ตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา ใครว่าเขมรไม่สะเทือน?

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาดูประหนึ่งว่าจะดีขึ้น ภายหลังการประกาศของทางการเขมรว่าทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกัมพูชา และในฉบับพลันทันด่วนรัฐบาลไทยโดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็รีบแจ้นส่งทูตไทยกลับเขมร นัยว่า “หมดเงื่อนไข” เรื่องที่เคยตบหัวเหยียบหางกันเมื่อคราวเขมรตั้งทักษิณเป็นอันสิ้นสุด

การดำเนินการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับในทิศทางต้อนรับโดยคณะแม่ยกอภิสิทธิ์ และคนไทยผู้รักสงบ อยากเห็นสองประเทศคืนดีกัน (..?) ทางกลับกันมีเสียงตำหนิหนาหูว่าการตกลงลับ ๆ แล้วจัดฉากนั้นทำลายเกียรติภูมิของการทูตระหว่างประเทศ เกียรติภูมิของประเทศอย่างร้ายแรง กระนั้นก็ตาม คงไม่ทำให้บุตรชายนายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ  รู้สึกรู้สมอะไร

หากย้อนเหตุการณ์ระหว่างปลายเดือนตุลาคม ต่อเนื่องพฤศจิกายนและธันวาคมปีที่แล้ว อุณหภูมิความขัดแย้งระหว่างสองประเทศร้อนฉ่าและเปรอะด้วยสงครามน้ำลายระหว่างสองผู้นำ เมื่อเขมรแต่งตั้งทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบโต้โดยการประกาศเรียกทูตกลับ ต่อเนื่องด้วยการยกเลิกเอ็มโอยู ๒๕๔๔ ทีโออาร์ ๒๕๔๖ (ที่ปัจจุบันยังมะงุมมะงาหรา) ต่อเนื่องด้วยมาตรการปิดด่าน หรือการตรวจเข้มคนผ่านเข้าออก เวลานั้นรัฐบาลฮุน เซน ท้าเหยง ๆ ว่าไม่กระเทือนซางกัมพูชา ทั้งขู่ฟ่อว่าไทยจะเสียหายมากกว่า

ในบทวิเคราะห์ของ Steve Finch ตีพิมพ์ในพนมเปญโพสต์ ฉบับวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นความเสียหายทางเศรษฐกิจของกัมพูชาว่าหนักหนาสาหัสไม่น้อยกว่าความเสียหายทางการเมือง เป็นผลอันสืบเนื่องจากการตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา

บทวิเคราะห์อ้างถึงข้อมูลของสภาเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา (Council for the Development of Cambodia) ระบุว่าการลงทุนจากประเทศไทยที่่ได้รับการอนุมัติลดจาก ๑๗๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ในครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๒ เหลือเพียง ๒ ล้านเหรียญสหรัฐในหกเดือนแรกของปีนี้ ระหว่างเดียวกันการส่งออกของกัมพูชามายังประเทศไทยลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จากการรายงานของสื่อระบุว่าการลงลงอย่างฮวบฮาบนี้แย่ที่สุดหากเทียบกับประเทศคู่ค้าหลักอื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ทางการกัมพูชาทราบเป็นอย่างดี

สภาวะที่ย่ำแย่ดังกล่าว สตีเฟ่นวิเคราะห์ว่าเกิดจากบรรยากาศความกังวลต่อการแต่งตั้งทักษิณ และความตกต่ำทางความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพและพนมเปญที่เกิดตามมาในหมู่นักลงทุนชาวไทยที่ลงทุนอยู่เดิมและที่คาดหมายจะเข้ามาลงทุนในกัมพูชา คำถามว่ามีนักลงทุนจำนวนเท่าไหร่ที่ชะลอการลงทุน  บทวิเคราะห์ได้ยกตัวอย่างบริษัทวิทยุการบินกัมพูชา (Cambodian Air Traffic Services) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสามารถ ในกรณีการจับตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ในข้อหาจารกรรมข้อมูล ส่งผลให้มีเสียงโอดครวญของนักลงทุนไทยรายอื่นต่อละครการเมืองดังกล่าว หรือกรณีที่การบินไทยที่ให้ความเห็นว่าอาจมีเหตุประท้วงผละงานโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาในช่วงต้นปี

หลังการลาออกของทักษิณ รัฐบาลกัมพูชาได้แถลงว่าให้คำแนะนำในการเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก การเกษตร การท่องเที่ยงและการลงทุนจากต่างประเทศ แต่กลับไม่มีใครสามารถให้หลักฐานที่จับต้องได้ว่ามีผลดีต่อเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างไร ในทางกลับกัน การแต่งตั้งทักษิณส่งผลต่อการแก้ปัญหาหลักที่เป็นหาหลักระหว่างสองประเทศ ประเทศไทยและกัมพูชาล้มเหลวในอันที่จะหาทางออกเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในอ่าวไทย การเจรจาไม่มีความคืบหน้า หนำซ้ำในช่วง ๙ เดือนที่ผ่านมามีความห่างเหินยิ่งกว่าช่วงใด ๆ

บทวิเคราห์ยังกล่าวต่ออีกว่า หากมีการปรับปรุงความสัมพันธ์ของสองประเทศ เป็นได้ได้อย่างมากที่จะมีการรื้อฟื้นการเจรจาในประเด็นพื้นที่อ่าวไทยซึ่งจะส่งผลต่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะผลประโยชน์อันมหาศาลจากการผลิตพลังงานในพื้นที่ดังกล่าว

แม้บทวิเคราะห์ดังกล่าวจะชี้ให้เห็นความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทั้งการเมืองและเศรษฐกิจกัมพูชา ซึ่งเป็นผลอันสืบเนื่องจากการแต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา ขณะเดียวกันก็ส่งนัยว่าทักษิณเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การสวาปามผลประโยชน์จากปริโตเลียมในอ่าวไทยชะงักงัน อันเนื่องจากการขาดความคืบหน้าในการเจรจาของทั้งสองประเทศ และคล้ายกับส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลกัมพูชาให้เร่งกลับสู่โต๊ะเจรจากับไทยเพื่อประโยชน์อันมหาศาล

ผลประโยชน์จากปริโตเลียมของชาติตะวันตก ที่จ้องงาบ งับอยู่ตาเป็นมัน ..ใครว่าความขัดแย้งไทยกัมพูชา ผลแประโยชน์เรื่องน้ำมันของอเมริกันไม่เกี่ยว?

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website