยและกัมพูชาตั้งใจมอบแก่คนไทย เป็นการบอกโดยเหตุการณ์ที่ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมว่ารัฐบาลไทยจงใจปล่อยให้กัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทยตลอดทั้งแนว ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกับพื้นที่เท่า “แมวดิ้นตาย” บนผาเป้ยตาดีอันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร เป็นการบอกว่าแผนที่ ๑: ๒๐๐,๐๐๐ มีผลต่อไทยทุกระวางไม่จำกัดเฉพาะระวางดงรัก เป็นการย้ำคำกล่าวอ้างของประชาชนที่พูดซ้ำ ๆ มานานแล้วว่าประเทศไทยกำลังจะสูญเสียพื้นที่ทางบกนับล้านไร่!!

please1

อาจไม่ต้องพูดขยายความในรายละเอียดมาก เพราะคำให้สัมภาษณ์ของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการพิจารณาข้อตกลงเจบีซี ระบุชัดว่า “งง” เพราะยังอยู่ในเขตประเทศไทย แต่ถูกทหารเขมรถือปืนอาก้าเข้ามาล้อมกรอบและควบคุมตัว

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาประชาชนในท้องที่ส่งหนังสือร้องเรียนยังหน่วยราชการอย่างต่อเนื่อง ภาคประชาชนหลายส่วนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเสนอต่อสาธารณะหลายครั้ง แต่เป็นเสียงที่ไม่ได้ยิน ขณะที่การรุกล้ำพื้นที่ของกองกำลังทหารชายแดนกัมพูชา2 เป็นที่ทราบของหน่วยราชการส่วนท้องถิ่นของไทยและทหารไทยในพื้นที่เป็นอย่างดี และเข้าใจว่ากองทัพบกก็ทราบ กระทรวงการต่างประเทศก็ทราบแต่ปกปิด

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาฟิฟทีนมูฟเคยรายงานความเคลื่อนไหวของกัมพูชาตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว ว่ามีการฝึกทหารกัมพูชาในจังหวัดบันเตียเมียนเจ็ย ติดตะเข็บชายแดนไทย ต่อเนื่องด้วยการส่งหน่วยทหารแยกเป็นหลายสายออกลาดตระเวนตามแนวหลักเขตตั้งแต่หลักเขตที่ ๔๓-๔๖ ซึ่งเป็นไปโดยเอิกเกริกที่หน่วยทหารไทยย่อมทราบเป็นอย่างดี ทั้งในการเจรจาและกำหนดพื้นที่เปิดเขตการค้าตามนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในจังหวัดสระแก้วใกล้ด่านปอยเปต ตัวแทนกรรมการเขตแดนไทยระดับจังหวัดถูกตัวแทนเขมรสั่งให้ไปหาที่ตั้งใหม่เพราะที่เดิมล้ำเขตเขมรตามพิกัดจีพีอาร์เอส โดยฝ่ายไทยรับปากจะเสนอมายังกรุงเทพ เรื่องนี้รัฐบาลก็ย่อมทราบเป็นอย่างดี

เริ่มต้นความชุลมุนวุ่นวายของเมื่อวานนี้ ทุกคนในฟากรัฐบาลออกมาปัดพ้นตัวและให้ข้อมูลที่สับสน นับแต่นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณากรอบเจบีซี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์  หรือคนของกระทรวงต่างประเทศ ตั้งแต่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวง หรือ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รัฐมนตรีฯ

ทางออกคือการเจรจาปล่อยตัวในระดับพื้นที่ซึ่งเป็นที่ทราบว่าเหลวไม่เป็นท่า ขณะที่การต่อสายตรงระดับนายกรัฐมนตรีก็ถูกตอกหน้ากลับมาว่า “ไม่”

กระทั่งถึงช่วงสายของวันนี้สิ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศทำคือการมะงุมมะงาหราอยู่กับการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง ส่งทูตไทยประจำกรุงพนมเปญเข้าให้การช่วยเหลือและจัดหาทนาย

