‘ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล’ “พื้นที่ทับซ้อนมีที่เดียว คือตัวปราสาท”รัฐบาลต้องยืนยันอธิปไตย ยูเนสโกต้องถอนมรดกโลก

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ – ณ เวลานี้กรณีปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกก็ยังคงเป็นประเด็นที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจ กระทั่งเกิดเป็นเครือข่ายภาคประชาชนซึ่งรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังคัดค้านการขึ้นทะเบียนตามข้อเสนอของกัมพูชาซึ่งจะส่งผลให้ไทยเสียดินแดนให้แก่กัมพูชา ซึ่งล่าสุดนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้เปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนส่งตัวแทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายรัฐบาลในกรณีดังกล่าว

       ส่วนผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีเห็นพ้องตามข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาชนหรือไม่ ‘ดร.สมปอง สุจริตกุล’ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตทนายผู้ประสานงานคณะทนายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พ.ศ.2502-2505 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคีภาคประชาชนที่เข้าร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดในการเจรจาครั้งนี้ กับ ‘ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์’ อย่างหมดเปลือก พร้อมทั้งเสนอทางออกและมุมมองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

**การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรีและตัวแทนฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายเครือข่ายภาคประชาชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
       ผมได้ชี้แจงให้ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ทราบในหลายประเด็นด้วยกัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สับสนและซับซ้อน ผมก็ชี้แจง 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1.เรื่องข้อเท็จจริง และ 2. เรื่องข้อกฎหมาย เพราะตั้งแต่ท่านถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2501 หรือประมาณ 52 ปีมาแล้ว ก็มีผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ จึงยากที่จะทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่เขาทำเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา และกรณีปราสาทพระวิหาร

**แปลว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจ
       ถ้าไม่เข้าใจก็ยังดีนะ แต่นี่เข้าใจตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง และเข้าใจตรงกันข้ามกับข้อกฎหมาย สมมุติศาลบอกว่าอันนี้สีขาว เขาบอกว่าสีดำ ศาลโลกบอกว่าแผนที่นี้มีจุดที่ผิดหลายแห่ง เขาบอกว่าประเทศไทยรับแผนที่นี้ ที่ผ่านมาศาลโลกไม่ได้พิจารณาแผนที่เลยว่าถูกหรือผิด แต่เขาบอกว่าศาลพิจารณาว่าแผนที่ถูก ความเข้าใจผิดของหน่วยราชการทำให้รัฐบาลไทยเข้าใจผิดตามไปด้วย เจ้าหน้าที่ซึ่งต้องรู้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแต่กลับไม่ได้ศึกษาหรือไม่ได้ใช้เวลาพอกับเรื่องนี้

**ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ไทยจะยืนตามความเห็นของกัมพูชา ?
       ดูเหมือนกับเขาเป็นคนกัมพูชา เขาพูดไปได้ยังไง ทั้งๆที่มันไม่มีหลักเกณฑ์หรือมูลฐานทางกฎหมายเลยแม้แต่น้อยว่าแผนที่ซึ่งทางฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวจะเป็นใหญ่กว่าความตกลงระหว่างประเทศ เขาพูดไปได้ยังไง เขาอ้างว่าแผนที่นี่มาทีหลังความตกลงเพราะฉะนั้นแผนที่ต้องใหญ่กว่า เข้าใจผิด.. สามัญชนก็รู้แล้วว่าแผนที่ไม่เกี่ยวอะไรเลย ถ้าแผนที่อยู่ในส่วนของความตกลงสิ แผนที่จึงจะยกฐานะเป็นความตกลง แต่นี่เป็นแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว แต่เขาอาจจะอ่านคร่าวๆ คือฝรั่งเศสเขาเขียนว่าแผนที่นี้ทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันผสม ซึ่งจริงๆ ประกอบด้วยทั้งฝ่ายฝรั่งเศส กัมพูชา และฝ่ายไทย แต่กรณีนี้ฝรั่งเศสทำฝ่ายเดียว ฝรั่งเศสก็เป็นสมาชิกของคณะกรรมการผสม แต่ฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปร่วมด้วยเลย ซึ่งในการจัดทำแผนที่ฝรั่งเศสก็ทำผิด ทำแผนที่กินเลยเข้ามาในเขตแดนไทยเป็นกิโลเมตรเลย

       คือแม้ศาลโลกจะไม่ได้ชี้ว่าถูกหรือผิด แต่มีคำพิพากษาเสียงข้างน้อยแย้งว่าผิด และชี้ด้วยว่าผิดตรงไหน ผิดหลายแห่ง เสียงข้างน้อยได้ชี้ถึงเรื่องที่เสียงข้างมากไม่ได้พูดถึง คือเสียงข้างมากไม่ได้บอกว่าเส้นที่ขีดคือเส้นเขตแดน ไม่ได้บอกว่าเส้นที่ขีดนั้นถูกหรือผิด แต่มีคำพิพากษาแย้ง 3 คำพิพากษา ของผู้พิพากษา 3 คน ชี้ให้เห็นว่าแผนที่นี้ผิด เช่น เขียนไปได้อย่างไรว่าน้ำในลำห้วยไหลขึ้นไปสู่ยอดเขา มันมีแต่น้ำไหลจากยอดเขาลงมาสู่พื้นดิน แล้วก็ไปกำหนดให้เขาพนมจักเป็นของกัมพูชาทั้งที่จริงๆ เป็นของไทย เส้นแผนที่ที่ถูกต้องไม่ตรงกับที่ฝรั่งเศสทำ ตอนนั้นฝรั่งเศสทำเพื่อให้กัมพูชาซึ่งเป็นเมืองขึ้นของตัวเองได้เปรียบ

