15thmove : ขอนอกเรื่อง ..สันดานเอาแต่ได้ มักง่ายเป็นแต่สร้างภาพ มันคิดว่าคนต้องฉลาดเลือกร้านที่ของถูก ประทานโทษนะลูกไอ้เหลี่ยม ละแวกบ้านกุมันแพงเหมือนกันหมด ให้กุถ่อไปหากินที่ที่อื่นให้มันเปลืองค่ารถรึ ของในตลาดสดก็ขึ้น รถร่วมก็ขึ้นอีกบาทห้าสิบ ความฉิบหายนี้ก็มาจากโคตรเหง้ามึงนั่นแหละ
(about 3 days ago).ข่าวสั้นทันเขมร
- 7 ธ.ค. - 18:19 น.
ฮอเผยเตรียมส่งเอกสารถึงศาลโลกมีนาปีหน้า Continue →
- 1 ธ.ค. - 15:08 น.
ถึกฮวยเซงเปิดการก่อสร้างถนนที่โพธิสัตว์ ตั้งเป้าลาดยาง ๕๐๕ กม. ๗ จว Continue →
- 1 ธ.ค. - 13:48 น.
อันดับความโปร่งใสเขมรร่วง เผยศาลคอรัปชันรุนแรงอันดับหนึ่ง Continue →
- 7 ธ.ค. - 18:19 น.
อย่าเสียทีพม่า อย่าเสียท่าเขมร
เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๒ นี้ อดีตเอกอัครราชทูตสุรพงษ์ ชัยนาม มาเยี่ยมและบอกลาว่าจะไปวอชิงตัน ดี.ซี. แถมยังบอกฝากเรื่องห่วงหน้าห่วงหลังไว้ คือ เรื่องพม่ากับเขมร ผมอุตส่าห์เพลาการเขียนลงแล้ว ทำไมจึงจะต้องเป็นผมอีกหนอ ทูตสุรพงษ์บอกว่าได้ทำรายงานให้รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๒ ป.ป.ช.ชี้มูลว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ผิดหรือไม่ที่ไปร่วมทำสัญญากับนายฮุนเซนโดยพลการ
หมวด บทความ
Comments Off
ขณะนี้พวกเราทุกฝ่ายจะร่วมมือกันพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทย
ส.ว. ส.ส. ทหาร ประชาชนและสื่อ จะร่วมมือกันแก้ปัญหาเสียดินแดนเขาพระวิหาร! หมายเหตุ : บทความนี้พัฒนาขึ้นมาจากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ หลังจากที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้พบและพูดคุยอย่างจริงจังกับตัวแทนกระทรวงกลาโหม สมาชิกวุฒิสภาบางท่าน และตัวแทนสื่อบางท่าน แล้วต่างมีความเห็นพ้องกันในขณะนี้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ จะเยียวยาแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น และที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ต่อๆ ไปได้อย่างไร ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมีความเห็นที่จะแก้ไขการเปลี่ยนแปลงชื่อบทความนี้เสียใหม่จาก “กระทรวงการต่างประเทศเล่นเกมการเสียดินแดน: กต. – ต้นคิด รัฐสภา – อนุมัติทหาร – ปฏิบัติ!” เป็น “ขณะนี้พวกเราทุกฝ่ายจะร่วมมือกันพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทย!” เพื่อให้เกิดปฏิบัติการที่สร้างสรรค์และฉับพลันในความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่จะพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทย เมื่อปีที่แล้วหากมีใครไปถาม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกเรื่องการเสียดินแดนเมื่อกัมพูชานำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ท่านจะตอบว่า “…..ไม่ทราบว่าจะนำไปสู่การเสียดินแดนได้อย่างไร” (สมุดปกขาวกระทรวงการต่างประเทศหน้า ช ) เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.๒๕๕๑) ข้อมูลต่างๆ ของเรื่อง ที่ประชาชนจะสามารถนำมาเป็นพื้นฐานความรู้ความเข้าใจนั้น ยังมีน้อยมาก เพราะว่าเราถูกปิด ถูกบิดเบือนข้อมูล และที่สำคัญคือ ประชาชนถูกหล่อหลอมให้คิดและเชื่อข้อมูลผิดตลอดมา หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก (พ.ศ. ๒๕๕๒) ประชาชนจาก ๑-๒ คน รวมกันเป็นเครือข่าย และจากเครือข่ายรวมกันเป็นภาคีเครือข่าย ได้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร จนชัดเจนแล้วว่า หากจะพูดถึงเรื่องนี้กับกระทรวงการที่เกี่ยวข้อง (เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จะต้องพูดเป็น ๒ เรื่อง เหมือนว่าต่างก็ไม่รับรู้ ไม่มีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยอ้างว่า “ไม่ใช่หัวข้อเรื่องของตน”) คือ เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเรื่องหนึ่ง และเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบของคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา อีกเรื่องหนึ่ง ทั้งๆที่เมื่อพิจารณาตามข้อมูลหลักฐานแล้วจะต้องเป็น "เรื่องเดียวกัน” เพราะหนีไม่พ้นที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องเขตแดน
