ตาโป๋เป่าปี่: ความโง่ 5 ประการที่ต้องขจัด

…..ต้นสายปลายเหตุสำคัญของปัญหาเขาพระวิหาร ที่นำความขัดแย้งขยายตัวออกไปยิ่งขึ้นทุกวัน มิเฉพาะระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเท่านั้น หากแต่นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับรัฐบาลของตนในขณะนี้อีกด้วย นั่นก็คือเอ็มโอยู 2543 เอ็มโอยู 2544 และ ทีโออาร์ 2546

…. เอ็มโอยู 2543 คือบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างไทยกับเขมรเพื่อการปักหลักเขตแดนให้ถูกต้อง โดยมีแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำแต่ฝ่ายเดียวประกอบไว้ในบันทึกความเข้าใจร่วมฉบับนี้ด้วย

…. เอ็มโอยูฉบับนี้จัดทำขึ้นในรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ และไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ 40

….. เอ็มโอยู 2544 คือบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างประเทศไทยกับเขมร เพื่อปักปันเส้นเขตแดนทางทะเลที่มีพื้นที่ไหล่ทวีปทับซ้อนกันอยู่ เป็นบันทึกต่อยอดมาจาก เอ็มโอยู 2543 ซึ่งว่าด้วยเส้นเขตแดนทางบกเท่านั้น เอ็มโอยูฉบับนี้จัดทำขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการหาผลประโยชน์เข้าตนจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซใต้ทะเล

…. ทีโออาร์ 2546 เป็นแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับเขมร ทำขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ในการยินยอมให้เขมรนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ เป็นแถลงการณ์ที่รัฐบาลนายสมัคร ที่มีนายนดพล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำไปใช้

….. ทีโออาร์ 2546 นี้ศาลปกครองเคยพิพากษาตัดสินให้ยกเลิก เพราะไม่ได้นำเข้าพิจารณาในรัฐสภาตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญปี 40

….. เรื่องการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างไทยกับเขมร เพื่อปักหลักเขตแดนระหว่างกันให้ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะหลักเขตแดนบางช่วงในพื้นที่สูญหาย หรือถูกโยกถอนออกไปจากพวกตัดไม้ทำลายป่า แต่ที่ไม่ดีและไม่ถูกต้องก็คือการยินยอมให้มีการนำแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 เข้ามาไว้ในบันทึก เอ็มโอยู 2543 เป็นพื้นฐานในการปักหลักเขตแดน นำมาซึ่งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นวันข้างหน้าเกี่ยวกับพื้นที่ระหว่างไทยกับเขมรที่จะต้องเสียไปตามแผนที่ฉบับนี้ ทั้งทางบกและทางทะเล

….. ศาลโลกก็ไม่เคยยอมรับแผนที่ฉบับนี้

….. ศาลโลกตัดสินเพียงแค่ตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้นที่เป็นของเขมร พื้นที่บริเวณรอบตัวปราสาทซึ่งมีจำนวน 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นยังคงเป็นของประเทศไทย ไม่ใช้พื้นที่ทับซ้อนแต่อย่างใด

….. การเข้ามาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวของชาวเขมรจำนวนมากในขณะนี้จึงเป็นการบุกรุกพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง แม้กระทั่งการเข้ามาสร้างวัดวาอารามและตัดถนนหนทางในพื้นที่ดังกล่าว ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขจัดการ

….. เสียงเรียกร้องของประชาชนคนไทยให้รัฐบาลของตน ดำเนินการยกเลิก เอ็มโอยู 2543 และผลักดันคนเขมรออกไปจากพื้นที่ จึงเป็นการเรียกร้องที่รัฐบาลชุดนี้จะเอาหูทวนลมไม่ได้ จะต้องรีบดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ส่งหนังสือประท้วงแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ก็ทำเรื่องประท้วงไปแล้วกว่ายี่สิบครั้ง แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากฝ่ายเขมรที่จะปฏิบัติตาม มิหนำซ้ำกลับก้าวร้าวยิ่งขึ้น

….. รัฐบาลจึงไม่ควรดีแต่พูดเท่านั้น

….. ต้องรู้จักเรื่องอำนาจต่อรองที่มีอยู่ในมือ ว่าควรจะนำมาใช้ประกอบในจังหวะไหนได้บ้าง เพื่อให้เกิดน้ำหนักในการเจรจา

….. เล่าเรียนกันมาก็สูงๆทั้งนั้น แต่ไม่เคยรู้จักบ่อเกิดแห่งความโง่ 5 ประการ ซึ่งถ้าเกิดกับใครแล้วผู้นั้นเจ๊งทุกราย

….. บ่อเกิดแห่งความโง่ 5 ประการนั้นประกอบด้วย ความประมาท ความดื้อ ความยโส ความหยิ่ง และความอวดดี

….. ประมาท คือความโง่ที่จะพาสู่ความฉิบหาย

….. ดื้อ คือความโง่ที่ไม่รับความจริงที่ดีกว่า

….. ยโส คือความโง่ที่หลงทาง

….. หยิ่ง คือความโง่ที่หลงฝัน

….. อวดดี คือความโง่ที่หลงโลก

….. ความโง่ 5 ประการดังกล่าวข้างต้น เป็นอันตรายสำหรับผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวไม่เท่ากัน ใครมีน้อยข้อก็อันตรายน้อยหน่อย ใครมีมากข้อก็มีอันตรายมากหน่อย แต่ถ้าใครมีครบทุกข้อก็จองวัดได้เลยว่าจะสวดกี่วัน

….. ประมาทว่าเขมรเล็กกว่าทำอะไรประเทศไทยไม่ได้ ดื้อดึงไม่ยอมรับความจริงว่าต้องยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ที่เปิดช่องให้เขมรรุกคืบด้านดินแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศส ยโสว่าตัวเองมีอำนาจใครทำอะไรไม่ได้ หยิ่งว่าตัวเองมีความรู้สูงกว่าคนอื่น ไม่ยอมรับฟังใครในปัญหาเขมร และอวดดีว่ายังมีคนชอบคนหนุน สิ่งต่างๆเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ครบถ้วน ไม่ขาดไม่เกินอยู่ในตัวของผู้ถืออำนาจรัฐในขณะนี้

….. รู้จักขับไล่ความโง่ทั้ง 5 ประการออกไปจากตัวเสียบ้าง เพราะตราบใดที่ยังขืนเก็บไว้เป็นคุณสมบัติ ตราบนั้นนอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อความเจริญเติบโตของตนเองแล้ว ประเทศชาติบ้านเมืองย่อมต้องพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วยในที่สุดจากคุณสมบัติที่ว่านี้

———————————–

บทความ โดย ตาโป๋เป่าปี่ ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๓

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.