       คำตัดสินของศาลโลกเพิ่งมีขึ้นเมื่อปี 2505 หรือเมื่อ 48 ปีที่ผ่านมา เราลืมไปแล้วหรือ หรือว่าเราอ่านไม่เข้าใจ หรือเราอ่านไม่ละเอียด มันเป็นภาษาอังกฤษกับภาษาฝรั่งเศส แต่ผมแปลเป็นภาษาไทยให้แล้วนะ ก็มีคนเอาเฉพาะบางส่วนบางตอนที่ผมแปลมาลงซึ่งผมดูแล้วผมคิดว่าเขาไม่เข้าใจ คือการจะคัดคำพิพากษาเฉพาะบางส่วนบางตอนมามันผิด ถ้าจะลงสั้นๆ ก็ต้องลงตรงที่เขาสรุปว่าศาลพิพากษาว่าอย่างไร ลงท้ายคำพิพากษาคำตัดสินว่ายังไง คือปกติศาลจะตัดสินเกินคำขอไม่ได้ คือฝรั่งเศสยื่นเรื่องให้ศาลโลกตัดสิน 3 ข้อ แต่เขามาขอเพิ่มอีก 2 ข้อ แต่ศาลไม่พิจารณาให้ 2 ข้อที่ว่าก็คือเรื่องแผนที่กับเส้นเขตแดน ศาลบอกว่ามันไม่เกี่ยว ต้องเป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งผมขอยืนยันอีกครั้งว่ามันจะไม่มีคดีอะไรอีกแล้วเพราะเราจะไม่ขึ้นศาลอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะให้องค์กรอิสระมาชี้ขาดว่าประเทศไทยมีหรือไม่มีอำนาจอธิปไตย ในเมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของไทยอยู่แล้ว พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารมันเป็นของไทย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน จริงๆแล้วพื้นที่ทับซ้อนมันมีอยู่นิดเดียว คือตัวปราสาทซึ่งทางฝรั่งเศสฟ้องว่าเป็นของเขมร ไทยก็ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลก ให้กัมพูชาขึ้นมาได้ แต่เราล้อมรั้วไว้ จำได้ไหมตอนนั้นจอมพลประภาส จารุเสถียร รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้ล้อมรั้วปราสาทพระวิหารไว้ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้บอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของกัมพูชานะ เราไม่ได้โอนให้เขา เราบอกว่านี่เป็นพื้นที่เขตปราสาท แต่เขตแดนยังเป็นไปตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารก็ดี เขาพระวิหารทั้งลูกก็ดีเป็นของประเทศไทยทั้งหมด พื้นที่ของกัมพูชาคือส่วนที่อยู่ใต้เส้นสันปันน้ำ คือทั้ง 2 ประเทศยึดเส้นสันปันน้ำเป็นเส้นเขตแดนตามความตกลง จะเอาแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสทำขึ้นมาอ้างเรื่องเขตแดนได้อย่างไร ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศข้อไหนที่อนุญาตให้ประเทศหนึ่งไปแย่งดินแดนของอีกประเทศหนึ่งเพียงแค่ทำแผนที่ขึ้นมา

**แล้วการที่รัฐบาลไทยยอมรับว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่ทับซ้อนจะส่งผลอะไรในอนาคตหรือไม่
       ปัจจุบันรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ไม่ยอมรับแล้วนี่ ทางเราก็พยายามชี้แจงให้รัฐบาลเข้าใจเสียใหม่ พื้นที่ทับซ้อนมีอยู่นิดเดียวคือตัวปราสาทที่ศาลตัดสินว่าเป็นของกัมพูชาแต่ไทยไม่ได้โอนให้ เรายังถือว่าเป็นของเราอยู่ ในสายตาคนไทยปราสาทพระวิหารก็ถือว่าอยู่ในประเทศไทย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (ในช่วงที่ศาลโลกตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา) ก็บอกว่าเหมือนกับพระเจดีย์กลางน้ำ ถ้าคนจะมาไหว้พระเจดีย์ก็ต้องผ่านน่านน้ำ ในกรณีนี้คนที่จะมาชมปราสาทพระวิหารก็ต้องผ่านแผ่นดินไทยหรือผ่านน่านฟ้าไทย ในปี 2515 ทางกัมพูชาส่งเฮลิคอปเตอร์เข้ามา ทหารไทยก็ยิงตก เขมรก็ทิ้งซากเครื่องบินไว้ ตอนนั้นเรายอมให้กัมพูชาขึ้นมาทางบันไดหักแต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นมาเอาซากเครื่องบินกลับไป

       คือไทยไม่ได้ยอมรับในคำตัดสินของศาลโลกที่ให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชานะ ตอนนั้นเราก็ประท้วงไป โดยชี้ว่าศาลตัดสินผิด เพราะประการที่ 1.ขัดต่ออนุสัญญา 1904 (อนุสัญญา 1904 ระบุว่า ไทยและกัมพูชาจะใช้สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน รวมทั้งให้ตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนและจัดทำแผนที่ร่วมกัน ) ประการที่ 2. ขัดต่อสนธิสัญญาและพิธีศาล 1907 ประการที่ 3.ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเททศ ประการที่ 4 ขัดต่อหลักความยุติธรรม