การดำเนินการไม่ว่ารูปแบบใดนับแต่เย็นวานนี้ที่ทั้งระดับบนและระดับล่างได้รับคำปฏิเสธนั้นสายไปแล้วทั้งหมด คำแนะนำเล็ก ๆ ที่ฟิฟทีนมูฟระบุเมื่อเย็นวานนี้ คือ ถ้ายืนยันว่าสถานที่ที่ถูกจับกุมตัวเป็นเขตแดนไทยซึ่งระดับท้องที่ยืนยันได้ไม่ยากนั้น หากเจรจาไม่สำเร็จก็มีทางออกเพียงอย่างเดียวคือส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือ ถ้าต้องมีการปะทะกัน ถ้าจำเป็นก็จำเป็น และควรใช้เป็นโอกาสด้วยซ้ำในการอ้างเหตุขับไล่ทหารกัมพูชาที่รุกเข้ามาในดินแดนไทยตลอดทั้งแนวชายแดน จากสระแก้วไปจรดพระวิหาร ศรีสะเกษ

แต่เพราะไม่มีใครคิดได้ ไม่คิดจะทำ หรือไม่กล้าจะทำ หรือคำตอบจริง ๆ คือ ความไม่เอาไหนของทั้งระบบฝ่ายมั่นคง ตั้งแต่แม่ทัพภาค กองทัพบกโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และตัวผู้นำประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่คงไม่พูดถึงรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ ฮอ นำฮง แห่งกัมพูชาระบุมาว่าให้คุยเฉพาะเรื่องน้ำมัน หรือตัวผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ไม่ทราบว่าเป็นใครเนื่องจากหายจากข่าวไปนาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุทานมื้อเที่ยงกับนายทหารหนุ่มคนไหนจึงไม่สามารถปลีกตัว

เราคงไม่จำเป็นต้องพูดต่อแล้วว่าไทยจะเสียท่าและเสียหายมากมายขนาดไหนกับการจับกุมตัวคนไทยในเขตแดนไทย ที่รวมถึงประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนฯ พรรครัฐบาล และเป็นกรรมาธิการพิจารณาเรื่องอันเกี่ยวเนื่องกับเขตแดน เพราะเหตุแห่งความไม่เอาไหน เพราะเหตุแห่งการปกปิดหมกเม็ด หรือเพราะเหตุแห่งผลประโยชน์ทับซ้อน (ในเรื่องสินค้าหนีภาษี ของเถื่อนและบ่อน) และหน้าตาภาพลักษณ์ของนักการเมืองระดับผู้นำ

เราเห็นโดยสุจริตใจว่า อาจถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทยที่รู้สึกรู้สาควรลุกขึ้นออกมาบอกกับนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ควรมาเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ๆ ของประเทศอีก ไล่ให้ไปวิ่งเล่น กินนมแล้วเข้านอน หรือไม่ก็นั่งเป่าถุงยาง!

และฟิฟทีนมูฟจำเป็นต้องถามหาความรับผิดชอบจากชายหลังฉากอีกคน ตัวแทนของสหรัฐอเมริกาที่นั่งในตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ต้นทางของ MOU43 ซึ่งป็นตัวแทนสหรัฐฯ ในการเจรจาคืนดีระหว่างไทยกับกัมพูชาและกำกับทิศทางนโยบายและการสานสัมพันธ์ของรัฐบาลอภิสิทธิ์กับฮุน เซน วันนี้ควรปรากฎตัวและออกมาแสดงความรับผิดชอบ!!

--------------------------------------
  1. กราฟฟิกประกอบโดย หน่อย []
  2. สื่อไทยเรียกตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชา หน่วยงาน ตชด. เป็นลักษณะเฉพาะของประเทศไทยสังกัด สตช. ส่วนของกัมพูชาเป็นกองพันทหารในสังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website