Featured Posts

บอกว่า..ไม่ร่วมการงานกับ ‘จ่อย’

เป็นที่ทราบเป็นการภายใน ทั้งได้บอกกว่าแก่ผู้ร่วมงานมาระยะหนึ่งว่า ทีมงาน “ฟีฟทีนมูฟ” รวมถึงมิตรสหายร่วมปฎิบัติการพิทักษ์อธิปไตยเหนือเขาพระวิหารบางส่วน ว่า “ไม่เอา” ไม่ร่วมกิจการงานใดกับ “จ่อย” วีระ สมความคิด บอกเล่าเป็นการภายใน และปฏิบัติเป็นการภายในด้วยไม่ประสงค์จะให้ทั้งกระบวนมีความกระทบกระเทือน หรือปริแยกระหว่างรบ เช่นนี้ ผู้ใดจะร่วมงานด้วยจ่อยก็เป็นความประสงค์ของผู้นั้น ผู้ใดจะลุ่มหลงศรัทธาก็ให้เป็นเช่นนั้น เราไม่มีความประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้อง แทรกแซง กระทั่งเหตุการณ์ศรีสะเกษ เมื่อ ๑๙ กันยายน ที่ผ่านมา ที่นับว่าเป็นบาดแผลใหญ่ของการเคลื่อนไหวทั้งองค์รวม ทีมงานได้ใช้ความรอบคอบและอดออมอย่างที่สุด ที่จะไม่เอ่ยถึง วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งก่อนและหลัง ทั้งที่ “รู้อะไรมาบ้าง” และคาดได้ว่าจะเกิดอะไร เนื่องจากการอยู่ร่วมชุมนุมในฐานะพันธมิตรฯ ตลอด ๑๙๓ วัน ประสบการณ์สอนอะไรหลายอย่าง คาดหมายเหตุการณ์บางอย่างได้ และด้วยประสบการณ์สอนว่าจะรู้เลี่ยงหรือปรับรับสถานการณ์อย่างไรไม่ให้อยู่ในฐานะเพลี่ยงพล้ำโดยเฉพาะในทางข่าว ด้วยความนับถืออย่างสูงในน้ำใจของเหล่าพันธมิตรฯ และผู้รักชาติที่ร่วมเหตุการณ์นั้น ขอสดุดีไว้ ณ ที่นี้ หากแต่จำเป็นยิ่งที่ต้องแยกแยะระหว่างพี่น้องผู้ก้าวร่วมด้วยใจบริสุทธิ์ กับ “คนนำ” ซึ่งต้องสงสัยในนัยยะแอบแฝง การข่าวในหลายทางจากแหล่งที่เชื่อถือได้ทั้งก่อนและหลัง กอปรกับพฤติกรรมของจ่อยทั้งในอดีตและปัจจุบัน สอดคล้องต้องกันกับประเด็นที่คุณสุทิน วรรณบวร ออกมาชี้ ...

Read More

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก

ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก ฉากแรกและการสูญเสียดินแดน โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ อีนางหรือมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์ ตำแหน่งของเธอในปัจจุบันคือผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมขององค์กรยูเนสโก เธอได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีปราสาทพระวิหารตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๕๕๐ หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย แต่ที่ชัดเจนมากที่สุดคือเธอมีส่วนสำคัญในการออกความเห็นให้ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๑ ที่เมืองไครส์เซิร์ต ประเทศนิวซีแลนด์ มีมติให้ที่ประชุมเห็นชอบนำเสนอ ปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ที่ควิเบค ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ได้ และนั่นคือที่มาของมติอันอัปยศอดสูที่สุดของคณะกรรมการมรดกโลกสากล มติครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก มีสาระสำคัญอยู่ตรงที่ว่า กัมพูชาจะต้องส่งแผนพัฒนาบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขึ้นทะเบียนให้ตรงเวลา และที่สำคัญที่สุดจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากประเทศไทย ...

