บทความ ๔.๖ ตอนศาลาและบันไดที่ไม่มีโอกาสสร้างเสร็จ

 ภาพที่ ๑ โครงสร้างคอนกรีตของศาลาพักที่ถูกทิ้งไว้หลังโครงการก่อสร้างถูกชะลอ เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔  หลังจากที่ถูกฝ่ายกัมพูชาประท้วงคัดค้านการดำเนินการฟิฟทีนมูฟ – บทความชุด “๔.๖” ว่าด้วยแผ่นดิน ๔.๖ ตร.กม. ของไทยรอบปราสาทพระวิหาร  ตอนที่สองว่าด้วยเรื่อง “ศาลาและบันไดที่ไม่มีโอกาสสร้างเสร็จ” ที่อยู่ชิดพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. เป็นเขตไทยโดยสมบูรณ์แต่กลับถูกกัมพูชาประท้วงคัดค้าน จนถูกชะลอโครงการนับตั้งแต่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ เป็นต้นมา

บทความตอนนี้ รวบรวมข้อมูลจากบันทึกรายงานของ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และการลงพื้นที่ของแหล่งข่าวฟิฟทีนมูฟ เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ได้เก็บภาพถ่ายโครงการสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งของไทยบนพื้นที่ใกล้ ๔.๖ ตร.กม. ที่ไม่เคยได้มีโอกาสสร้างเสร็จ เนื่องจากถูกกัมพูชาประท้วง ทิ้งเป็นซากประจานความไม่เข้มแข็งของหลายหน่วยงานรัฐ รวมถึงระดับนโยบาย

ภาพที่ ๒ แผนที่แสดงบริเวณต่างของเขาพระวิหาร บนภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓
ภาพที่ ๒ แผนที่แสดงบริเวณต่างของเขาพระวิหาร บนภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓

ความพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวปราสาทพระวิหารของรัฐบาลไทยและกัมพูชา มีมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๕๓๒ แต่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง กระทั่งมีความชัดเจนขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เมื่อได้ทำความตกลงกับรัฐบาลนายฮุน เซน เป็นผลให้มีการเปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๕ แต่ในปีถัดมาก็ถูกปิดลงหลังกองกำลังเขมรแดงเข้ายึดปราสาทฯ ในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ให้บูรณะปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑ ตอน อ.กันทรลักษ์-เขาพระวิหาร เปลี่ยนเป็นถนนลาดยางที่เห็นในปัจจุบัน และในปีถัดมาได้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติเดิมให้เป็นอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เมื่อ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๑ สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย จากนั้น ระหว่างการเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ ๑๘-๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๔ รัฐบาลไทยกับกัมพูชาได้ตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาปราสาทพระวิหารให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน

ภาพที่ ๓ สุดถนนลาดยาง หมายเลข ๒๒๑ ตอน อ.กันทรลักษ์-เขาพระวิหาร เบื้องหน้าคือพลาญหินและทางขึ้นปราสาทพระวิหา ภาพที่ ๔ พลาญหิน สุดทางเดินที่มีนักท่องเที่ยว ๔ คน มุ่งไปคือประตูเหล็กข้ามห้วยตานี ทั้งสองภาพถ่ายเมื่อเมษายน ๒๕๔๙ร
ภาพที่ ๓ (ซ้าย) สุดถนนลาดยาง หมายเลข ๒๒๑ ตอน อ.กันทรลักษ์-เขาพระวิหาร เบื้องหน้าคือพลาญหินและทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ภาพที่ ๔ (ขวา) พลาญหิน สุดทางเดินที่มีนักท่องเที่ยว ๔ คน มุ่งไปคือประตูเหล็กข้ามห้วยตานี ทั้งสองภาพถ่ายเมื่อเมษายน ๒๕๔๙

ด้วยความต้องการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ประมาณ พ.ศ.๒๕๔๔ ฝ่ายไทยโดยกรมป่าไม้เดิมในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ โดยของบประมาณสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดสร้างทางคนเดินบนไหล่ทางถนนลาดยาง ศาลาพักบริเวณสุดถนนลาดยางใกล้ทางขึ้นปราสาทฯ และบันไดทางลงบนบริเวณพลาญหินไปยังจุดผ่านแดนผ่อนปรนติดกับห้วยตานี ทว่าเมื่อเริ่มดำเนินการไปได้บางส่วนก็ถูกกัมพูชาประท้วงคัดค้าน ต่อมาจึงมีการจัดประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ กับนายวา กิมฮง รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนของกัมพูชา เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผลการประชุมให้ฝ่ายไทยชะลอการสร้างไว้ก่อนและเสนอปัญหาต่อกระทรวงการต่างประเทศต่อไป