       จะเห็นได้ว่าประเทศจีนเขาก็มีกรณีคล้ายกับประเทศไทยคือมีสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับอินเดีย จีนก็ประกาศยกเลิกบรรดาสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ผมก็ได้นำมาใช้และบอกกับรัฐบาลไทยเมื่อ 50 ปีมาแล้ว หลังจากที่มีคดีปราสาทพระวิหาร ผมก็เสนอให้รัฐบาลยกเลิกสนธิสัญญาทุกฉบับซึ่งไทยทำไว้กับต่างประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะทำไทยเสียดินแดนอีก เพราะหลายฉบับเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนั้นอนุสัญญากรุงเวียนนาก็มีข้อความที่เปิดโอกาสให้เราบอกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมดได้

**แล้วพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชามีไหม เส้นที่กัมพูชาลากผ่านเกาะกูดของไทยมีผลไหม
       ไทยกับกัมพูชาไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เราจะไปรับตรงนี้เป็นพื้นที่ทับซ้อนไม่ได้ การที่เราไปตกลงขีดเส้นแบ่งเขตแดนอะไรกับกัมพูชาเราก็ยกเลิกไปเสีย การที่เราไปยอมรับว่าจะแบ่งทรัพยากรให้เขา เราแบ่งไม่ได้ (ขึ้นเสียงสูง) เรามีทรัพยากร 100% จะแบ่งให้กัมพูชาแม้แต่ 5% ก็ไม่ได้ ทรัพยากรของกัมพูชาก็มี..ทำไมเขาไม่แบ่งให้เราล่ะ รัฐบาลไทยคิดไม่เป็นหรือ ผมคิดว่ารัฐบาลไทยก็ฉลาดพอสมควรนะ

**ประเด็นนี้อาจารย์ก็ได้เสนอให้ นายกฯ รับทราบด้วยใช่ไหม
       เวลาที่ผมพูดไป ท่านก็บอกว่าท่านกำลังดำเนินการอยู่ เพิ่งเสนอสภาไป เพิ่งเสนอสภาความมั่นคงไป ท่านก็รับปากนะ

**การที่อนุญาตให้คนกัมพูชาเข้ามาอยู่ในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารทำให้ไทยเสียอธิปไตยหรือไม่
       การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยก็คือการใช้อำนาจอธิปไตย ไม่ใช่เป็นการยินยอมให้เขามาครอบครอง แต่การนิ่งเฉย ปล่อยให้เขาเข้ามาโดยไม่พูดอะไรสิ เป็นการแสดงที่คล้ายกับการสละอำนาจอธิปไตย ซึ่งเราปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงต้องพยายามทำความเข้าใจกับท่านนายกฯว่ามาตรการในการประกาศอธิปไตยนั้นไม่ได้มีเฉพาะมาตรการทางการทูตและมาตรการทางทหารอย่างที่ท่านนายกฯบอกเท่านั้น แต่มันมีอีกมากมายหลายวิธี

**แล้ววิธีใดบ้างที่ไทยจะสามารถประกาศอธิแไตยเหนือดินแดนรอบปราสาทพระวิหาร
       มีหลายวิธีครับ เช่น การตรวจตราหนังสือเดินทางของชาวกัมพูชาที่เข้ามาในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนหน้าที่ของกระทรวงการคลังก็คือการเก็บภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิตจากชาวกัมพูชาที่เข้าอยู่ในบริเวณนั้น ถ้าคนเขมรเอาบุหรี่ที่ผลิตในกัมพูชามาสูบในประเทศไทยเราก็ยอมไม่ได้ นี่เป็นการใช้อำนาจอธิปไตยเบื้องต้น ประเทศอื่นๆ เขารู้ เราก็ต้องรู้ เขมรยังรู้เลย เขาถึงได้พยายามทำทุกอย่าง แต่การที่คนเขมรเข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ถือว่าเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยนะเพราะเขาไม่ได้มีอำนาจอธิปไตยบนผืนแผ่นดินนี้ แต่ไทยต้องยืนยันว่าเราต่างหากเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย เราอนุญาตให้เข้ามาโดยที่ชาวเขมรต้องขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว เราต้องขึ้นทะเบียนเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขาขึ้นทะเบียนกันเอง ถ้าคนเขมรไม่ยอมขึ้นทะเบียนต่างด้าว ไม่ยอมเสียภาษี เราก็ต้องจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

**แล้วที่ชาวกัมพูชาเขามาตั้งชุมชนรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหารล่ะ ?
       ไม่เป็นไร ถ้าเราอนุญาต ถ้าเราเก็บภาษี ถ้าเราตรวจลงตราคนต่างด้าว ให้เขาจ่ายค่าขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว แต่ถ้าเราเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่เหมาะที่คนเขมรจะเข้ามาอยู่เราก็ย้ายเขาออกไป เราจะไล่เขาออกนอกประเทศก็ได้หรือเราจะให้เขาไปอยู่ที่อื่นก็ได้ ให้เขาไปอยู่ที่ศรีสะเกษก็ได้ ถ้าเขายากจนมาก ประเทศเขาไม่มีจะกิน เขาลี้ภัยมา เราก็ช่วยเขาได้ ถือเป็นความเมตตากรุณาของประเทศไทย ที่สำคัญเราต้องประกาศอำนาจอธิปไตยให้ชัดเจน จะทำอ้อมๆแอ้มๆหรือทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้

