งานเปิดตัวเว็บป๋วยฉบับแดง ๗.๑ ล้านและชาญวิทย์ผู้เป็นแสงสว่าง

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบุคคลสำคัญหนึ่งของประเทศไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ขณะปัจจุบันหลายภาคส่วนอาจรู้สึกขยะแขยงกับบทบาทของสองทายาทที่ชื่อ “จอน-ใจ” อึ๊งภากรณ์ ในวันเสาร์ที่ ๑๒ มีนาคม ที่จะถึงนี้ โครงการจัดทำเว็บไซต์และอี-ไลบรารี่ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์  และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะจัดงานเสวนาเปิดตัวเว็บไซต์และอี-ไลบรารี ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และมูลนิธิโครงการตำราฯ “ความคิด ความรู้ และการต่อสู้ในโลกออนไลน์” งานนี้มีสิ่งน่าสนใจอยู่หลายอย่างที่ปรากฏอยู่ในจดหมายโต้ตอบระหว่าง นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ (แก่นแก้ว) กับ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ และศิษย์ TU ระหว่างวันที่ ๒๒–๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณในงานของ บ.โตโยต้า นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ซี้ปึ๊กของจักรภพ เพ็ญแข
(ซ้าย) นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณในงานของ บ.โตโยต้า (ขวา) นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ซี้ปึ๊กของจักรภพ เพ็ญแข

เรานำเสนอเพื่อให้เห็นร่องรอยวิธีคิดของบุคคลเหล่านี้ที่อวดอ้างว่าวิชาการ สุดรักหวงแหนในสันติภาพ รักประเทศเพื่อนบ้านยิ่งกว่าแผ่นดินเกิด…

ช่วงต้นของจดหมายนายชาญวิทย์พูดถึงความรู้สึกกรณีโครงการรับจ้าง ๗.๑ ล้านไว้อย่างละเอียดว่า..

———————-

ถึง ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ และศิษย์ TU

อีเมล์ทั้ง ๒ ฉบับของคุณเป็น “กำลังใจ” อย่างยิ่งในยามนี้

ปัญหาของผม ก็คงไม่เท่าไรนัก ถ้าจะเทียบกับที่ อ.ปรีดี และ อ.ป๋วยของเราต้องประสบเคราะห์กรรมอันเลวร้าย  และตอนนี้ ผมเองก็อยู่สิงคโปร์ยาว  ห่างไกลจาก “การเมืองเป็นพิษ” ของบ้านเมืองเรา เป็นห่วงก็คนที่อยู่ทางบ้าน ที่ถูกด่ากราด บริภาษ มุสา บิดเบือน และใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นานา ด้วยภาษาที่หยาบคาย ขาดความเป็นสุภาพชน ขาดความเป็นผู้ดี

ผมคงจะกลับมาบ้านเพียงสองสามวัน ช่วงวันเกิด อ.ป๋วยของเรา (๙ มีนา หลังวันสตรีสากลเพียง ๑ วัน) เพราะจะมีงานเปิดตัวหรือ WebLauch Dr. Puey & Textbooks Foundation

เราจะมีงานนี้ที่ มธ. ท่าพระจันทร์ วันเสาร์ที่ ๑๒ มีนา  (ดูกำหนดการที่แนบมาข้างล่าง)
อนึ่ง

ผมก็คงขอตอบอีเมล์ของคุณอีกครั้ง อย่างที่ได้ตอบไปบ้างแล้ว และขอให้ช่วยเผยแพร่ ในหมู่พรรคพวกเพื่อนฝูงด้วย ดังนี้

(หนึ่ง)

ผมก็เชื่อว่านี่คือสภาพอันย่ำแย่ของชาติบ้านเมืองของเรา ที่อยู่ในสภาวะของ “สงครามที่คนอื่นก่อ”  กับ “การเมืองเป็นพิษ”  อย่างที่ อ.ป๋วยของเราได้เคยบอกไว้ในข้อเขียน  “จากครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอน” (From Womb to Tomb) ว่า “เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ”

(สอง)

ผมก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งใน “อนาคต” ใกล้ ๆ นี้  คนไทยส่วนใหญ่จะเข้าใจในสิ่งที่ทีมนักวิชาการของพวกเราหลาย ๆ คน  พยายามช่วยกันทำในงานวิจัย “เขตแดน..” ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน โดยมีทีมนักวิชาการร่วมงาน คือ อ.พนัส-ประสิทธิ์-วิพล-พิเชฐ-สุริยา-พวงทอง-รณพล-มรกต- อัครพงษ์-อรอนงค์-ธนศักดิ์-ดุลยภาค-สุภลักษณ์-อดิศักด์-สมฤทธิ์-พิภพ และผมที่ทำหนังสือ  ๖ เล่ม กับวีซีดี/ซีดี  (โครงการ ๗.๑ ล้าน ที่ถูกกล่าวหาอยู่ในขณะนี้) และ

