ข้อสังเกตจากการประชุมที่ยูเนสโกครั้งล่าสุด โดย. ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล

ฟิฟทีนมูฟ — ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ในฐานะอดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำ UNESCO และเป็นอดีตที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกเรื่องมรดกโลก ตั้งข้อสังเกตต่อการเข้าร่วมโดยไม่ได้รับเชิญในการหารือไทย-เขมร ที่ศูนย์มรดกโลกของนางโบโกวา ผู้อำนวยการยูเนสโก เมื่อ ๒๕ พ.ค. โดยมองว่าเป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของยูเนสโกให้การขึ้นทะเบียนลุล่วง และอำพรางการกระทำการอันผิดธรรมนูญของยูเนสโก เป็นกุศโลบายที่แนบเนียนและละมุนละม่อมเพื่อให้ฝ่ายไทยตายใจ

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ อดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำ UNESCO และ FAO และเป็นอดีตที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกเรื่องมรดกโลก
แฟ้มภาพ: ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ อดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำ UNESCO และ FAO และเป็นอดีตที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกเรื่องมรดกโลก

ข้อสังเกตจากการประชุมที่ยูเนสโกครั้งล่าสุด

     จากรายงานข่าวการประชุมนอกรอบเรื่องมรดกโลกระหว่างไทยกับกัมพูชาที่กรุงปารีส ข้าพเจ้าขอตั้งข้อสังเกตซึ่งอาจแตกต่างจากความเห็นของบางท่าน ดังนี้

     ท่าที นางนางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการยูเนสโก ซึ่งดูเหมือนเอนเอียงมาทางฝ่ายไทยนั้น หากพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้ว จะเห็นได้ว่าแท้ที่จริงนั้น นางโบโกวามีวัตถุประสงค์เพียงรักษาผลประโยชน์ของฝ่ายตนเพื่อให้การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกสำเร็จลุล่วงไปในที่สุด ทั้งนี้ เนื่องจากไทยเป็นฝ่ายถอยโดยขอให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องพื้นที่บริหารจัดการออกไป แทนที่จะโต้แย้งขั้นเด็ดขาดมิให้มีการขึ้นทะเบียนตั้งแต่แรก นางโบโกวารู้ดีว่า หากยอมให้มีการโต้เถียงยืดเยื้อถึงขั้นรุนแรงกว่านี้ ก็จะเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีปัญหาขัดแย้งซึ่งผิดธรรมนูญของยูเนสโกว่าด้วยการรักษาสัมพันธภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศภาคี และไม่ส่งเสริมให้มีการขัดแย้งอันอาจนำมาซึ่งการใช้กำลัง

     สรุปได้ว่า นางโบโกวาพยายามช่วยกัมพูชาให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยใช้กุศโลบายที่แนบเนียนและละมุนละม่อมเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ ท่าทีที่แสดงว่าเข้าข้างไทยน่าเป็นละครฉากหนึ่ง เพราะในส่วนลึก สิ่งที่น่าหวั่นเกรงมากที่สุดของยูเนสโกคือไทยถอนตัวจากอนุสัญญามรดกโลก เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเคยถอนตัวจากยูเนสโกแล้วถึงสองครั้ง

     อนึ่ง การที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำความเสียหายโดยยิงปืนใส่ซากปราสาทพระวิหารนั้น ไทยควรโต้แย้งว่ากัมพูชาต่างหากเป็นฝ่ายใช้ปราสาทเป็นที่มั่นซ่องสุมกำลังทหารและสรรพาวุธรุกรานฝ่ายไทยโดยใช้อาวุธสงครามยิงบ้านเรือนและราษฎรไทยจากจุดดังกล่าว ไทยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้กำลังตอบโต้เพียงเพื่อป้องกันตัวเอง

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website