มรดกโลกเขมรออกแถลงการณ์เฉ่งสุวิทย์-ด่ากราดไทยเป็นศัตรูแย่งสมบัติ

ฟิฟทีนมูฟ — หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๔ ที่กรุงบราซิลเลีย ประเทศบราซิล เสร็จสิ้น ภาคประชาชนไทยค้นพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์ คุณกิตติ ซึ่งเดินทางเป็นตัวรัฐบาลไทย ได้ลงนามในเอกสารร่างมติฉบับประนีประนอม ที่ WHC-10/34.COM/7B.add.3. ซึ่งจะมีผลเป็นมติของคณะกรรมการมรดกโลก กระทั่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง การสนทนาในรายการภาคพิเศษต่อปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารทางสถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ และภายหลังนายสุวิทย์ได้ออกมาแถลงอีกหลายครั้งในการที่จะพูดคุยกับศูนย์มรดกโลกดังปรากฎตามข่าวในเดือนสิงหาคม

nwhc-statement21

ฟิฟทีนมูฟได้ตรวจสอบแหล่งข้อมูลในกัมพูชาย้อนหลังพบว่า เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๓ คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลก หรือ The National Committee for the World Heritage ของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประนามนายสุวิทย์ คุณกิตติ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เผยแพร่ในเว็บไซต์ National World Heritage Committee ของกัมพูชา

เนื้อหาเป็นการฟ้องประชาชนกัมพูชาและประชาคมโลก และประนามการให้สัมภาษณ์และความพยายามของนายสุวิทย์ คุณกิตติ ที่จะตรวจสอบเอกสารทั้งมติคณะกรรมการมรดกโลกและแผนบริหารการจัดการของกัมพูชา โดยกล่าวหาว่านายสุวิทย์ทำการมอมเมาคนไทยให้เข้าใจผิดไม่รู้จักหยุดรู้จักหย่อน ทำให้เกิดความเกลียดชังต่อกัมพูชา ย้ำว่าเอกสารที่นายสุวิทย์ลงนามในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทยไปแล้วนั้นมีผลแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้อีก ยกเอาธรรมนูญของศูนย์มรดกโลกมาสั่งสอนว่าปราสาทพระวิหารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นเป็นเรื่องของประเทศกัมพูชา ประเทศอื่นซึ่งหมายถึงประเทศไทยนั้นไม่มีหน้าที่และไม่ควรจุ้น แขวะนายสุวิทย์ว่าต้องการเปลี่ยนคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือ ว่าให้ไม่อายหรือที่ถูกนานาชาติจับได้ว่าใช้แผนที่ลับและเขียนขึ้นเองเพื่อไว้โกหกประชาชน แนะให้ฟังชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคนไทยผู้มีสามัญสำนึก อย่าฟังผู้มีอำนาจและพวกหัวรุนแรงให้มาก ตบท้ายขู่ใช้กฎหมายระหว่างประเทศและเรียกไทยเป็นศัตรูแย่งทรัพย์สมบัติ แถมยกตัวเองว่ากัมพูชาพยายามรักษาความสัมพันธ์และเป็นมิตรมาโดยตลอด

ต้นฉบับภาษาอังกฤษดาวน์โหลดได้ที่นี่ เนื้อหาคำแปลแถลงการณ์เป็นภาษาไทย มีดังนี้

—————————————–

แถลงการณ์

คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลกปรารถนาที่จะแจ้งแก่ประชาชนและประชาคมนานาชาติว่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชัน (ประเทศไทย) ฉบับวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ได้รายงานว่า สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้พยายามเข้าพบผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกและมาดามเลขาธิการใหญ่ของยูเนสโกในกรุงปารีส เพื่อหารือปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดโลกภายหลังที่ประเทศกัมพูชาได้ยื่นเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลกมีภาระที่จะต้องแจ้งแก่ประชาชนและประชาคมนานาชาติถึงการรณรงค์มอมเมาไม่รู้หยุดหย่อนที่เผยแพร่โดยรัฐมนตรีผู้นี้ต่อการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก นับแต่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้