**รัฐบาลไทยต้องเร่งผลักดันชาวกัมพูชาออกไป ?
       ใช่ แต่การผลักดันไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางทหาร มันมีมาตรการอีกตั้งมากมาย ทำไมไม่เลือกใช้ เจ้าหน้าที่ไทยอาจจะเรียกชาวกัมพูชามาบอกว่าเขาดีๆ..ขอโทษนะคุณจนก็จริงแต่คุณขึ้นมาอยู่ในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารทำไม นี่มันพื้นที่ของไทย

**กัมพูชาเขาก็เอาทหารขึ้นไปอยู่ในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร
       ถ้าเป็นทหารกัมพูชาเราต้องไล่ออกไปเลยเพราะนี่มันเขตประเทศไทย ทหารกัมพูชาเข้ามาไม่ได้ ถ้าทหารเขมรมีอาวุธเราก็ต้องปลดอาวุธเขา ไม่ใช่ปลดอาวุธทหารของเราเอง (หัวเราะ) ถ้าเราปลดอาวุธทหารของเราเองก็แปลว่าเราใช้อำนาจอธิปไตยแทนเขา เป็นไปได้ยังไงประเทศไทยยอมใช้อำนาจอธิปไตยแทนกัมพูชา

**ตอนนี้ทหารและรัฐบาลไทยไม่ยอมให้คนไทยเข้าไปในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นผืนแผ่นดินไทย
       นี่ไง.. เป็นการใช้อำนาจอธิปไตยแทนกัมพูชา กลายเป็นว่าเราคุ้มครองเขตแดนที่เป็นของไทยเพื่อจะหยิบยกให้กัมพูชา แล้วทำกันได้ยังไง… เจ้าหน้าที่คนไหนที่มีความเห็นแบบนี้ ? ทหารแสดงท่าทีที่ผิดเราก็ต้องแนะนำทหาร เราก็มีที่ปรึกษาทางกฎหมาย เราน่าจะฟังคนที่เขารู้ ถ้าไม่เชื่อผมก็ไปถามคุณถนัด (ถนัด คอมันตร์) ก็ได้ คนไทยที่เจรจากับกัมพูชาและศาลโลกในช่วงที่ศาลตัดสินให้ประสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้มีอยู่แค่ 2 คน คือคุณถนัดกับผม บางคนอวดว่ารู้แต่เขาไม่ได้ศึกษาเลย

**ตอนนี้เรื่องอะไรที่น่าเป็นห่วงที่สุด เรื่อง MOU43 หรือเปล่า
       เรื่อง MOU ผมไม่ห่วงเพราะมันไม่ได้ทำให้เราเสียอะไร แต่ที่น่าห่วงคือการที่ไทยไปยอมรับว่าแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ MOU เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิด คิดว่าเราเห็นชอบด้วยกับเส้นเขตแดนบนแผนที่ แม้ว่าเราจะรับแผนที่ที่กัมพูชาเสนอแล้วเก็บไว้ที่ใต้ถุนบ้าน ไม่ได้ความสำคัญ แต่มันก็ใช้ไม่ได้ เราต้องประกาศให้ชัดเจนไปเลยว่าแผนที่นี้จะขัดต่อสนธิสัญญาไม่ได้นะ และผู้พิพากษาในศาลโลกเขาชี้แล้วว่าแผนที่ดังกล่าวมันผิด

**ไทยจำเป็นต้องยกเลิก MOU43 ไหม
       บางคนมองว่าถ้าเรายกเลิก MOU43 ไปเสีย รัฐบาลจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาอธิบาย เพราะอธิบายไปอธิบายมาอาจจะผิดเพี้ยนไป และอาจจะทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะความไม่รู้ ถ้าเช่นนั้นก็ยกเลิกไปเสีย แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนยิ่งกว่าการยกเลิก MOU43 ก็คือบอกว่าแผนที่ซึ่งกัมพูชาอ้างมันผิดและใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ทางกัมพูชาส่งแผนที่มาแล้วเราก็เก็บเข้ากระเป๋า หรือบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งของความตกลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา มันใช้ไม่ได้….. เราไปรับแผนที่ที่เขาส่งมาโดยไม่ปฏิเสธ รับโดยไม่รู้ไม่ชี้ แล้วบอกว่าแผนที่นี่จะใช้พิจารณา บางคนอาจหนักกว่านั้นบอกว่าแผนที่นี่ใหญ่กว่า สำคัญกว่าสนธิสัญญา อันนี้แปลว่าอยากจะยกดินแดนไทยให้เขา ความจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งชี้ว่าแผนที่ผิดเพราะผู้พิพากษาในศาลโลกเขาบอกอยู่แล้วว่าผิด
       คุณ (เจ้าหน้าที่)ไม่ได้อ่านเหรอ..คำพิพากษาของศาลโลกน่ะ คุณเอาคำพิพากษาที่ผมแปลมาอ้าง คุณเข้าใจสิ่งที่ผมแปลหรือเปล่า อ่านรู้เรื่องหรือเปล่า กฎหมายระหว่างประเทศกลับไปเรียนเสียมั่งสิ ในประเทศไทยจะปล่อยให้ผมกับคุณถนัด (ถนัด คอมันตร์) ทำงานอยู่ 2 คนเท่านั้นหรือ ไม่มีใครรู้เลยหรือกฎหมายระหว่างประเทศเนี่ย

