ซากประวัติศาสตร์ ซากปราสาท ๑

หมู่นี้สิ่งที่เรียกว่านักวิชาการบ้างหรือสิ่งมีชีวิตชนิดที่อาศัยเกิดบนแผ่นดินไทยซึ่งสุดแต่จะจัดจำแนก พากันขยันอย่างออกหน้าออกตาที่จะผลิตข้อเขียน ลมน้ำลาย (วาทกรรม) ให้การรับรองความเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมของกัมพูชาเหนือพื้นที่ภายใต้ขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักรไทย บ้างยกตัวอักษรไม่กี่ตัวจากเอกสารทางกฎหมายและทางประวัติศาสตร์อธิบาย บ้างเคลิ้มกับจินตภาพโลกไร้พรมแดนเหมือนตกอยู่ในภวังค์จากของเหลวในกระป๋องปะยางรถ-เชื่อมท่อน้ำก็มิปาน น่ายินดีแทนกัมพูชาที่มีผู้อาศัยเกิดในแผ่นดินประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเอื้ออารีและสู้อุตสาหะให้ความช่วยเหลือขนาดนี้

แผนที่ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. ๑๘๘๖ (พ.ศ. ๒๔๒๙) ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕
แผนที่อินโดจีนของฝรั่งเศส ปี ค.ศ. ๑๘๘๖ (พ.ศ. ๒๔๒๙) ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕

ประวัติศาสตร์อันยืดยาวและศึกษาได้ไม่สิ้นสุดของแผ่นดินอุษาคเนย์นี้ มีเอกลักษณ์-อัตลักษณ์อันเป็นเฉพาะและแตกต่างจากบริบทประวัติศาสตร์ของซีกโลกตะวันตก จริงอยู่ว่าขอบขัณฑสีมาของอาณาจักรหรือ “กรุง” ในอดีตนั้นไม่มีขอบเขตตีเส้นตามแผนที่อย่าง “รัฐชาติ” ยุคใหม่อันเป็นวิถีของตะวันตกในระยะไม่กี่ร้อยปีมานี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี “ขอบเขต” อย่างบางกลุ่มคนกล่าวอ้าง กลับกันมีขอบเขตที่ชัดเจนในบางระดับที่ “กรุง” ตัวอย่างอยุธยาที่มีอำนาจเหนือ หัวเมือง เมือง จนไปถึงระดับย่อยอย่าง “คุ้มบ้าน” ที่ต่างมีขอบเขตและ “อาณาบริเวณ” ของตัวเอง ที่ก็รับรู้ด้วยเส้นแบ่งตามธรรมชาติ กระทั่งปัจจุบันนี้ ชุมชนในชนบทแม้ไม่มีการลากเส้นแบ่งหรือปักหมุดแยกเขตการปกครองก็มีการรับรู้ขอบเขตของหมู่บ้านหรือชุมชนตนเองอยู่ การขึ้นต่อกันตามระดับชั้น ขนาด อำนาจ นี้เองทำให้กรุงในยุคก่อนมีขอบเขตที่ค่อนข้างชัด รับรู้ว่า “ขอบขัณฑสีมา” ด้านไหนจรดอะไร จริงอยู่ว่ารูปแบบของขอบเขตอำนาจในยุคสมัยนั้นมีความเปลี่ยนแปลงผกผันต่อเนื่อง อันเนื่องจากความเข้มแข็งหรืออ่อนแอของกรุงอันเป็นแกนกลาง มีการแข็งขืนแข็งข้อและเปลี่ยนการ “สวามิภักดิ์” หรือแยกตนเป็นอิสระ ภายใต้รูปแบบความสัมพันธ์-ขึ้นต่อกันอันเป็นเฉพาะของวัฒนธรรม-จารีต-บุคลิกของคนในภูมิภาคนี้