— เราภูมิใจที่ได้ทำงานวิชาการนี้ และก็ขอบคุณอย่างยิ่งหลายต่อหลายท่าน ที่ทำให้เราได้ทำงานนี้ ทั้งนี้ ก็เพื่อความรู้ความเข้าใจใน “ชาติบ้านเมือง” (NATION) ของเรา กับเรื่องราวของมนุษยชาติ (HUMANITY) ทั้งนี้เพื่อ “ความเข้าใจ (UNDERSTANDING) ในเพื่อนบ้าน กับประชาคมอาเซียน (ASEAN COMMUNITY)
— เราทำงานนี้เพื่อ “วิชาการ (ENLIGHTENMENT) ไม่ใช่ “อวิชชา (IGNORANCE)
— เราทำงานนี้เพื่อ “สันติภาพ (PEACE)” ไม่ใช่ “สงคราม (WAR)
— เราทำงานนี้เพื่อ “สร้างสรรค์-เป็นบวก (constructive-positive)
— ไม่ใช่เพื่อ “ทำลาย-เป็นลบ (destructive-negative)” 

ดังนั้น ผมและ “ทีมงานวิจัย” ก็เชื่อ เหมือน ๆ อย่างที่ อ.ปรีดี พร่ำสอนพวกเราไว้ว่า  “ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูญหาย” 

(สาม)

และผมก็ยังเชื่ออีกว่าการกล่าวอ้าง “ความรักชาติ”  แบบขาดสติสัมปชัญญะ และเต็มไปด้วยกิเลสตัณหาของ  “โลภะ-โทสะ-โมหะ” (โลภ-เพราะอยากได้ โกรธ-เพราะไม่ได้ และหลง-เพราะคิดว่าจะได้) นั้น ก็คงเป็นเหมือนกับที่ปราชญ์อังกฤษ Samuel Johnson 1775 เคยกล่าวไว้ว่า  “’False’ patriotism is the last refuge of a scoundrel”  “ความรักชาติปลอม ๆ คือ หลุมหลบภัยสุดท้ายของอันธพาล” นั่นเอง

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

PS: Make Love not War with Cambodia (and Laos)

———————-

ส่วนปัจฉิมลิขิตที่ ๒ นายชาญวิทย์ได้แนบรายละเอียดโครงการเสวนาเปิดตัวเว็บไซต์ที่จะเห็นรอยความเชื่อมโยงระหว่าง ๗.๑ ล้าน กับภาพความ “แดงเถือก” ของงานและคนของประชาธิปัตย์…ดังนี้

———————-

(ก)

หวังว่าคงมีโอกาสได้พบกัน และขอส่งกำหนดการที่ มธ.มาดังนี้ เสวนาเปิดตัวเว็บไซต์และอี-ไลบรารี ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และมูลนิธิโครงการตำราฯ “ความคิด ความรู้ และการต่อสู้ในโลกออนไลน์” เสาร์ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๐๐  ห้องบุญชู โรจนเสถียร ชั้น ๓ ตึกอเนกประสงค์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

๑๓.๓๐-๑๔.๐๐ น.           ลงทะเบียน
๑๔.๐๐-๑๔.๑๕ น.           คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ กล่าวเปิดงาน
๑๔.๑๕-๑๔.๓๐ น.          ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ แนะนำโครงการ
๑๔.๓๐-๑๖.๐๐ น.            เสวนา  “ความคิด ความรู้และการต่อสู้ในโลกออนไลน์”

– สมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ผู้ก่อตั้ง www.bannok.com
– อ.สาวตรี สุขศรี นิติ มธ.
– อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ
– จีรนุช เปรมชัยพร ผจก.ประชาไทยออนไลน์
ดำเนินรายการโดย  อ.ปกป้อง จันวิทย์  เศรษฐศาสตร์ มธ.
๑๖.๐๐-๑๖.๑๕ อ.จอน อึ๊งภากรณ์ ผู้ก่อตั้งประชาไทออนไลน์/ทายาท อ.ป๋วย กล่าวปิดงาน

หมายเหตุ – จัดโดย โครงการจัดทำเว็บไซต์และอี-ไลบรารี่ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์  และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

———————-

คำชี้แจงอย่างยาวของโครงการรับจ้าง ๗.๑ ล้าน ในปัจฉิมลิขิตท้ายสุดของจดหมายนายชาญวิทย์ มีดังนี้..