เงื่อนปมคดีปราสาทพระวิหาร : บทความล่าสุดจาก ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (คนไทยควรอ่านหลายๆ รอบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน)
ปราสาทพระวิหาร ข้อขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารเป็นปัญหาเก่าแก่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกว่ากึ่งศตวรรษ บัดนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวมาถกเถียงกันอีกและมีการเขียนบทความต่างๆ มากมายรวมทั้งข้อเขียนของข้าพเจ้าเรื่องคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ซึ่งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชารวมทั้งคำคัดค้านของไทยและข้อสงวนซึ่งไทยตั้งไว้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กระนั้น ข้อเขียนของข้าพเจ้ายังถูกตีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้อ่านมิได้อ่านอย่างละเอียด ละเลย หรือหลงลืมบางข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ข้าพเจ้าจึงขอสรุปอีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้ คดีปราสาทพระวิหาร ไทย – กัมพูชา พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ กัมพูชาเป็นโจทก์ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเพื่อฟ้องไทยเป็นจำเลย ขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่นั้นอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา
หมวด บทความ
2 ความเห็น
กรอบการเจรจาชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐสภาไทยอย่าตกหลุมพราง
วาระการประชุมที่เป็นเรื่องเสนอใหม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น “บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา” ตามวาระที่ ๕.๗ หรือ “ร่างกรอบการเจรจาเพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบของคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชาและกลไกอื่นๆภายใต้กรอบนี้” ตามวาระที่ ๕.๑๓ ที่จะมีการนำเข้าพิจารณาลงมติอีกครั้ง ในวันที่พุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๙ โมงเช้า นั้น เป็นเรื่องที่บรรดาสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายพึงพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งก่อนที่จะยกมือลงมติ เพราะนี่คือการลงมติในเรื่องที่มีบทเปลี่ยนแปลงดินแดนและอธิปไตยของประเทศ และครั้งนี้นักวิชาการและประชาชนได้ชี้แจงต่อสาธารณะด้วยเหตุผลและหลักฐานอันเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่า กรอบการเจรจาตามร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้จะนำไปสู่การเสียดินแดนและอธิปไตยของชาติเหนือพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร บริเวณปราสาทพระวิหาร เนื่องจากประเด็นสำคัญในร่างข้อตกลงคือการถอนทหารของจากพื้นที่พิพาทและแทนที่ด้วยกลไก JBC หากรัฐสภาอนุมัติและมีการแจ้งให้กัมพูชาทราบ ร่างข้อตกลงนี้ก็จะมีผลบังคับใช้ในทันที โดยในร่างข้อตกลงระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า Continue
หมวด บทความ
Comments Off