Read More

เสวนา คณะกรรมการมรดกโลกชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา - ส่งหนังสือร้องยูเอ็นฯ สอบยูเนสโก

เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ และภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร จัดเสวนาในหัวข้อ “คณะกรรมการมรดกโลก : ชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ พร้อมกันนี้ ภาคีเครือข่ายฯ โดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เป็นตัวแทนประชาชนผู้ลงนาม ยื่นหนังสือร้องเรียนยูเนสโกไปยังยูเอ็นผ่านประธานรัฐสภา ผ่าน ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน ฐานะประธานคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ และคณะ ๔๐ ส.ว. หลังประธานการจัดงานฯ นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวเปิดงานเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มการบรรยายโดยวิทยากร นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหาร โดย ...

Read More

ภาคีฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ประธานรัฐสภา ยกเลิกมติฯ รับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา “ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร” นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จี้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ ซึ่งมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยทักษิณ ชินวัตร  เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทฉบับดังกล่าว กล่าวคือ มติฉบับดังกล่าวเป็นการยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ โดยปริยาย ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน นอกจากนี้ยังจี้ให้รัฐบาลและรัฐสภายกเลิกเพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ ...

Read More

ภาคีฯ แถลงข่าวกรณีไทยรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา

เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขาพระวิหาร เปิดแถลงข่าว ณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประเด็น “แผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐” ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นับเนื่องต่อมากระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี ๒๕๕๒ ได้ยอมรับแผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา ทั้งโดยปริยายและโดยจงใจปกปิดซุกซ่อน (และ/หรือความชุ่ยชิบของกระทรวงการต่างประเทศ) โดยรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันสมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติเห็นชอบ  “กรอบการเจรจาสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้” ด้วยคะแนน ๔๐๙ ...

Read More

ภาคีฯ ยื่นอุทธรณ์ฎีกา คดีฟ้องขับไล่ฮุน เซน (แฟ้มภาพพร้อมคำฟ้อง-อุทธรณ์)

วันนี้ (๑ ตุลาคม) ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายวีรา ชัยฤทธิไชย ทนาย และภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นายมนตรี ลิมปพยอม พร้อมคณะเเข้ายื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรง ในคดีหมายเลขดำที่ ๕๓๑๗/๒๕๕๒ ซึ่งนายมนตรี ลิมปพยอม กับพวกรวม ๙ คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน กับพวกรวม ๓ คน ในฐานความผิดละเมิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ บุกรุก ขับไล่ เพิกถอนนิติกรรม ซึ่งภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๕๒๓๔/๒๕๕๒ ในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงครั้งนี้ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของศาลแพ่ง ด้วยเหตุที่ มีประเด็นอันเป็นสาระสำคัญแห่งคดีที่สมควรได้รับการวินิจฉัยมีคำสั่งและคำพิพากษาของศาล เป็นกรณีที่มีเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ดังนี้ ...

Read More

คลิปเสียงอภิปราย ข้อเท็จจริงแผ่นดินเขาพระวิหารฯ ๔.๖ ตร.กม. - ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล

ฟิฟทีนมูฟ -  นำเสนอการอภิปรายในการสัมมนาแสวงหาความจริงแผ่นดินเขาพระวิหารฯ ภาคเช้า ในประเด็น “ข้อเท็จจริงแผ่นดินเขาพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ กรกฎาคม ๒๕๐๕-๒๕๕๒” โดย ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง  สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ นายไพบูลย์  นิติตะวัน  สมาชิกวุฒิสภา  และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ  ดำเนินรายการโดย นายคำนูณ สิทธิสมาน  สมาชิกวุฒิสภา             ในการอภิปราย ศ.ดร.สมปอง ได้ให้ข้อมูลในหลายประเด็นในแง่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ตลอดไปจนถึงทางออกหรือท่าที สิ่งพึงปฏิบัติของรับบาลไทยในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน และนี่เป็นปากคำของหนึ่งในคณะทนายเมื่อครั้งสู้ความในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในครั้งนั้น รับฟังคลิปเสียงการอภิปรายและถอดความ (เฉพาะช่วงต้น) ด่านล่าง [podcast]http://www.15thmove.net/files/2009/09/sompong-viharn-siminar-siamcity-22sept52-2.mp3[/podcast] การถอดความบางส่วนจากการอภิปราย ...

