แถลงการณ์คัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
ของภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร
- ทางภาคีเครือข่ายฯ เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรี ในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา และขอประท้วงการบริหารจัดการ/ประสานงานของยูเนสโก ที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการสร้างสันติภาพระหว่างประเทศ
- รัฐบาลไทยต้องไม่สนับสนุนและไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องดังต่อไปนี้
- การจัดทำแผนที่ชั่วคราว ซึ่งให้รายละเอียดเพิ่มเติมของทรัพย์สินที่ได้ขึ้นทะเบียน และแผนที่กำหนดขอบเขตของเขตกันชนที่ระบุใน RGPP
- เอกสารคำขอขึ้นทะเบียนที่ปรับปรุงแล้ว เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงขอบเขตของทรัพย์สิน
- คำยืนยันว่าพื้นที่บริหารจัดการของทรัพย์สินจะรวมทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนและเขตกันชนที่ระบุใน RGPP
- การจัดทำรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเตรียมแผนบริหารจัดการ
- ขอคัดค้านการเข้าร่วมเป็นกรรมการ ICC (International Coordinating Committee) ของรัฐบาลไทย
- การพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา จะกระทำได้ต่อเมื่อกัมพูชาได้ถอนการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้วเท่านั้น
- ปัญหาใดๆ ในเรื่องเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ขอให้มีการเจรจาทำความเข้าใจระหว่างประเทศ ในระดับทวิภาคีเท่านั้น เช่น การประชุมกรรมาธิการเขตแดนร่วม ( JBC) ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดความบาดหมางหรือความรุนแรงใดๆ ระหว่างสองประเทศ
- ขอให้รัฐบาลดำเนินการยกเลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Communique) เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551 อย่างเป็นทางการ รวมทั้งแจ้งต่อยูเนสโกและประชาคมโลกให้รับทราบ
- ขอให้ยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลของไหล่ทวีป ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544 เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 (มาตรา 224) และพ.ศ. 2550 (มาตรา 190)
- ขอให้รัฐบาลรายงานผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ณ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2552 ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างครบถ้วนและชัดเจน
- ขอให้รัฐบาลแสดงท่าทีอย่างชัดเจนในกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และให้ข้อมูลต่อประชาชนทุกระยะ เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลตระหนักและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
ภาคีเครือข่ายฯ (ตามรายชื่อแนบท้าย) ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย
———————————
กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย, ชมรมใจภักดิ์รักไทย, ป.ป.ช.ภาคประชาชน, เครือข่ายปัญญาสยาม, ชมรมร่วมใจไทยกู้ชาติ, เครือข่ายพันธมิตรอุดรธานี , กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน, ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย, ขบวนประชาธิปไตยยาตรา Democracy Move, กลุ่มสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สxส), สมาคมเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน (ค.อสช.) และสมาชิกเครือข่ายวิทยุชุมชน 7 ภูมิภาค
23 มิถุนายน พ.ศ. 2552



