ภาคีฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ประธานรัฐสภา ยกเลิกมติฯ รับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา “ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร” นำโดย ม.ล. วัลย์วิภา จรูญโรจน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จี้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ ซึ่งมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยทักษิณ ชินวัตร  เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทฉบับดังกล่าว กล่าวคือ มติฉบับดังกล่าวเป็นการยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ โดยปริยาย ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน

นอกจากนี้ยังจี้ให้รัฐบาลและรัฐสภายกเลิกเพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีเจตนารมณ์ยืนยันการใช้แผนแม่บท พ.ศ. ๒๕๔๖ ไว้ ให้รัฐบาลให้ข้อมูลต่อ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องการชี้มูลของ ปปช. และความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้ และให้รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(ฝ่ายไทย) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ไม่กระทำการกีดกันประชาชนออกไปจากเรื่องนี้ และขอให้ตอบข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนที่ทันต่อเหตุการณ์

pachae-letter06

โดยเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ภาคีเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งรัฐบาลจัดเจ้าหน้าที่ระดับล่างรับหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นเวลา ๑๑.๐๐ น. เดินทางยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา ๑ พร้อมแถลงข่าว โดยมี ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน และ นายวีรา ชัยฤทธิ์ไชย ทนายความ ร่วมแถลงข่าว

ไฟล์เสียงการแถลงข่าว ณ ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา

//นำเสนอภายหลัง

===============================
เอกสารเกี่ยวเนื่อง
==========================

ข่าวแจกสื่อมวลชนและประชาชนไทย

วันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ ทำเนียบรัฐบาล และ รัฐสภา

วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ประชาชนไทยได้รับทราบข้อมูล เรื่องรัฐสภาได้ให้การรับรองกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดจนแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ ที่เสนอโดยรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนว่า ในเอกสารประกอบการพิจารณาครั้งนั้น ได้กำหนดให้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ของกรรมการฝรั่งเศสแต่ผู้เดียว ในคณะกรรมการปักปันเขคแดนร่วมไทย-ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายจัดทำ อันขัดต่อสิทธิต่างๆ ที่บัญญัติในข้อสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ๑๙๐๗ เช่น เรื่องให้ถือเส้นเขตแดนตามหลักสันปันน้ำ เป็นต้น

เรื่องสำคัญคือ ไทยไม่เคยยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐

และไม่ปรากฎในเอกสารลายลักษณ์อักษรใด ทั้งในการรับรู้ของประชาชน และในเอกสารการดำเนินการหรือปฏิบัติราชการใดๆ ของประเทศไทย ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ (อย่างน้อย พรฎ. ว่าด้วยการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้เป็นหลักอ้างได้ ถึงเรื่องความโปร่งใส และการตรวจสอบ) ว่าได้ยอมรับและดำเนินการตามแผนที่ฝรั่งเศสฉบับดังกล่าวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนที่ปฏิบัติการทางทหารที่ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาเองได้ใช้ในการปฏิบัติงานชายแดน ณ บริเวณปราสาทพระวิหาร จนเกิดกรณีปัญหาการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในชื่อแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ จึงทำให้มีการตรวจสอบเรื่องหน่วยงานรัฐดำเนินการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ขึ้น และพบการใช้อำนาจแทนประชาชนในทางที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยอย่างชัดแจ้ง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยชองประชาชน และละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ภาระสำคัญในวันนี้คือ ประชาชนไทยมายื่นหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และ ถึง ฯพณฯประธานรัฐสภา ที่ รัฐสภา เพื่อขอให้

     ๑. ยกเลิก เพิกถอน มติรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รับรองกรอบการเจรจาฯ อันมีแผนแม่บทที่ทำไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เรื่องการใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ต่อเรื่องเขตแดนและสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการกระทำที่เป็นผลและก่อนหน้าแผนแม่บทนี้

     ๒. ยกเลิก เพิกถอน การพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ๓ ฉบับ ที่ได้บรรจุร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีเจตนารมณ์ยืนยันการใช้แผนแม่บท พ.ศ. ๒๕๔๖ ไว้

     ๓. ขอเรียกร้องผ่านสื่อสาธารณะให้รัฐบาลให้ข้อมูลต่อ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องการชี้มูลของ ปปช. และความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้

     ๔. ขอเรียกร้องผ่านสื่อสาธารณะ ให้รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(ฝ่ายไทย) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ไม่กระทำการกีดกันประชาชนออกไปจากเรื่องนี้ และขอให้ตอบข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนที่ทันต่อเหตุการณ์

ด้วยความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองและประโยชน์ของชาติ