Read More

ที่มาร้านค้าเขมรบนเขาพระวิหาร

มีการพูดถึงอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งข้อพิพาทรุกล้ำอธิปไตย กรณีร้านค้าและตลาดของชาวเขมรบนพื้นที่เขาพระวิหาร ทั้งข้อเรียกร้องของภาคีเครือข่ายฯ และองค์กรอื่น เช่น พันธมิตรฯ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผลักดันราษฎรชาวเขมรที่ปลูกบ้านเรือนและร้านค้าออกจากพื้นที่ พร้อมการถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายตามข้อตกลงชั่วคราว คำถามที่อาจเป็นข้อสงสัยของใครหลายคน คือ แล้วตลาดแห่งนี้มาอยู่บนพื้นที่นี้ได้อย่างไร มาตอนไหน และทำไมรุกล้ำอยู่บน “แผ่นดินไทย” รายการคนในข่าว เอเอสทีวี นิวส์วัน เมื่อคืนวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒ โดยคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ เหตุเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่ร้านค้าตั้งอยู่รายรอบตัวปราสาท ต่อมาทางการไทยเองที่ร่วมกันขยับลงมาเรื่อย ๆ กระทั่งถึงที่ตั้งปัจจุบัน ในเขตอุทยานเขาพระวิหารของไทย และเมื่อเร็ว ๆ นี้ การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา (ตามข่าว) ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ร้านค้า ซึ่งกัมพูชากำลังเร่งปลูกสร้างใหม่ ชมวีดิโออธิบายความเป็นมาของร้านค้าชาวเขมร พร้อมแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ...

Read More

ภาคีฯ เคลื่อนค้านร่างข้อตกลงชั่วคราวและเร่งรัฐปกป้องอธิปไตย

ภาคีเครือข่ายฯ เคลื่อนไหวให้รัฐบาลระงับยับยั้งการนำร่างข้อตกลงชั่วคราวกับกัมพูชา ซึ่งซ่อนนัยยะเอื้อให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้โดยสมบูรณ์ เข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ทั้งเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลและกองทัพถอนกำลังออกจากพื้นที่เขาพระวิหาร และให้ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในช่วงสาย วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ประกอบด้วย การเคลื่อนไหวในส่วนของนักวิชาการ ภาคีฯ ยื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม การเคลื่อนไหวส่วนประชาชนรวมตัวเรียกร้องที่หน้ารัฐสภา เคลื่อนตัวยื่นหนังสือข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล และต่อกองทัพบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก เลือกชมภาพจากทั้งหมด ๓๙ ภาพ โดยคลิกที่รูปขนาดย่อด้านล่าง [gallery link="file"] ดาวน์โหลดภาพ เลือกดาวน์โหลดเฉพาะบางภาพ ดาวน์โหลดภาพทั้งหมดในคราวเดียว (ไฟล์ .rar -๔.๑๑ MB) ข่าวเกี่ยวเนื่อง สมัชชา กทม.บุกทำเนียบค้านถอนกำลังออกจากเขาพระวิหาร

Read More

เงื่อนปมคดีปราสาทพระวิหาร : บทความล่าสุดจาก ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (คนไทยควรอ่านหลายๆ รอบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน)

ปราสาทพระวิหาร ข้อขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารเป็นปัญหาเก่าแก่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกว่ากึ่งศตวรรษ บัดนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวมาถกเถียงกันอีกและมีการเขียนบทความต่างๆ มากมายรวมทั้งข้อเขียนของข้าพเจ้าเรื่องคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ซึ่งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชารวมทั้งคำคัดค้านของไทยและข้อสงวนซึ่งไทยตั้งไว้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กระนั้น ข้อเขียนของข้าพเจ้ายังถูกตีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้อ่านมิได้อ่านอย่างละเอียด ละเลย หรือหลงลืมบางข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ข้าพเจ้าจึงขอสรุปอีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้ คดีปราสาทพระวิหาร ไทย – กัมพูชา พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ กัมพูชาเป็นโจทก์ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเพื่อฟ้องไทยเป็นจำเลย ขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่นั้นอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้พิจารณาพิพากษาดังนี้ (๑) ด้วยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ศาลฯ วินิจฉัยว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ...

