คึกเขมรโต้สองเลน มรดกโลกถอนไม่ได้-คลั่งนิยายแผนที่ลับ

ฟิฟทีนมูฟ — เดอะคึกเขมร หน่วยสื่อและตอบโต้เร็วออกแถลงการณ์ไม่เว้นแต่ละวัน โต้มาร์คขาดความรู้เรื่องมรดกโลกจึงเสนอให้ถอนการขึ้นทะเบียน ระบุอีกขึ้นแล้วถอนไม่ได้ บอกความตึงเครียดที่แท้จริงเกิดจากไทยรุกรานกัมพูชา ยกประวัติศาสตร์ตำหนิไทยว่าฉวยโอกาสยึดครองปราสาทหลังเขมรสิ้นสภาพขี้ข้าฝรั่งเศส แต่ถูกศาลโลกตะเพิดพ้นในปี ๒๕๐๕ คึกเขมรฟุ้งซ่านเพ้อนิยายแผนที่ลับที่ไทยแอบทำขึ้นและบังคับใช้ฝ่ายเดียวเพื่อลบเส้นเขตแดนของเขมรที่นานาชาติยอมรับ

แถลงการณ์ของหน่วยสือและตอบโต้เร็ว สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ แถลงการณ์ของหน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

แถลงการณ์ของหน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตอบโต้คำแถลงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงดังนี้

——————————————–

แถลงการณ์

หน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว สำนักนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชา ปฏิเสธข้อเรียกร้องโดยสิ้นเชิง ตามที่รายงานในบางกอกโพสต์และตีพิมพ์เช่นกันในสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ โดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยขอให้ยูเนสโกถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลก โดยอ้างว่าการยกเลิกความเป็นมรดกโลกจะช่วยขจัดความตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย

หน่วยสื่อและตอบโต้เร็วปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อคำกล่าวอันเป็นเท็จของอภิสิทธิ์ และใคร่จะนำความสนใจของประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศว่า “ความตึงเครียดที่แท้จริง” เกิดจากการรุกล้ำดินแดนอย่างยาวนานของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ หน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว จึงขอเตือนความจำดังต่อไปนี้

  • ปี ค.ศ. ๑๙๕๓-๕๔ ประเทศไทยรุกรานและยึดครองปราสาทพระวิหาร โดยอาศัยประโยชน์จากการสิ้นสุดการอารักขาของฝรั่งเศสที่มีต่อกัมพูชา เพียงถูกสั่งให้ออกจากปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียงโดยคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๑๙๖๒
  • ระหว่างทศวรรษ ๑๙๗๐ ประเทศไทยได้วาดแผนที่ลับที่บังคับใช้ฝ่ายเดียวดันเส้นเขตแดนลึกเข้ามาในกัมพูชา และอ้างว่ามี “พื้นที่ทับซ้อน” ๔.๖ ตร.กม. ในพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร ในความเป็นจริง ระหว่างกัมพูชาและประเทศไทยมีเส้นเขตแดนระหว่างประเทศที่ชัดเจนอยู่แล้ว
  • น่าสนใจยิ่งกว่า ในเดือนกรกฎาคม ๒๐๐๗ ระหว่างการประชุมครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลกในเมืองไครส์เชิร์ช นิวซีแลนด์ ประเทศไทยได้ใช้แผนที่ลับที่บังคับใช้ฝ่ายเดียวและไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติต่อสาธารณะ ในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นบัญชีมรดกโลก แต่แผนที่ปลอมนี้ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิงจากคณะกรรมการมรดกโลก
  • สงครามแท้จริงในการรุกรานกัมพูชาล่าสุด จากวันที่ ๔- ๗ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ เช่นเดียวกับการโจมตีก่อนหน้าในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๐๐๘ และ ๓-๔ เมษายน ๒๐๐๙ ซึ่งถูกเติมเชื้อโดยความวุ่นวายทางการเมืองภายในอย่างสาหัสของไทย  คือ ความพยายามล่าสุดที่จะเปลี่ยนแผนที่ลับที่บังคับใช้ฝ่ายเดียวให้เป็นจริง ซึ่งขาดความถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ  และเพื่อผลักดันกัมพูชาออกจาก “พื้นที่ที่ไทยเรียกว่าพิพาท ทับซ้อน ๔.๖ ตร.กม.”

ในแง่ของอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๗๒ และแนวทางปฏิบัติของอนุสัญญา มันมีคุณค่าที่จะเตือนความจำว่าการตัดสินให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นบัญชีมรดกโลกนั้น เป็นเรื่องที่ถูกตัดสินเสร็จสิ้นแล้ว1 และดังนั้นจึงย้อนคืนไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ถอนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชาออกจากบัญชีมรดกโลก พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาขาดความรู้เกี่ยวกับมรดกโลก และความเคลื่อนไหวของเขาขัดกับหลักคิดของมรดกโลก

เพราะฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ทั้งมุมมองทางกฎหมายและทางปฏิบัติที่จะถอนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารจากบัญชีมรดกโลก ยิ่งกว่านั้น ดังคำกล่าวของประธานใหญ่ยูเนสโกเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ที่ว่า “มรดกทางวัฒนธรรมของโลกไม่ควรเป็นเหตุของความขัดแย้ง”

โดยสังเขป เป็นที่ชัดเจนว่าการเข้าใจผิดอย่างต่อเนื่องของไทยต่อการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นบัญชีมรดกโลกนั้น เป็นไปเพียงเพื่อให้ความชอบธรรมกับการอ้างของไทย ซึ่งละเมิดคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่ตัดสินว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา ยิ่งกว่านั้น อุบายทางการเมืองของไทยคือต้องการลบเส้นเขตแดนระหว่างประเทศของกัมพูชาโดยการนำใช้แผนที่ลับและบังคับใช้ฝ่ายเดียว เพื่อบรรลุความประสงค์ที่จะรุกรานบูรณภาพเหนือดินแดนของกัมพูชา

พนมเปญ, ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑

——————————————–

หมายเหตุ: โดยข้อมูลจากนักกฎหมายระหว่างประเทศ แผนที่ที่ทำขึ้นและบังคับใช้ของประเทศใด ๆ นั้น เป็นการจัดทำขึ้นแต่ลำพังของประเทศอธิปไตยนั้น ๆ ไม่เคยมีแผนที่ชนิดที่ประเทศข้างเคียงร่วมจัดทำ กรณีแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นกรณีเฉพาะจากการพิพาทและยุติทำสนธิสัญญา/อนุสัญญาเพื่อแบ่งเขตในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งไม่ใช่กรณีทั่วไป

--------------------------------------
  1. res judicata []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website