ประชาชนไทย และ
ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร

( กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย , ชมรมใจภักดิ์รักไทย, ป.ป.ช.ภาคประชาชน, เครือข่ายปัญญาสยาม, ชมรมร่วมใจไทยกู้ชาติ, กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน, ขบวนประชาธิปไตยยาตรา Democracy Move, เครือข่ายพันธมิตรอุดรธานี, ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย, สมาชิกเครือข่ายวิทยุชุมชน ๗ ภูมิภาค, สมาคมเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน(ค.อสช.), สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สxส), ชมรมแท็กซี่พันธมิตร, กลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย, กลุ่มพิทักษ์ราชันย์และแผ่นดินสยาม, เครือข่ายพันธมิตรประจวบคีรีขันธ์, ชมรมศรีสะเกษรักในหลวงหวงแผ่นดิน, เครือข่ายพลังร่วมพิทักษ์แผ่นดิน, สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) )

———————————————————————-

หนังสือฉบับยื่นนายกรัฐมนตรี (เนื้อหาเดียวกันกับฉบับยื่นประธานรัฐสภา)

                                                                            เขียนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
                                                                            (โทร.๐๒-๖๑๓๓๒๐๑-๕ ต่อ ๒๑)

                                           วันที่  ๑๒  ตุลาคม ๒๕๕๒

เรื่อง    ขอให้ยกเลิกเพิกถอนมติรัฐสภาวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้  และการรับรองยืนยัน Terms of Reference and Master Plan for The Joint Survey and Demarcation of Land Boundary between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia 2003

    ขอให้ถอนร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ  ซึ่งอยู่ในเรื่อง บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑   ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ    ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ออกจากระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภา     และระงับกระบวนการพิจารณาใดๆ อันมีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย

ประทานกราบเรียน    ฯพณฯ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย        รายชื่อ-ที่อยู่ และเอกสารของภาคประชาชน

     ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีคนที่ ๑  ได้มีมติเห็นชอบให้ผ่านกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา เมื่อวันที่  ๒๘  ตุลาคม ๒๕๕๑  เพื่อเป็นระเบียบ กฏเกณฑ์ และกฏหมายบังคับใช้ ดังความแจ้งอยู่แล้วนั้น

     ข้าพเจ้า หม่อมหลวงวัลย์วิภา  จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์  และผู้มีรายชื่อพร้อมที่อยู่ท้ายหนังสือนี้

     ในฐานะปวงชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง เป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยสมบูรณ์ทุกประการ

     ด้วยความเคารพ ขอประทานโอกาสเรียนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดังต่อ ไปนี้

   ๑.     มติรัฐสภา  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้    เป็นมติอันมิชอบด้วยกฎหมายโดยประการต่างๆ มิได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม  มีผลเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย  ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน  มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ
    ๒.    เมื่อมติรัฐสภา  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้  ดังกล่าว มิชอบด้วยกฏหมายและต้องบทบัญญัติมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญฯ การนำเสนอร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ   ซึ่งรวมอยู่ในเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ  ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑      ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ  ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ดังกล่าว    เข้าสู่ระเบียบ วาระ การประชุมของรัฐสภา  เพื่อตราเป็นกฏหมายบังคับใช้ จึงเป็นการอันมิชอบด้วยกฏหมายเช่นกัน  เป็นการอันเสียเปล่ามาแต่ต้น

      ด้วยเหตุดังได้ประทานกราบเรียนมาเป็นลำดับ จึงประทานเสนอด้วยความเคารพ เพื่อได้โปรดพิจารณา  มีบัญชาให้ดำเนินการ ยกเลิก เพิกถอน มติรัฐสภาวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบเรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา และ กลไกอื่นๆ    เรื่องดังกล่าวเสีย  และได้โปรดมีบัญชาให้ถอน ร่างข้อตกลงฯ และบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม   ไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ ( ก.  ฉบับวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑         ข.  ฉบับวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒   และ      ค.  ฉบับวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ )  ตามหนังสือที่ นร. ๐๕๐๓/๑๑๕๖๔  ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ดังกล่าว ออกจากกระบวนพิจารณาของรัฐสภาเสียเป็นการด่วน

     ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของปวงชนชาวไทย  ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

                                                                  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

                                                       (หม่อมหลวงวัลย์วิภา  จรูญโรจน์  บุรุษรัตนพันธุ์)
                                                        และ ประชาชนไทย ผู้มีรายชื่อและที่อยู่ท้ายหนังสือนี้

 

หมายเหตุ: การจัดรูปแบบการจัดหน้าหนังสือมีการดัดแปลงตามรูปแบบของเว็บไซต์

===============================
ข่าว/บทความเกี่ยวเนื่อง

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.