Read More

ย้อนท่าทีและจุดยืน ‘กษิต ภิรมย์’ ก่อนเป็น รมว. การต่างประเทศ

“กษิต ภิรมย์” นักการทูต โดยท่าทีและจุดยืนเมื่อครั้งเป็นวิทยากรผู้ปราศรัยฝีปาก “กร้าว-กล้า” บนเวทีพันธมิตรฯ ระหว่างการชุมนุมยืดยื้อ ๑๙๓ วัน นั้น อาจจะอนุมานได้ว่า น่าจะมีท่าทีและการดำเนินการที่กล้าหาญในการยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ เหนือแผ่นดินเขาพระวิหาร ที่ประทุมาจากกรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก (ภาพประกอบจาก astv manager) แต่ด้วยท่าทีที่แปลกแปร่งไปจากเดิมในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงก่อให้เกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทำไม กษิต ภิรมย์ เปลี่ยนไป?” บางที เขาอาจไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เพียงแต่ถูกฉาบด้วยคำพูดและมายาภาพที่กร้าวกล้า ทำให้ทั้งวิธีคิดและทัศนะถูกละเลย ๑๕th Move ชวนย้อนดู “กษิต ภิรมย์” เมื่อครั้งปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ ...

Read More

คุยนอกทำเนียบ: ‘กษิต ภิรมย์’ ข้อเท็จจริงกรณีปราสาท(เขา)พระวิหาร

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็น “ข้อเท็จจริงกรณีปราสาทเขาพระวิหาร” ในรายการคุยนอกทำเนียบ ช่อง ๑๑  กรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินรายการโดยนายวีระ ธีระภัทร  เมื่อ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ รับชมและดาวน์โหลดคลิปวีดีโอรายการคุยนอกทำเนียบ ‘กษิต ภิรมย์’ ชี้แจงประเด็นเการดำเนินการของรัฐบาลและข้อเท็จจริงกรณี ‘เขาพระวิหาร’  ความยาว ๓๒:๒๗ นาที เป็นส่วนหนึ่งของคลังข้อมูล และ “สื่อรณรงค์เพื่อยุติการเสียดินแดนครั้งที่ ๑๕” โดยฟิฟทีนมูฟ วีดีโอคลิป คลิปเสียง [podcast]http://www.15thmove.net/files/2009/09/noktamneab-kasit-viharn-7sept52-64.mp3[/podcast] หมายเหตุผู้เขียน ...

Read More


// Media, Movement

ภาคีฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ประธานรัฐสภา ยกเลิกมติฯ รับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา “ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร” นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จี้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ ซึ่งมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยทักษิณ ชินวัตร  เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทฉบับดังกล่าว กล่าวคือ มติฉบับดังกล่าวเป็นการยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ โดยปริยาย ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน

นอกจากนี้ยังจี้ให้รัฐบาลและรัฐสภายกเลิกเพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีเจตนารมณ์ยืนยันการใช้แผนแม่บท พ.ศ. ๒๕๔๖ ไว้ ให้รัฐบาลให้ข้อมูลต่อ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องการชี้มูลของ ปปช. และความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้ และให้รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(ฝ่ายไทย) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ไม่กระทำการกีดกันประชาชนออกไปจากเรื่องนี้ และขอให้ตอบข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนที่ทันต่อเหตุการณ์

pachae-letter06

โดยเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ภาคีเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งรัฐบาลจัดเจ้าหน้าที่ระดับล่างรับหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นเวลา ๑๑.๐๐ น. เดินทางยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา ๑ พร้อมแถลงข่าว โดยมี ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน และ นายวีรา ชัยฤทธิ์ไชย ทนายความ ร่วมแถลงข่าว