———————-

(ข)

สุดท้ายนี้ ขอส่งคำชี้แจงของเราเรื่อง “โครงการ ๗.๑ ล้าน!!??” (ค่อนข้างยืดยาว) มาเพื่อทราบด้วยอีกครั้ง ครับ

“คำแจง” โครงการวิจัย “เขตแดนของเรา-เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา” Our Boundaries-Our ASEAN Neighbors (เรื่องของหนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี) ดังต่อไปนี้

อารัมภบท
“หนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี” ชุดนี้ประกอบด้วยหนังสือ ๖ เล่ม และดีวีดี-วีซีดี ๑ ชุด  เป็นผลงานค้นคว้าวิจัยที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้จัดทำขึ้นตามสัญญา “รับจ้าง” กับกระทรวงการต่างประเทศ

มูลนิธิฯ ของเรานี้ก่อตั้งขึ้นโดย ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ และปัจจุบันมี ศ.เพ็ชรี สุมิตร เป็นประธาน และมี ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม และ ศ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เป็นรองประธาน

“หนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี” ในโครงการ “เขตแดนของเรา-เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา” ดังกล่าวนี้ ได้รับความสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้จัดทำขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๓-๕๔ และมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โครงการ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน เรื่องเขตแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสารคดี การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการฝึกอบรม” โดยมี ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กับ ดร.พิภพ อุดร เป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าโครงการฯ ดังมีรายชื่อ ต่อไปนี้

๑. ประมวลสนธิสัญญา อนุสัญญา ความตกลง บันทึกความเข้าใจ และแผนที่ ระหว่างสยามประเทศไทยกับประเทศอาเซียนเพื่อนบ้าน: กัมพูชา–ลาว–พม่า–มาเลเซีย (Collected Treaties – Conventions –Agreements – Memorandum of Understanding and Maps Between Siam/Thailand – Cambodia – Laos – Burma – Malaysia) โดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

๒. ศาลโลก–ศาลอนุญาโตตุลาการ กับข้อพิพาทระหว่างประเทศ (International Court of Justices– Permanent Court of Arbitration)โดย พนัส ทัศนียานนท์, ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, วิพล กิติทัศนาสรชัย

๓. เขตแดนเวียดนาม–จีน–กัมพูชา–ลาว (Boundaries of Vietnam-China-Cambodia-Laos)โดยพิเชฐ สายพันธ์ และ สุริยา คำหว่าน

๔. เขตแดนจีน–รัสเซีย–มองโกเลีย (Boundaries of China–Russia and Mongolia) โดย พวงทอง ภวัครพันธุ์และ รณพล มาสันติสุข

๕. เขตแดนฝรั่งเศส–เนเธอร์แลนด์–แม่น้ำดานูบ (Boundaries of France–The Netherlands and The Danube River) โดย มรกต เจวจินดา ไมเออร์ และอัครพงษ์ ค่ำคูณ

๖. เขตแดนสยามประเทศไทย–มาเลเซีย–พม่า–ลาว–กัมพูชา (Boundaries of Siam/Thailand–Malaysia – Burma–Laos –Cambodia) โดย อรอนงค์ ทิพย์พิมล, ธนศักดิ์ สายจำปา, ดุลยภาค ปรีชารัชช, สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี, อัครพงษ์ ค่ำคูณ

วัตถุประสงค์ของโครงการ “เขตแดนของเรา-เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา” นี้ คือ

๑. ผลิตงานวิชาการในรูปแบบที่เป็น “หนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี” ที่เข้าใจง่าย ที่ตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้องทางวิชาการ ครบถ้วนเกี่ยวกับองค์กร (ศาลโลก-ศาลอนุญาโตตุลาการ) สถานะและแนวทางการแก้ไขปัญหา เขตแดน-พรมแดน-ชายแดนระหว่างไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย รวมทั้งกรณีศึกษาที่น่าสนใจของประเทศต่าง ๆ ที่มีเขตแดน-ชายแดน-พรมแดนติดต่อกัน ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป เช่น เวียดนาม จีน รัสเซีย มองโกเลีย ตลอดจนฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และแม่น้ำดานูบ โดยครอบคลุมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวในการแก้ปัญหาเขตแดน-พรมแดน-ชายแดน

๒. นำผลงานวิชาการที่สำเร็จเป็น “หนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี” แจกจ่ายอภินันทนาการ (ไม่มีจำหน่าย) ให้กับห้องสมุดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โรงเรียนประจำจังหวัด หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของสังคมและรัฐ ตลอดจนสื่อมวลชน จำนวนหน่วยละ ๓,๐๐๐