เมืองประเทศราชอันเป็นรูปแบบเฉพาะมักถูกกล่าวถึงในลักษณะว่ามีความเป็นอิสระ มีหน้าที่เพียงจัดส่งเครื่องบรรณาการ และเกณฑ์ไพร่พลในยามศึกสงคราม ทว่าในความเป็นจริงเมืองประเทศราชก็ไม่ได้เป็นอิสระเสียทีเดียว ระยะห่างหรือความเข้มงวดกวดขันแปรตามเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่มีความตายตัว การแสดงสิ่งที่รัฐสมัยใหม่เรียกว่า “อำนาจอธิปไตย” มีให้เห็นอย่างต่อเนื่องในประวัติศาตร์ ทั้งการ “แข็งเมือง-ปราบ” การแข็งเมืองคือการแข็งขืนประกาศเป็นอิสระของเมืองขึ้นหรือหัวเมืองประเทศราช ใช้อำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ของตัวเอง ขณะการเข้าตีบรรดาเมืองขึ้นที่แข็งเมืองก็เป็นการแสดงอำนาจอธิปไตยเหนือบรรดาเมืองเหล่านี้ให้ “สวามิภักดิ์” สยบยอมอยู่ใต้อำนาจของเมืองที่เข้มแข็งกว่า

สัมพันธ์สยาม-เขมรมีความต่อเนื่องผ่านหลายยุคตอนของประวัติศาสตร์ ล้วนเกี่ยวข้องกับยุคตอนของการพัฒนาอารยธรรม คติความเชื่อ จารีตการปกครอง ฯลฯ กระทั่งที่จุดเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบอาณาจักรแบบเดิมสู่ระบบรัฐชาติแบบใหม่ในห้วงเวลาของยุคล่าอาณานิคมที่ชาติพันธุ์ทางซีกโลกตะวันตกเข้ามาใช้แสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่าคุกคามดินแดนแถบอุษาคเนย์ ห้วงก่อนหน้าและระหว่างนั้นความเกี่ยวข้องของอาณาจักรสยามเหนือพื้นดินของกัมพูชาปัจจุบัน มี ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็นดินแดนเขมรต่ำที่อยู่ภายใต้การปกครองตรงของราชสำนักสยาม อันได้แก่แผ่นดินแถบพระตะบอง ศรีโสภณ เสียมราฐ และอีกส่วนเป็นส่วนที่เหลือขึ้นกับราชสำนักเขมร แต่ก็อยู่ในฐานะประเทศราชของกรุงสยาม

ระหว่างที่เขมรตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสได้เกิดวิกฤตระหว่างสยามกับฝรั่งเศสหลายครั้ง มีการสู้รบในหลายสมรภูมิ กระทั่งมีข้อยุติสำคัญในคราวแรกคือการลงนามในอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ เพื่อปักปันเขตแดนให้แน่ชัด และตามด้วยสนธิสัญญาและพิธีสารแนบท้ายปี ค.ศ.๑๙๐๗ แม้คณะกรรมการปักปันผสมสยาม-ฝรั่งเศสตามอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ ได้ลงความเห็นไว้ชัดเจนถึงแนวเขตแดนเหนือบริเวณทิวเขาดงรัก ยึด “สันปันน้ำ” เป็นเส้นแบ่ง ทว่าการจัดทำแผนที่โดยฝรั่งเศสเพียงลำพังซึ่งมิได้ผ่านการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการผสมชุดใด ได้จงใจลากเส้นที่บริเวณผาเป้ยตาดีและส่วนอื่นผิดเพี้ยนไปจากแนวสันปันน้ำ

ทั้งที่การดำเนินการตามอนุสัญญาและสนธิสัญญาดังกล่าวควรจะเป็นที่ยุติเพื่อปักปันแบ่งเขตลงเส้นตามแนวคิดรัฐชาติยุคใหม่ แต่เส้นฉ้อฉลนั่นได้สร้างปัญหาอย่างต่อเนื่องในลำดับต่อมา…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website