หนอนบ่อนชอนไชแต่ในเนื้อ

ฟิฟทีนมูฟ — เหตุการณ์นับเนื่องตั้งแต่เหตุพิพาทปราสาทพระวิหารที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี ทอดลงจากสันปันน้ำสู่ที่ราบไปบรรจบเหตุการณ์ลักพาตัว ๗ คนไทย บนแผ่นดินไทยระหว่างหลักเขตที่ ๔๖ – ๔๗ ได้สั่งสอนคนไทยซ้ำ ๆ อีกครั้งว่าสนิมนั้นไซร้เกิดแต่เนื้อในตัว และศัตรูที่น่ากลัวคือหนอนที่ชอนไชในก้อนเกลือ เกลือคือสิ่งถนอมเนื้อไม่ให้เป็นหนอน แต่หากเกลือนั้นเป็นหนอนเสียเอง ก็คือหน่อเชื้อของความอัปรีย์ทั้งปวง

15th_govthouse_jan13x12

ความพยายามของหลายฝ่ายที่จะปกป้องแผ่นดินบนเขาพระวิหาร  อุปสรรคใหญ่ไม่ใช่กัมพูชาผู้เป็นปฏิปักษ์ แต่เป็นนักการเมือง ข้าราชการ นายทหารของไทย ผู้มีหน้าที่เป็นก้อนเกลือต่างหากที่เป็นตัวกีดขวาง ที่ป่วยการจะถามว่าที่ทำลงไปนั้นเป็นไปเพราะเหตุผลอะไร

ครั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์จับตัว ๗ คนไทย บรรดาองคาพยพของรัฐบาลไทย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ  เลขาประจำตัวรัฐมนตรี นายทหารสายบูรพา เร่งด่วน-ดาหน้ามาบอกว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชา

เมื่อประชาชนคนธรรมดาที่มีความสำนึกพยายามเสาะแสวงข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์สิทธิว่าแผ่นดินนั้นเป็นของเราที่เขามายึดครอง เป็นความพยายามที่จะรักษาอธิปไตยของชาติและช่วยเหลือ ๗ คนไทย กลายเป็นว่าคนของรัฐบาลนั่นเองที่ขมีขมันหาหลักฐานมาหักล้าง เป็นเดือดเป็นร้อนราวกับหวั่นว่ากัมพูชาจะเสียแผ่นดินให้ไทย เป็นกังวลว่าคนไทยจะไม่ถูกจับในดินแดนกัมพูชา

หากนั่นเป็นข้าราชการในสมเด็จสีหโมนีกษัตริย์กัมพูชา หากเป็นนักการเมืองใต้บารมีสมเด็จเดโช ฮุน เซน แล้ว ความขยันขันแข็งนั้นควรได้รับการยกย่องสรรเสริญจากคนไทยแม้เป็นประเทศคู่ขัดแย้ง

แต่หากนั่นเป็น “ศิริโชค โสภา” ศิษย์ล้างครูของอาจารย์หม่อมหลวงวัลย์วิภา จรูญโรจน์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดสงขลา ก็ควรที่จะถูกตั้งคำถาม

ด้านหนึ่ง ความที่เป็นนักศึกษาจากสถาบันมีชื่อ เรียนในระดับขั้นที่พอจะรู้กระบวนการวิจัยข้อมูล กลับใช้ข้อมูลจากสารานุกรมที่เนื้อหาตื้นและใครก็แก้ไขได้ ไม่ถูกยอมรับเป็นแหล่งอ้างอิงในทางวิชาการ  ลอกการบ้านเว็บบอร์ด ฯลฯ ก็ควรที่จะถูกตั้งคำถาม แต่ยิ่งกว่านั้น เจตนาการนำเสนอ ความพยายามที่จะยืนยันว่าบ้านหนองจานต้องเป็นของเขมร บ่อน้ำท้ายหมู่บ้านขุดโดยเขมรสามฝ่าย การปกครองค่ายขึ้นกับเขมรสามฝ่าย ทั้ง ๗ ต้องถูกจับในแผ่นดินเขมร และอื่น ๆ ควรถูกตั้งข้อสงสัยยิ่งกว่า