**ที่ผ่านมาสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็อ้างว่า MOU มีประโยชน์
       ฮุน เซน นี่ฉลาดมาก เขาเอานักกฎหมายไปฆ่าทิ้งหมดเลย เหลืออยู่ 2 คนซึ่งเป็นลูกศิษย์ผม สองสามีภรรยาเขากลับไปเป็นที่ปรึกษา ฮุน เซนก็บอกว่าเขาไม่มีนักกฎหมายเขาจะทำอะไรก็ได้ ที่ผ่านมา ฮุน เซนเขาทำตรงข้ามกับกฎหมายทุกอย่าง เขาบอกไม่รู้นี่ว่าผิด เขาละเมิดกฎหมายแล้วบอกว่ากฎหมายนี่อยู่ข้างเขา เขาก็ลากเส้นไปที่เกาะกูดของไทยแล้วบอกว่าเป็นของเขา แต่ประเทศไทยกลับกันเราชี้ว่าเขตแดนอยู่ที่หลักที่ 73 โดยมองจากเกาะกูดไปทางทิศตะวันออก ไม่ใช่เอาหลักที่ 73 ขีดเส้นมาทางเกาะกูดอย่างที่กัมพูชาทำ แต่จริงๆ แล้วการที่ฮุน เซนจะนำประเด็นเรื่องไม่รู้กฎหมายมาอ้างหรือยกมาเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้นะ

**ฮุน เซน เขาเจ้าเล่ห์ ?
       คำว่าคำว่าเจ้าเล่ห์นี่ถือว่าเบาที่สุดแล้ว สุภาพที่สุดแล้วนะ (หัวเราะ) ฮุน เซนเขาประกาศว่าเขาจะมายิงคนไทย โดยที่ไม่ได้บอกว่าคนไทยที่เขาพูดถึงเนี่ยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยนะ แต่เขาอ้างว่าคนไทยเข้าไปในเขตของเขาทั้งๆ ที่พื้นที่ตรงนี้มันเป็นของไทย อันนี้มันเป็นคำขู่ที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศนะ แต่รัฐบาลไทยก็ไม่เห็นตอบโต้อะไร เราต้องบอกว่าฮุน เซนพูดอย่างนี้ได้ยังไง อย่างนี้มันเป็นการคุกคามระหว่างประเทศ นอกจากนั้นกัมพูชาก็มากล่าวหาว่าไทยขู่จะใช้กำลังกับเขา เราไม่ได้ขู่เลย เพียงแต่ท่านนายกฯอภิสิทธิ์พูดว่ามีมาตรการ 2 ทาง คือมาตรการทางการทูตและมาตรการทางการทหาร

**เห็นจดหมายของเจ้าศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษากษัตริย์กัมพูชา ที่เขียนถึงนายกฯอภิสิทธิ์ ระบุว่าการปักปันเขตแดนไม่ใช่คำนึงถึงแต่เส้นสันปันน้ำและภูมิประเทศเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงภาษาและวัฒนธรรมด้วย ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ากัมพูชามีเจตนาที่จะล่วงล้ำแผ่นดินไทยเข้ามาอีกเยอะ
       ใช่แล้วครับ แล้วที่ผ่านมาทางกัมพูชาเขาให้คนที่เป็นระดับหลานของสมเด็จสีหนุ กษัตริย์กัมพูชา มาเจรจากับคนของกระทรวงการต่างประเทศของไทย คือมาเจรจากับระดับเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ทีนี้คนของกระทรวงต่างประเทศก็เลยเห็นคล้อยตามกับกัมพูชา แล้วก็มาต่อว่าผมว่าทำไมไม่เห็นตามเขา ทำไมไม่เห็นความสำคัญของแผนที่ซึ่งเขมรเสนอมา เราจะไปเห็นความสำคัญของแผนที่นี้ได้ยังไงเพราะแผนที่นี้มันเอามาใช้ไม่ใด้… เป็นแผนที่ซึ่งทางกัมพูชากับฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว กระทรวงต่างประเทศก็พยายามเสนอว่าให้เรายึดแผนที่นี้ เราก็บอกว่ามันใช้ไม่ได้ มันผิด
       เราต้องใช้แผนที่ซึ่งทำโดยคนกลาง เพราะในคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกตัดสิน ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาก็ส่งเจ้าเหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันดู ของไทยก็ส่งวิศวกรด้านธรณีวิทยาไปพิสูจน์ ของกัมพูชาก็ส่งผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐมาพิสูจน์ ผลก็ตรงกับของเรา ของกัมพูชาเลี้ยวไปนิดเดียวตรงตัวปราสาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าเส้นที่กัมพูชาลากขึ้นไปตอนหลังเนี่ยมันผิดโดยตลอด เป็นการเขียนแผนที่ขึ้นโดยไม่ได้อยู่บนรากฐานอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ไทยอย่ามาพูดแบบนี้ให้ผมฟังอีกเลย ถ้าจะพูดก็ไปพูดในประเทศกัมพูชาเถอะ ไปยืนอยู่หลังฮุน เซน แล้วพูดเลย ผมจะได้อธิบายอย่างชัดเจนกว่านี้ แต่คุณพูดในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผมก็ถูกปิดปากสิ แล้วคุณเป็นรุ่นหลานผมเลยนะ ผมจะไปต่อว่าคุณได้อย่างไร ผมว่าคุณไม่ได้หรอก ผมมีมารยาท แต่คุณต้องศึกษา ไม่ใช่มาพูดส่งเดช

**ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ไทยและรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ ทำให้การตัดสินใจต่างๆผิดพลาด
       ไม่เข้าใจยังพอให้อภัย แต่ไม่เข้าใจ ไม่ศึกษา แล้วยังไปให้ความเห็นที่ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง ซึ่งทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ เพราะการไปให้ความเห็นอย่างนั้นเป็นการไปยกดินแดนให้กัมพูชา เขาบอกไทยไม่ได้เสียดินแดนเพราะพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของเรา พูดอย่างนั้นได้ยังไง…. ถ้าเป็นผม ผมจะไม่มีวันพูดว่าไทยเสียดินแดนเพราะผมไม่ยอมรับว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน มีแห่งเดียวที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนคือตัวปราสาทพระวิหารเพราะศาลโลกตัดสิน ซึ่งกัมพูชาบอกว่าเป็นของเขาเพราะศาลโลกตัดสิน แต่ไทยบอกว่าไม่ใช่เพราะสนธิสัญญาบอกว่าเป็นของไทย ที่อื่นไม่มี
       ผมว่าเจ้าหน้าที่ไทยที่พูดแล้วทำให้ไทยเสียประโยชน์ ทำให้ไทยเสียดินแดน คนเหล่านี้ไม่ควรอยู่ในราชอาณาจักรไทย ควรจะไปอยู่ในราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นไปได้อย่างไรที่คนเหล่านี้อยู่ในกระทรวงการต่างประเทศของไทย แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อคนอย่าง นพดล ปัทมะ ยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ คนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย และตอนนี้เราต้องตามมาแก้ไขปัญหาที่เขาสร้างไว้

**ท่านนายกฯอภิสิทธิ์เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์อธิบายไหม
       เวลาที่ผมเสนออะไรไปท่านนายกฯ ก็ทำท่าเข้าใจหมดทุกอย่าง ท่านไม่เคยทำท่างงหรือโต้เถียงอะไรนะ และท่านก็ไม่เคยเข้าข้างเจ้าหน้าที่หรือบอกว่าท่านเข้าใจตรงกันข้ามกับที่ผมพูด ท่านไม่เคยพูดอย่างนั้นนี่ ผมก็ต้องถือว่าท่านเข้าใจตามที่เครือข่ายภาคประชาชนเสนอ แล้วท่านก็รับปากว่าจะทำ ตอนแรกท่านบอกว่ามีทางออกอยู่ 2 ทางคือทางการทูตกับทางการทหาร ผมก็บอกว่าไม่ใช่นะ มันยังมีมาตรการต่างๆ อีกเยอะ คือท่านนายกฯ ก็พูดชัดเจนว่าท่านยอมรับข้อเสนอแนะทุกอย่าง ท่านไม่ได้เถียงผมเลย แล้วท่านก็สรุปปิดท้ายว่านี่เราเห็นตรงกัน
       ตอนที่พูดคุยกันผมและตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนก็พยายามชี้แจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งท่านนายกฯอาจจะไม่ได้ศึกษามาในด้านกฎหมาย แต่ว่าเรามีหน้าที่ ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ช่วยรัฐบาล ถ้ารัฐบาลอ่อนในเรื่องกฎหมายเราก็ต้องบอก ผมไม่คิดว่าเป็นความผิดพลาดนะถ้าเราจะแนะนำรัฐบาลว่ากฎหมายระหว่างประเทศเขาว่าอย่างนี้นะ มันแปลว่าอย่างนี้ แล้วรัฐบาลต้องใช้อำนาจอธิปไตยนะ มิฉะนั้นกัมพูชาจะนึกว่าไทยยกดินแดนให้เขา
       อย่างเช่นแถลงการณ์ร่วมที่คุณนพดล (นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ) ไปเซ็นกับกัมพูชา ผมก็ไปคัดค้าน บอกว่าอย่างนี้เป็นการยื่นอธิปไตยให้กัมพูชานะ รัฐบาลควรจะยกเลิก แล้วตอนนั้นก็มีคนไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งคุณนพดลก็ค้านว่าแถลงการณ์ร่วมไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในที่สุดเขาก็จนด้วยถ้อยคำ เพราะการทำสนธิสัญญามันมีหลายรูปแบบ แถลงการณ์ร่วมซึ่งผูกมัดสองประเทศก็เป็นสนธิสัญญาในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะไปดำเนินการโดยที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาไม่ได้ และจะดำเนินการโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์จากภาคประชาชนไม่ได้ ควรให้ประชาชนแสดงความเห็นก่อนสิ นี่ไปทำโดยพละการและหมิ่นเหม่ต่อการเสียดินแดนให้กัมพูชา มันทำไม่ได้ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