๑ รัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ได้ลงนามในฐานะตัวแทนของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในมติประนีประนอม 34 COM 7B.66 1  ที่กรุงบราซิลเลีย ประเทศบราซิล เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ซึ่งลงนามกำกับโดย ฯพณฯ ดร.สก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในนามของรัฐบาลกัมพูชา  และลงนามโดย ฯพณฯ จูกา เฟอร์เรียรา (Juca Ferreira) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศบราซิล และประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๔ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีการแก้ไขใดในมติดังกล่าวที่มีความจำเป็นและเป็นไปได้ หลักการไม่สามารถแก้ไขคืนได้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแต่รัฐมนตรีสุวิทย์ได้กล่าวต่อสาธารณะในมติชนออนไลน์วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ว่าการลงนามทำแค่ในฉบับร่าง ไม่ได้ทำในบันทึกความเข้าใจหรือเอกสารทางกฎหมาย

๒.  ต่อความพยายามของรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติที่จะตรวจสอบเอกสารของกัมพูชา แสดงอย่างชัดเจนว่ารัฐมนตรีผู้นี้แสร้งไม่เข้าใจหรือไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ2 ของศูนย์มรดกโลกและธรรมนูญเกี่ยวกับการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก3 ระบุว่ารัฐภาคีหนึ่งซึ่งมีทรัพย์สินภายใต้ดินแดนตนเองมีหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องและอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของรัฐนั้น ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรมีรัฐภาคีใดเข้ามาแทรกแซงหน้าที่ของรัฐภาคีอื่น

๓. รัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิติ ได้ปลุกระดมคนไทยให้เกิดกิจกรรมที่ทั้งเป็นศัตรูและไม่เป็นมิตรต่อกัมพูชาในปัญหาปราสาทพระวิหาร ดูถูกหลักกฎหมายและความจริง หรือรัฐมนตรีผู้นี้ต้องการกลับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ที่ได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบอยู่ใต้อธิปไตยของกัมพูชา? รัฐมนตรีรู้สึกอับอายหรือไม่เมื่อนานาชาติทราบว่าประเทศไทยใช้แผนที่ลับและวาดขึ้นเองเพียงฝ่ายเดียวเพื่อโกหกประชาชนและแย้งกับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก? ยิ่งกว่านั้น ทุกคนต่างกันพากันประหลาดใจว่าทำไมรัฐมนตรีผู้นี้ได้เที่ยวไปโกหกผู้อื่นและประชาชนไทยของตนเองโดยบอกว่าตนเองสามารถแก้ไขและถอนปราสาทพระวิหารของกัมพูชาออกจากการเป็นมรดกโลกได้

๔. รัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ควรให้ความใส่ใจต่อคำแนะนำของ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตคณบดีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ เชี่ยวชาญในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้ยืนยันตามที่มีรายงานในประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ว่าประเทศไทยต้องปิดบทในปัญหาปราสาทพระวิหารและการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ และมติของคณะกรรมการมรดกโลกในปี ๒๕๕๑  แทนที่จะใช้ปัญหานี้เป็น “เกมการเมือง” เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนและล้มคว่ำฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และปรุงแต่งคะแนนเสียงระหว่างการเลือกตั้ง ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ควรฟังผู้มีอำนาจและคนไทยหัวรุนแรงให้น้อยลง และควรให้ความใส่ใจต่อเสียงของคนไทยที่มีสามัญสำนึกให้มากขึ้น

คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลกรู้สึกสะเทือนใจอย่างสุดซึ้งและอนาจใจอย่างที่สุดต่อการรณงค์มอมเมาโดยไร้ความรับผิดชอบอย่างไม่หยุดหย่อนที่นำโดยรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ขณะที่ทั้งสองประเทศ กัมพูชาและไทยอยู่ระหว่างการคืนความสัมพันธ์สู่ความเป็นปกติด้วยการแลกเปลี่ยนทูตซึ่งการแสดงออกแรก

อีกครั้ง คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลกกระตุ้นผู้นำทางการเมืองของไทยให้ยุติการรณรงค์มอมเมาที่ไม่ประสงค์ดีซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับสาธารณะ หยุดการใช้บริการริมฝีปากและทุกรูปแบบของความเกลียดชังของคนไทยต่อกัมพูชาเพื่อประสงค์คะแนนนิยมทางการเมืองส่วนตัว  กัมพูชาปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงมาโดยตลอด และจะนำใช้อย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องตนจากการแย่งชิงทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรมโดยศัตรู ในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชาปรารถนามาโดยตลอดที่จะรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีและเป็นมิตรกับราชอาณาจักรไทย

พนมเปญ, ๓ กันยายน ๒๕๕๓
คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลก

—————————————–

--------------------------------------
  1. Compromised Decision 34 COM 7B.66 []
  2. Rules of Procedure []
  3. the Protection of the World Cultural and Natural Heritage []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website