๓. ดำเนินการจัดการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในรูปแบบของการเสวนา ประชุมปฏิบัติการ การฝึกอบรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฯลฯ ภายในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

๔. ดำเนินการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีของประชาชนและสังคมไทย และสร้างความตื่นตัวถึงบทบาทการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน กับสถาบันการศึกษา ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการมีความสัมพันธ์อันดีในฐานะ “ประชาคมอาเซียน” Asean Community ร่วมภูมิภาคอุษาคเนย์ด้วยกัน ตลอดจนการหาวิถีทางแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีฉันท์มิตรประเทศที่มีความเท่าเทียมกันในโลกสมัยปัจจุบัน

ปัจฉิมกถา

มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  ขอขอบคุณความร่วมมือและความสนับสนุนที่ได้จากองค์กรของรัฐ เอกชน และตัวบุคคล อาทิ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบันนิรนามหลายท่าน

ขอบคุณกรมแผนที่ทหาร กองบัญชากองทัพไทย กองบัญชาการทหารสูงสุด สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ตลอดจน “กัลยาณมิตร” ต่างรุ่นต่างวัย ที่มีส่วนทั้งร่วมงานโดยตรง มีทั้งส่วนช่วยเหลือ ช่วยผลักดัน และให้คำแนะนำกับ “กำลังใจ” ในการดำเนินการโครงการฯ ที่ค่อนข้างใหญ่โตและอยู่ในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ-สังคม-และการเมืองที่อ่อนไหวและเปราะบางในปัจจุบัน

เราหวังว่า “หนังสือ-สื่อ-ดีวีดี-วีซีดี” ชุดนี้ จะมีส่วนในการเสริมสร้างความคิด สติปัญญาให้กับเรา ๆ ท่าน ๆ ทำให้เราสามารถเข้าใจเรื่องราวของ “เขตแดน-พรมแดน-ชายแดน” ของ “รัฐสมัยใหม่” ที่เป็นมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ที่มีมาจากอดีต มาจากการกระทำของบรรพชน ที่มีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ที่เราอาจจะพอใจหรือไม่พอใจก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่ยังอยู่กับเราในปัจจุบัน

และจะคงยังมีต่อไปในอนาคต ที่เราจะต้องร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขต่อไปทั้งนี้เพื่อเยาวชน-คนหนุ่มคนสาว-ลูก-หลาน-เหลน-โหลน “คนรุ่นใหม่” กับประเทศชาติบ้านเมืองของเรา

เรามีความหวังตามปณิธานของผู้ก่อตั้งของเรา คือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๙ (๑๙๖๖) เป็นต้นมา ยึดมั่นเป็นแนวทางของวิชาการตามพุทธภาษิตในภาษาบาลีที่ว่า “นัตถิ ปัญญา สมาอาภา” และแปลเป็นไทยว่า “แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี” นั่นเอง

———————-

ในส่วนของจดหมายของนายอนุสรณ์ ธรรมใจ เขียนถึงนายชาญวิทย์ อาจารย์(ผู้)เป็น “แสงสว่างและมีความกล้าหาญ” มี ๒ ฉบับ วันที่ ๒๒ และ ๒๓ กุมภาพันธ์ ตามลำดับ มีเนื้อหาสั้น ๆ ที่ให้กำลังใจและเชิดชู ดังนี้ 

———————-

I think Arjarn Charnvit is a great thinker, best historian and peace and democracy fighter krub.

อาจารย์เป็น “แสงสว่างและมีความกล้าหาญ” ท่ามกลาง กระแสสุดโต่งและมืดบอดทางปัญญา ครับ

With great respects,

Anusorn

———————-

เรียน อาจารย์ชาญวิทย์ ครับ

อาจารย์จะสะดวกให้พวกเรา ลูกศิษย์ อดีตนักกิจกรรมทั้ง อบจ. อมธ. สนนท. และ บุคคลที่ชื่นชมศรัทธา อาจารย์ ไปพบ เพื่อให้กำลังใจ หรือไม่ครับ

ขอให้อาจารย์อย่าท้อถอยนะครับ เราเชื่อมั่นในสิ่งที่อาจารย์ทำว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพ ประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจร่วมกันของประชาคมอาเซียน ครับ
Thanks & Regards

Anusorn Tamajai, Ph.D.
Dean, Faculty of Economics
Director, Economic and Business Research Center for Reform
Rangsit University
Tel: 02 – 997 2222 ext. 1275 Fax: 02 – 533 9695
www.rsu.ac.th/econ

———————-

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website