**ที่ผ่านมาไทยไม่ทันเกมกัมพูชาใช่ไหม
       คือเรายังไม่ได้ศึกษาว่าเราจะทำอะไร แต่กัมพูชาไปก่อนแล้ว วิ่งไปถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วิ่งไปถึงประธานสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ตอนนี้ประเทศไทยต้องลุกขึ้นมาตอบโต้แล้ว ถ้าเรานิ่งเฉย เดี๋ยวเขาจะคิดว่าเรายอมยกแผ่นดินไทยให้เขมร ยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดโกหกเป็นความจริง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ไทยบางคนนะที่พูดเหมือนกับที่กัมพูชาพูดเลย ซึ่งผมฟังแล้วมันแสลงใจ ทำไมหน่วยราชการไทยไม่ผลิตคนที่รู้จริงบ้าง ทำไมต้องอวดรู้ ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าตัวเองไม่รู้ บอกสิว่าผมไม่รู้ ไม่เข้าใจ เพราะผมไม่เคยเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ ผมเลยไม่รู้ว่าแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว มันไม่มีความหมายอะไร จะมาบอกว่าแผนที่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา มันไม่ใช่ ….คำว่าสนธิสัญญา มันต้องหมายถึงสิ่งที่ 2 ประเทศมีข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ประเทศหนึ่งประเทศใดจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว

**รัฐบาลมักจะบอกว่าเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วก็เลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้กัมพูชา
       แล้วรัฐบาลยอมหรือครับให้กัมพูชามาลบลู่ดูหมิ่นไทย ยอมหรือครับให้เขามายื้อแย่งแผ่นดินไทย ยอมหรือครับที่จะยกดินแดนไทยให้เขา และถ้ารัฐบาลจะทำอย่างนั้นก็ต้องถามว่าได้รับอนุมัติจากประชาชนไทยหรือยัง หรือรัฐบาลถือว่ารัฐบาลเป็นใหญ่ทำอะไรได้ตามความพอใจ ก็ต้องถามว่าประเทศนี้ไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตยแล้วหรือ ประชาธิปไตยแปลว่าอะไร แปลว่าประชาชนเป็นใหญ่ใช่ไหม กฎหมายไทยระบุไว้ว่าเรื่องใดที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชานรัฐบาลก็ต้องทำประชาพิจารณ์เพื่อหารือกับประชาชนก่อนไม่ใช่หรือ

**ที่ผ่านมาท่าทีของกัมพูชาก็ไม่ได้เป็นมิตรกับไทย
       คือกัมพูชาเขารู้สึกเคียดแค้นว่าเขาไม่สามารถรักษาเอกราชของเขาได้ เขามีปัญหาเยอะแยะ เขาเป็นคนที่มีปมด้อย เขาเป็นคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เป็นคนเกะกะเกเร แต่มันก็เป็นความผิดของผมเหมือนกันนะที่ผลักดันให้กัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเป็นประเทศสุดท้ายได้

**อย่างนั้นกัมพูชาก็ควรจะนึกถึงบุญคุณประเทศไทยนะ
       ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่กัมพูชาไม่รู้จักอะไรเลย บุญคุณคนก็ไม่รู้จัก

**แล้วขั้นตอนต่อไปประเทศควรทำอย่างไร
       ก็ต้องยืนยันและประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหารเป็นอธิปไตยของไทย ให้เขารู้ว่าพื้นที่ที่มีปัญหาซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่าเป็นของเขาเนี่ยมันไม่มีเหตุผลที่จะอ้างเพราะมันเป็นพื้นที่ของประเทศไทย เราต้องชี้แจงและยืนยันเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นของไทย เราต้องพยายามกันไม่ให้เขามาอ้างว่าเขาใช้สิทธิครอบครอง เราต้องพยายามชี้ว่าที่คนกัมพูชาขึ้นมาบนเขาพระวิหารได้เพราะไทยอนุญาตนะ ที่เขาเข้ามาอยู่ ก็อยู่ภายใต้อำนาจปกครองของไทยนะ ไม่ใช่อยู่ภายใต้อำนาจปกครองของกัมพูชา ไทยเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย ไม่ใช่กัมพูชา

       คือเราเป็นเมืองพุทธ และคนไทยใจดี ยังจำปฏิญญาบันดุงเมื่อ 55 ปีก่อนได้ไหม เสด็จในกรมฯเป็นคนร่างเมื่อปี 2498 ตอนนั้นสมเด็จนโรดมสีหนุ กษัตริย์กัมพูชา ก็ไปที่เมืองบันดุง (ประเทศอินโดนีเซีย) ด้วย มีข้อตกลงเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ข้อ เช่น ไม่รุกรานซึ่งกันและกัน เคารพเอกภาพทางบูรณภาพแห่งดินแดนซึ่งกันและกัน ดังนั้นการที่กัมพูชาส่งคนเข้ามาในประเทศไทยก็เข้ามาได้แต่ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมืองของไทย โดยที่รัฐบาลไทยต้องไม่ลืมว่าเราต้องใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งการใช้อำนาจอธิปไตยนั้นหน่วยราชการไทยสามารถใช้ได้ทุกกระทรวง กระทรวงมหาดไทยก็ขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว กระทรวงการคลังก็เรียกเก็บภาษี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ให้กรมประมงไปดูแลไม่ให้คนเขมรเข้ามาจับปลาในน่านน้ำไทย แล้วไม่ใช่ประกาศต่อชาวโลกเท่านั้นนะ ต้องประกาศให้คนไทยรับรู้โดยทั่วกันด้วย

       ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้เรียนกฎหมายระหว่างประเทศให้แตกฉาน ผมเองก็ยินดี ตราบใดที่ผมยังมีชิวิตอยู่ก็ยินดีให้คำอธิบายที่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่เชื่อผมจะไปถามท่านถนัด (คอมันตร์) ก็ได้ เพราะท่านกับผมต่างก็เคยเป็นคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ เวลามีคดีระหว่างประเทศ เช่นคดีคูเวต ผมก็เป็นกรรมาธิการซึ่งพิจารณาว่าอีรักต้องจ่ายค่าเสียหายให้คูเวตเท่าไร ยูเนสโกก็เชิญผมไปเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของมรดกโลก เพราะฉะนั้นฟังผมสิครับ

**ที่ผ่านมายูเนสโกสนับสนุนเต็มที่ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก
       ยูเนสโกเองก็ทำผิด ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้ยังไงเพราะไทยกับกัมพูชายังมีข้อขัดแย้งกันอยู่ ตัวปราสาทก็อยู่ในแผ่นดินไทย คำพิพากษาของศาลโลกนั้นประเทศไทยก็ไม่ได้ยอมรับ ไทยประท้วงไปแล้วว่ามันผิด เราเขียนไปถึงอังถัด (สหประชาชาติว่าด้วยการค้าการพัฒนา) อังถัดก็แจกให้เป็นที่ทราบทั่วไปแล้ว ทำไมยูเนสโกไม่ใส่ใจ ยูเนสโกไม่เคยอ่านคำพิพากษาของศาลหรือ หรืออ่านไม่เข้าใจ จริงๆยูเนสโกน่าจะเข้าใจนะเพราะใช้ภาษาเดียวกัน ศาลโลกก็ตัดสินเป็นภาษาอังกฤษด้วย ภาษาฝรั่งเศสด้วย

**เพราะฉะนั้นไทยสามารถโต้แย้งยูเนสโกได้
       ไม่ต้องโต้แย้งหรอกครับ เรียกเจ้าหน้าที่ยูเนสโกมาต่อว่าเลย เพราะการที่พิจารณาให้เขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกเนี่ยถือว่ายูเนสโกทำผิด เขาทำผิดธรรมนูญของเนสโกเอง ข้อ 1 วรรค 3 ซึ่งระบุว่า..ไม่ว่ากรณีใดๆห้ามมิให้ยูเนสโกแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก ไทยเป็นประเทศสมาชิก และเรื่องเขตแดนของไทยถือเป็นเรื่องกิจการภายในของเรา เราอนุญาตให้ชาวกัมพูชาเข้ามาในแผนดินไทยได้ แต่ยูเนสโกจะไปอนุญาตให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารซึ่งอยู่ในแผ่นดินไทยเป็นมรดกโลกไม่ได้

**แปลว่ายูเนสโกต้องถอนการขึ้นทะเบียนปราสาทวิหารเป็นมรดกโลก ?
       ยูเนสโกต้องถอน ยูเนสโกไม่ถอนยูเนสโกก็มีความผิด ซึ่งรัฐบาลไทยก็ต้องชี้ให้ยูเนสโกเห็นว่าเขาทำผิด ซึ่งประท้วงเฉยๆไม่พอ ต้องชี้ด้วยว่าเขาทำผิด

**แล้วการเจรากับคณะกรรมการมรดกโลกในปีหน้า ไทยควรแสดงท่าทีอย่างไร
       มันไม่ใช่เจรจานะครับ แต่มันต้องประท้วง และไม่ใช่ไปรอประท้วงเฉพาะในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในปีหน้านะ รัฐบาลไทยต้องประท้วงตั้งแต่วันนี้ ประท้วงไปเรื่อยๆ ประท้วงว่าคณะกรรมการมรดกโลกกำลังทำผิด กำลังละเมิดอธิปไตยของไทย ยูเนสโกกำลังทำผิด กำลังละเมิดธรรมนูญที่เขาบัญญัติขึ้นเองในข้อ 1 วรรค 3 ซึ่งหลังจากที่ไทยประท้วง ผู้อำนวยการยูเนสโกไม่ฆ่าตัวตายก็ต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะเขาจะบอกว่าไม่รู้ได้ยังไง หรือไม่อย่างนั้นเขาก็ออกมาสารภาพผิดเสียว่า…ผมหลงผิดไปแล้ว คนนั้นคนนี้มันกินสินบนหรืออะไรก็ว่าไป

       ที่สำคัญรัฐบาลไทยต้องแสดงท่าทีออกมาให้ชัดเจน คือ 1.ประท้วงและชี้ให้เห็นว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารทำไม่ได้ 2. ประท้วงว่ายูเนสโกกำลังทำผิด เพราะกำลังละเมิดธรรมนูญของตัวเอง 3.ประท้วงว่าคณะกรรมการมรดกโลกกำลังทำผิด เพราะกำลังละเมิดอธิปไตยของไทย คือเวลานี้ไม่ต้องมาคุยกันแล้วว่าเราจะสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกไหม หรือไทยจะขึ้นทะเบียนร่วมดีไหม มันขึ้นทะเบียนไม่ได้ เราต้องรู้ทันเกมพวกขี้โกง

———————

ที่มา:

About the Author

มะเน™

นักวิทยาศาสตร์-นักวิจัยอิสระ (Malacologist & Marine Science), ผู้เขียนและเจ้าของเว็บไซต์บอริ่งเดย์

Visit Website