ไฟล์เสียงการแถลงข่าว ณ ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา

//นำเสนอภายหลัง

===============================
เอกสารเกี่ยวเนื่อง
==========================

ข่าวแจกสื่อมวลชนและประชาชนไทย

วันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ ทำเนียบรัฐบาล และ รัฐสภา

วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ประชาชนไทยได้รับทราบข้อมูล เรื่องรัฐสภาได้ให้การรับรองกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดจนแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ ที่เสนอโดยรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนว่า ในเอกสารประกอบการพิจารณาครั้งนั้น ได้กำหนดให้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ของกรรมการฝรั่งเศสแต่ผู้เดียว ในคณะกรรมการปักปันเขคแดนร่วมไทย-ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายจัดทำ อันขัดต่อสิทธิต่างๆ ที่บัญญัติในข้อสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ๑๙๐๗ เช่น เรื่องให้ถือเส้นเขตแดนตามหลักสันปันน้ำ เป็นต้น

เรื่องสำคัญคือ ไทยไม่เคยยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

และไม่ปรากฎในเอกสารลายลักษณ์อักษรใด ทั้งในการรับรู้ของประชาชน และในเอกสารการดำเนินการหรือปฏิบัติราชการใดๆ ของประเทศไทย ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ (อย่างน้อย พรฎ. ว่าด้วยการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้เป็นหลักอ้างได้ ถึงเรื่องความโปร่งใส และการตรวจสอบ) ว่าได้ยอมรับและดำเนินการตามแผนที่ฝรั่งเศสฉบับดังกล่าวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนที่ปฏิบัติการทางทหารที่ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาเองได้ใช้ในการปฏิบัติงานชายแดน ณ บริเวณปราสาทพระวิหาร จนเกิดกรณีปัญหาการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในชื่อแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ จึงทำให้มีการตรวจสอบเรื่องหน่วยงานรัฐดำเนินการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ขึ้น และพบการใช้อำนาจแทนประชาชนในทางที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยอย่างชัดแจ้ง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยชองประชาชน และละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ภาระสำคัญในวันนี้คือ ประชาชนไทยมายื่นหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และ ถึง ฯพณฯประธานรัฐสภา ที่ รัฐสภา เพื่อขอให้

     ๑. ยกเลิก เพิกถอน มติรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ อันมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทนี้

     ๒. ยกเลิก เพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีเจตนารมณ์ยืนยันการใช้แผนแม่บท พ.ศ. ๒๕๔๖ ไว้

     ๓. ขอเรียกร้องผ่านสื่อสาธารณะให้รัฐบาลให้ข้อมูลต่อ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องการชี้มูลของ ปปช. และความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้

     ๔. ขอเรียกร้องผ่านสื่อสาธารณะ ให้รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(ฝ่ายไทย) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ไม่กระทำการกีดกันประชาชนออกไปจากเรื่องนี้ และขอให้ตอบข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนที่ทันต่อเหตุการณ์

ด้วยความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองและประโยชน์ของชาติ

ประชาชนไทย และ
ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร

( กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย , ชมรมใจภักดิ์รักไทย, ป.ป.ช.ภาคประชาชน, เครือข่ายปัญญาสยาม, ชมรมร่วมใจไทยกู้ชาติ, กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน, ขบวนประชาธิปไตยยาตรา Democracy Move, เครือข่ายพันธมิตรอุดรธานี, ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย, สมาชิกเครือข่ายวิทยุชุมชน ๗ ภูมิภาค, สมาคมเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน(ค.อสช.), สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สxส), ชมรมแท็กซี่พันธมิตร, กลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย, กลุ่มพิทักษ์ราชันย์และแผ่นดินสยาม, เครือข่ายพันธมิตรประจวบคีรีขันธ์, ชมรมศรีสะเกษรักในหลวงหวงแผ่นดิน, เครือข่ายพลังร่วมพิทักษ์แผ่นดิน, สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) )

