ไก่ไม่เคยหมดเล้าที่ กต.

ฟิฟทีนมูฟ – จากบทความ “” ที่ติงเตือนการตั้งผู้พิพากษาสมทบสัญชาติฝรั่งเศส เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่าการตั้งผู้พิพากษาสัญชาติเดียวกันซ้ำนั้นกระทำได้ ไม่ผิดกฎแต่อย่างใด ตามปรากฎในเว็บไซต์กระทรวงฯ

เรื่องนี้ เมื่อได้บอกแล้ว เตือนแล้ว ยังรั้นจะเอาความเขลามาแย้งขัด ก็ป่วยการจะขัดเกลาต่อไปอีก ให้ดำเนินการตามสะดวกสมความมุ่งหมาย เร่งนำพากันไปเข้าปิ้งที่ศาลโลก แล้วประเทศจะเป็นผู้รับกรรม ซึ่งบรรดาท่าน ๆ ไม่เกี่ยวและไม่เคยต้องรับผิดอะไร

ประวัติศาสตร์ของทุกชนชาติมักสอนไว้เสมอว่า โง่ด้วย สู่รู้ด้วย แล้วขยันด้วย นำพาไปแต่ทางพินาศ หากโง่ส่วนตัวเสียหายส่วนตัวนับว่าไม่เดือดร้อนใคร แต่โง่แล้วลากพาประเทศไปด้วย..นี่ไม่ควร เรื่องเขมร-ฝรั่งเศส-ศาลโลกนี้ เสียหายกันมาไม่รู้กี่ครั้งไม่เคยรู้จำ ก็ถ้าโง่ถึงขั้นตั้งฝรั่งเศสเป็นทั้งทนายและผู้พิพากษาสมทบได้ ทำไม่ไม่ตั้งเขมรให้ตรงตัวไปเสียเลย

ต่อมา ดูเหมือนว่าเรื่องไก่ ๆ ควาย ๆ ของกระทรวงการต่างประเทศนั้น เห็นจะเพาะเลี้ยงไว้เป็นฟาร์มใหญ่ จึงปล่อยเรี่ยราดได้ไม่รู้หมด การตอบคำถามผู้สื่อข่าวของอธิบดีกรมสารนิเทศ ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กระทรวงฯ ที่กล่าวถึงนั้น เราได้เห็นอีกว่า ที่วงเล็บคำศัพท์ไว้สามแห่งผิดหมดทั้งสามแห่ง ตามภาพที่เห็นด้านล่าง

mfa-icj
ภาพ: ข่าวสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันการแต่งตั้งผู้พิพากษาเฉพาะกิจสัญชาติฝรั่งเศสไม่ขัดต่อระเบียบข้อบังคับและธรรมนูญของศาลโลก วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ข้อความผิดถูกมีดังนี้คือ

  • กระทรวงการต่างประเทศเขียน Judge ad Hoc ที่ถูกคือ Judge ad hoc
  • กระทรวงการต่างประเทศเขียน Rule of Court ที่ถูกคือ Rules of Court
  • กระทรวงการต่างประเทศเขียน Statue of the International Court of Justice ที่ถูกคือ Statute of the International Court of Justice

ให้สงสัยว่า เห็นทีกระทรวงการต่างประเทศจะสิ้นคนมีความรู้ความสามารถ กับเรื่องพื้นฐานจำเป็นอย่างภาษา ยังปล่อยออกมาให้ประจานหน้าตัวเอง ไม่ว่าเพราะความชุ่ยหรือความโง่ ให้ไว้ใจไปเจรจาเรื่องใหญ่ความเมืองนั้น ใครกล้าวางใจเห็นจะไม่มี

ยิ่งเมื่อนายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นว่า “” นั่นหมายความว่า กระทรวงการต่างประเทศของราชอาณาจักรไทยได้โอนถ่ายอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไปให้ ‘องค์การต่างด้าว’ ภายนอกเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

เป็นที่น่าเสียดายว่า หลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อคราวก่อน อธิบดีกรมสนธิสัญญานำคณะขอเข้าพบอดีตข้าราชการระดับสูงหลายท่านของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอคำแนะนำ รับมือการที่เขมรนำประเด็นพิพาทปราสาทพระวิหารไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ทว่าเมื่อรับฟังแล้วก็ไม่ได้นำพา ยังมุ่งหน้าไปสู่หนทางให้ประวัติศาสตร์เมื่อห้าสิบปีก่อนมันหยามซ้ำ

การที่ควรจะแย้งโต้ปัดอำนาจศาลฯ สับปะรังเคนั่น ก็ไม่เห็นกระทรวงการต่างประเทศจะมีท่าที กลับแต่จะกระตือรื้อร้นพาคณะไปเที่ยวทัวร์ที่ศาลโลก จะไปเยี่ยมชมสิ่งใดกันหรือ ร่องรอยความเจ็บช้ำในอดีต หรือรอยเทียนที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เคยพาคณะไปเวียนวน

ศาลโลกไม่มีอำนาจรื้อฟื้นคดีเก่าเมื่อพ้นระยะเวลาที่กฏหมายกำหนดไว้ ไม่มีสิทธิ์รับพิจารณาหรือ “เปิดคดีใหม่” และไม่มีอำนาจออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบังคับกับประเทศที่มิได้ยินยอมรับอำนาจศาลฯ

จึงไม่มีเหตุผลที่ไทยต้องไปว่าจ้างร้องขอให้คนชาติอดีตเจ้าอาณานิคมกัมพูชา เป็นทนายหรือผู้พิพากษาสมทบ และเร่งร้อนไปร่วมกระบวนการ ทั้ง ๆ ที่การเปิดรับฟังที่จะถึงในช่วงปลายเดือนเป็นเพียงการหารือในเรื่องมาตรการคุ้มครองชั่วคราว สิ่งพึงทำคือเตรียมคำคัดค้านอำนาจศาลฯ และแถลงข้อเท็จจริงพร้อมแสดงหลักฐานการรุกรานของกัมพูชา เพื่อขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราวอันเป็นประโยชน์ต่อไทย

เมื่อมองวิธีคิดและการดำเนินการโดยรอบ เวลานี้ดูจะเป็นการยากเสียแล้วที่จะห้ามปรามกระทรวงการต่างประเทศ ต่อให้เอาโซ่เส้นใหญ่มาล่ามผูก ก็ยังจะดึงดันแหกไปให้จนได้ ถ้าไม่เสียแผ่นดินอีกในคราวนี้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ทางอื่น..มองไปไม่เห็น มันถึงคราวจะพินาศ ใครก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website