พระวิหาร:สงครามเพิ่งสิ้นสุด-นโยบาย “Win-Win”?

หากละที่จะพูดถึงความกะล่อนของ ฯพณฯ “ที่สวมถุงยางอนามัย มุสาชีวะ” ผ่านเฟซบุ้คเมื่อค่ำวานนี้ แล้วชวนย้อนไปดูเหตุการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ที่อาจจะมีคำถามเชิงข้อสังเกตบางอย่าง

IM12042010SA04

เป็นที่ทราบว่าก่อนนี้เขมรมีกำหนดจะเปิดปราสาทพระวิหารให้คนไทยได้เข้าชมในวันที่ ๕ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญของไทย แม้กำหนดดังกล่าวยุติลงไปด้วยเหตุผลที่ฟังไม่เข้าท่านัก ระหว่างเดียวกันมีข่าวจากแวดวงส่งมายังทีมงานฟิฟทีนมูฟซึ่งอาจจะเป็นที่แรก ๆ ว่า ฮอร์ นัมฮง นำคณะทูตจากหลายประเทศพร้อมสื่อเดินทางไปเยือนพระวิหาร และให้เราตรวจสอบความถูกต้องของข่าว ลำดับถัดมาและเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการพูดถึงเรื่องนี้จากหลายปากในรายการต่าง ๆ ของเอเอสทีวี

หากตรวจย้อนไปจะพบข้อมูลที่เป็นทางการเผยแพร่โดยหน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว1 ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กำกับดูแลโดยนายสก อาน (Sok An) รองนายกรัฐมนตรี ตีพิมพ์เผยแพร่ในหัวข้อ  ICAPP Delegations Visit Temples in Siem Reap and Preah Vihear Provinces

เนื้อหาพูดถึงการนำคณะตัวแทนพรรคการเมือง ๑๐๐ พรรคจาก ๔๐ ประเทศในเอเชีย ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมนานาชาติพรรคการเมืองเอเชีย 2 จัดขึ้นที่กรุงพนมเปญระหว่างวันที่ ๑-๓ ธันวาคม เดินทางไปเยือนปราสาทต่าง ๆ ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในจังหวัดเสียมราฐและพระวิหาร โดยมีนายสก อาน เป็นผู้นำคณะซึ่งประกอบด้วยผู้นำรัฐ อดีตผู้นำรัฐ หัวหน้ารัฐบาล อดีตหัวหน้ารัฐบาล  โดยหนึ่งในนั้นประกอบด้วยนาย José de Venecia ประธานร่วมของ ICAPP

เป็นธรรมดาที่จะมีการชมหวานกันประสานักการเมือง แต่คำหวานเหล่านั้นก็สะท้อนว่ากัมพูชาบอกเล่าอะไรกับตัวแทนพรรคการเมืองเหล่านี้บ้าง โดยนายโจเซ่และตัวแทนยกย่องความเป็นผู้นำอันล้ำเลิศของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ที่ยึดวิถีทางสันติในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่สงคราม-คราบน้ำตาไปสู่สันติและการพัฒนา โจเซ่ยกย่องการนำอันชาญฉลาดของสมเด็จฯ ต่อนโยบาย “win-win” และนำประเทศไปสู่ความสำเร็จและการพัฒนา สมเด็จฯ เป็นหนึ่งในบรรดาผู้นำสูงสุดที่มีความฉลาดเฉลียว มีความเป็นผู้ใหญ่และมีความอดทนในทางการเมืองในการแก้ปัญหาเขตแดนอย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้านกระทั่งบรรลุความสำเร็จ ซึ่งควรนำเป็นต้นแบบกับประเทศต่าง ๆ ที่มีสถานการณ์ใกล้เคียงกัน

และ ระหว่างการเดินทางเยือนปราสาทพระวิหารของตัวแทนอาวุโส สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ดูแลเอาใจใส่อย่างดีโดยติดต่อผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์เพื่อติดตามสอบถามสถานการณ์  และฮุน เซน ได้ยืนยันกับคณะตัวแทนว่าพื้นที่ปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่ซึ่งสงครามเพิ่งสิ้นสุดโดยนโยบาย “win-win” ของรัฐบาลกัมพูชา

มีประเด็นให้ ฯพณฯ ที่สวมถุงยางอนามัยพึงต้องตอบคำถามอย่างตรงและจริง ไม่กะล่อนเล่นน้ำลายหลายคำถาม เกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร อะไรที่เรียกว่าสงครามเพิ่งสิ้นสุด สิ่งนั้นคือการที่ทางการไทยสั่งถอนทหารออกจากพื้นที่ลงไปอยู่ตีนเขาและเฝ้าดูห่าง ๆ ลาดตระเวณร่วมช่วงกลางวันชั่วครู่หรือ? และอะไรที่เรียกว่านโยบายที่ได้กันทั้งสองฝ่ายของกัมพูชา กัมพูชาได้ปราสาทและพื้นที่โดยรอบ แล้วประเทศไทยได้อะไร..หน้าตาของที่สวมถุงยางอนามัยอย่างนั้นหรือ?

นอกจากนี้ ตัวแทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ ใน ๔๐ ประเทศ เข้าใจปัญหาความขัดแย้งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากมันจบแล้ว และพื้นที่ทั้งหมดบนเป้ยตาดีนั้น..เป็นของเขมร!!

--------------------------------------
  1. Press and Quick Reaction Unit []
  2. International Conference of Asian Political Parties – ICAPP []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.