เราแน่ใจว่าบุพการีของศิริโชคไม่ได้มาจากเขมรอพยพทางเรือที่ขึ้นฝั่งสงขลา-ปัตตานี แล้วอะไรคือแรงจูงใจ ความพยายามรักษาหน้าตาของรัฐบาลหรือ ความใคร่ที่ต้องการเอาชนะคะคานหรือ หลักฐานที่ยกอ้างยืนยันนั้นที่เขมรสามารถชี้นิ้วได้ว่านั่นไงคนสนิทนายกรัฐมนตรีไทยยังยืนยันอย่างนั้น ๆ ด้วยหลักฐานเช่นนั้น ๆ ..เป็นคุณอะไรต่อคนไทยทั้ง ๗ เป็นคุณอย่างไรกับประเทศชาติ จากเหตุพระวิหารจนถึงบ้านหนองจานศิริโชคก็ยังรั้นเหมือนจะยกแผ่นดินให้เขมรให้จงได้ ทำไปทำไม?

ไม่นับรวมนิสัยชอบโทรเยาะภาคประชาชนเมื่อได้ข้อมูลเด็ด น็อคได้ ไม่นับรวมกิริยายืนเท้าสะเอวค้ำหัวผู้ใหญ่อย่าง ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ที่ช่อง ๑๑ ที่ถ้าคนเฒ่าคนแก่เมืองใต้เห็นก็คงต้องถามว่า..ลูกใคร ใครเก็บมาจากข้างทางรถไฟ พ่อแม่สอนมาแบบไหน?

คนสนิทนายกรัฐมนตรีก็หนึ่งแล้ว นายเจริญ คันธวงศ์ ประธานกรรมาธิการศึกษา JBC จากพรรคเดียวกันก็อีกหนึ่ง นายกษิต ภิรมย์ ผู้เลอะเทอะเรื่องสันปันน้ำและย่างก้าวด้วยเชือกจมูกของเด็กเมื่อวานซืน ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ก็อีกหนึ่ง นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ผู้ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณของสมเด็จสีหโมนีก็อีกหนึ่ง ล้วนแต่เกลือก้อนนั้น ไม่พักถามถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สาละวนปั้นเรื่องโกหกเป็นกิจหลัก

นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย จะเคยรับรู้หรือไม่ ว่าสมัยที่ตัวยังแก้ผ้าวิ่งเล่นนั้น ทูตไทยที่ปารีสเคยอ่านสุนทรพจน์ด่ากษัตริย์สีหนุคาชามข้าว ณ ดินเนอร์หนึ่งมาแล้ว วันนี้ประพฤติของเอกอัครข้าราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญเป็นอย่างไรก็มองกระจกดูเองเถิด

บรรดาเกลือมิได้มีอยู่เพียงขยุ้มเดียว หากปรายตาไปที่ฝ่ายความมั่นคง ก็จะเห็นตาคู่หนึ่งจ้องถลนมองหาว่าสมบัติชาติส่วนใดเหมาะจะยอกยักมาเป็นสมบัติตัว อิงประสบการณ์แปรเมียเพื่อนมาเป็นเมียตนที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตเป็นหลักคิด ขณะที่อีกหนึ่งฝ่ายความมั่นคงผู้เคยคุกเข่าต่อหน้า “ไอ้เหี้ยเหนาะ” ด้านหนึ่งก็จุกอกด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ที่บทวิเคราะห์ล่าสุดของกรุงเทพธุรกิจก็พูดตรงกับบทความโนนหมากมุ่นฯ ของเรา ด้านหนึ่งก็แอบเล่นไม้สกปรกเสาะหาว่าใครเขี่ยคุ้ยริดสีดวงทวาร?  ขณะน้องและน้องบูรพาผู้ห้าวหาญวันนี้ก็ยอกในเพราะกลิ่นริดสีดวง “พี่สาว” โชยฟุ้ง และไม่แน่ว่าสมัยหนึ่งนั้นก็เปือนด้วยกันมา ..ใครจะรู้จริงไหม?

ยิ่งเรื่องบานปลายเราก็ยิ่งเห็นแท้ว่าศัตรูภายนอกไม่ได้ร้ายเท่าภายใน ถ้าเกลือที่รักษาเนื้อไม่ให้เน่ามาเป็นหนอนเสียเอง ก็อย่างที่เห็น..เป็น-อยู่-คือ ยิ่งคิดยิ่งเห็นก็ป่วยใจ-ปวดใจ!

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website