ภาพที่ ๔ โครงสร้างคอนกรีตของศาลาพักที่ถูกทิ้งไว้หลังโครงการก่อสร้างถูกชะลอ เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔  หลังจากที่ถูกฝ่ายกัมพูชาประท้วงคัดค้านการดำเนินการ  ภาพที่ ๕ ซากตอหม้อสะพานและบันไดทางเดินไปยังบันไดทางขึ้นปราสาทฯ ที่ฝ่ายไทยเริ่มดำเนินการก่อสร้าง แต่ถูกชะลอ เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ ทั้งสองภาพถ่ายเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยแหล่งข่าวฟิฟทีนมูฟ
ภาพที่ ๔ (ซ้าย) โครงสร้างคอนกรีตของศาลาพักที่ถูกทิ้งไว้หลังโครงการก่อสร้างถูกชะลอ เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔  หลังจากที่ถูกฝ่ายกัมพูชาประท้วงคัดค้านการดำเนินการ ภาพที่ ๕ (ขวา) ซากตอหม้อสะพานและบันไดทางเดินไปยังบันไดทางขึ้นปราสาทฯ ที่ฝ่ายไทยเริ่มดำเนินการก่อสร้าง แต่ถูกชะลอ เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ ทั้งสองภาพถ่ายเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยแหล่งข่าวฟิฟทีนมูฟ

นับแต่นั้นมาโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวก็หยุดชะงัก เงินงบประมาณที่ได้รับถูกโยกไปใช้ในส่วนอื่น ทางคนเดิน ศาลาและบันไดทางลงถูกทิ้งเป็นซากมาจนถึงปัจจุบัน กัมพูชาสามารถยับยั้งการก่อสร้างของไทยได้ทั้งที่บริเวณนั้นเป็นแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย ที่อยู่นอกเขต ๔.๖ ตร.กม. ในทางตรงข้าม ฝ่ายไทยไม่เคยสามารถยับยั้งการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่โดยฝ่ายกัมพูชาได้เลย แม้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ พ.ศ. ๒๕๔๓ ด้วยกันก็ตาม กัมพูชาสามารถขยายตลาด ชุมชน วัด สร้างถนนจากบ้านโกมุยขึ้นสู่ปราสาทฯ ตัดเส้นทางสายใหม่เลียบหน้าผาทางทิศตะวันตก สร้างอาคาร บ้านพักทหารและเจ้าหน้าที่ รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณจุดประจำการเดิมของเจ้าหน้าที่ไทย ได้ตามใจชอบ นับตั้งแต่ปลายมีนาคม ๒๕๔๑ ที่กัมพูชาห้ามไม่ให้ไทยสร้างอาคารสถานที่เพื่อแสดงสิทธิ์บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นปราสาทฯ ระหว่างที่ กกล.สุรนารี กับภูมิภาคทหารที่ ๔ ของกัมพูชาร่วมกันย้ายชุมชนกัมพูชา ๗๖ ครอบครัว ๓๕๐ คน จากบริเวณโดยรอบปราสาทฯ ลงมาหน้าบันไดทางขึ้น จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนแผ่นดิน ๔.๖ ตร.กม. ของไทย

ภาพที่ ๖ เพิงขายเครื่องดื่มริมทางที่ทหารพรานสร้างขึ้นบนโครงสร้างคอนกรีตของศาลาพักที่ถูกชะลอโครงการ แท่่งคอนกรีตสีแดงที่ด้านขวาคือแนวทางเดินบนขอบถนนในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๔ ถ่ายเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยแหล่งข่าวฟิฟทีนมูฟ
ภาพที่ ๖ เพิงขายเครื่องดื่มริมทางที่ทหารพรานสร้างขึ้นบนโครงสร้างคอนกรีตของศาลาพักที่ถูกชะลอโครงการ แท่่งคอนกรีตสีแดงที่ด้านขวาคือแนวทางเดินบนขอบถนนในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๔ ถ่ายเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยแหล่งข่าวฟิฟทีนมูฟ

การลงพื้นที่ล่าสุดของแหล่งข่าวพบว่า โครงสร้างคอนกรีตของศาลาเดิม ปัจจุบันถูกต่อเติมเป็นเพิงขายของริมทาง ภายในมีตู้เย็นหนึ่งตู้กับโทรทัศน์หนึ่งเครื่อง มีทหารพรานขายเครื่องดื่มให้นักท่องเที่ยวและทหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนตัว ส่วนแท่งคอนกรีตที่จัดทำสำหรับเป็นทางคนเดินถูกปล่อยทิ้งตามริมทาง บางส่วนหักพัง ขณะที่ตอหม้อบันไดทางลงไปยังบันไดทางขึ้นปราสาทก็ถูกปล่อยทิ้งให้ผุพังไปตามเวลา เป็น ๑๑ ปี ของโครงการที่ถูกชะลอโดยกัมพูชาและไม่มีโอกาสได้สร้างเสร็จ

————————————–
ความเดิมตอนที่แล้ว

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website