———————————————————————-

หนังสือฉบับยื่นนายกรัฐมนตรี (เนื้อหาเดียวกันกับฉบับยื่นประธานรัฐสภา)

                                                                            เขียนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
                                                                            (โทร.๐๒-๖๑๓๓๒๐๑-๕ ต่อ ๒๑)

                                           วันที่  ๑๒  ตุลาคม ๒๕๕๒

เรื่อง    ขอให้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้  และการรับรองยืนยัน Terms of Reference and Master Plan for The Joint Survey and Demarcation of Land Boundary between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia 2003

    ขอให้ถอนร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ  ซึ่งอยู่ในเรื่อง บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑   ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ    ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ออกจากระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภา     และระงับกระบวนการพิจารณาใดๆ อันมีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย

ประทานกราบเรียน    ฯพณฯ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย        รายชื่อ-ที่อยู่ และเอกสารของภาคประชาชน

     ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีคนที่ ๑  ได้มีมติเห็นชอบให้ผ่านกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา เมื่อวันที่  ๒๘  ตุลาคม ๒๕๕๑  เพื่อเป็นระเบียบ กฏเกณฑ์ และกฏหมายบังคับใช้ ดังความแจ้งอยู่แล้วนั้น

     ข้าพเจ้า หม่อมหลวงวัลย์วิภา  จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์  และผู้มีรายชื่อพร้อมที่อยู่ท้ายหนังสือนี้

     ในฐานะปวงชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง เป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยสมบูรณ์ทุกประการ

     ด้วยความเคารพ ขอประทานโอกาสเรียนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดังต่อ ไปนี้

   ๑.     มติรัฐสภา  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้    เป็นมติอันมิชอบด้วยกฎหมายโดยประการต่างๆ มิได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม  มีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย  ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน  มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ
    ๒.    เมื่อมติรัฐสภา  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้  ดังกล่าว มิชอบด้วยกฏหมายและต้องบทบัญญัติมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญฯ การนำเสนอร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ   ซึ่งรวมอยู่ในเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ  ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑      ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ  ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ดังกล่าว    เข้าสู่ระเบียบ วาระ การประชุมของรัฐสภา  เพื่อตราเป็นกฏหมายบังคับใช้ จึงเป็นการอันมิชอบด้วยกฏหมายเช่นกัน  เป็นการอันเสียเปล่ามาแต่ต้น

      ด้วยเหตุดังได้ประทานกราบเรียนมาเป็นลำดับ จึงประทานเสนอด้วยความเคารพ เพื่อได้โปรดพิจารณา  มีบัญชาให้ดำเนินการ ยกเลิก เพิกถอน มติรัฐสภาวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบเรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ    เรื่องดังกล่าวเสีย  และได้โปรดมีบัญชาให้ถอน ร่างข้อตกลงฯ และบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม   ไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑         ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ      ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ดังกล่าว ออกจากกระบวนพิจารณาของรัฐสภาเสียเป็นการด่วน

     ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของปวงชนชาวไทย  ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

                                                                  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

                                                       (หม่อมหลวงวัลย์วิภา  จรูญโรจน์  บุรุษรัตนพันธุ์)
                                                        และ ประชาชนไทย ผู้มีรายชื่อและที่อยู่ท้ายหนังสือนี้

 

หมายเหตุ: การจัดรูปแบบการจัดหน้าหนังสือมีการดัดแปลงตามรูปแบบของเว็บไซต์

===============================
ข่าว/บทความเกี่ยวเนื่อง

บทความโดย มะเน ตีพิมพ์เมื่อ 16 Oct 09 - 12:11 น. Index: | พิมพ์บทความนี้
เกี่ยวกับผู้เขียน สิ่งมีชีวิตเขตร้อน - 'เวลา' มีน้อยใช้สอยประหยัด |

งดรับความเห็น...