บทความ ๔.๖ ย้อนประวัติเปิด-ปิดการท่องเที่ยวปราสาทพระวิหาร (๑)

พิธีเปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่  ๖ มีนาคม  ๒๕๓๕  ตามข้อตกลงระหว่างร้อยตรีสมจิตต์ จุลพงษ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายซุก  ซัมเฮง  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร  โดยมีนายอนันต์  อนันตกูล  ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดที่ผามออีแดง (ภาพจากแหล่งข่าว)ฟิฟทีนมูฟ — ความขรุขระของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-เขมร มีเรื่องยาวย้อนไปนับแต่ยุคอดีต บทความชุด “๔.๖” ตอนนี้จะพาย้อนประวัติเปิด-ปิดการท่องเที่ยวปราสาทพระวิหาร ผ่านบันทึกรายงานของสถานีตำรวจภูธรบึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และแหล่งข่าวซึ่งคลุกคลีเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่กว่าสิบปี

ภายหลังที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยกกฎหมายปิดปากของอังกฤษขึ้นเป็นข้ออ้างยกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดแนวเขตปราสาทฯ ในปีเดียวกัน ปราสาทพระวิหาร ณ ขณะนั้นไม่ได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว กระทั่งระหว่าง พ.ศ.๒๕๑๓-๑๕๑๘ ในสมัยรัฐบาลนายพลลอน นอล ของกัมพูชา สองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง และเปิดให้เที่ยวชมปราสาทอย่างเป็นทางการ แต่นับจาก พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๓๔ การเที่ยวชมถูกปิดเนื่องจากสงครามกลางเมืองในประเทศกัมพูชา

ล่วงถึง พ.ศ.๒๕๓๕ รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ร่วมกับรัฐบาลนายฮุน เซน ได้เปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๕ ตามข้อตกลงระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกับผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร ในขณะนั้น โดยมีพิธีเปิดที่ผามออีแดง ปีต่อมา วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๖ กองกำลังเขมรแดงเข้ายึดปราสาทพระวิหาร ทำให้ถูกปิดลงอีกครั้ง

พิธีเปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่  ๖ มีนาคม  ๒๕๓๕  ตามข้อตกลงระหว่างร้อยตรีสมจิตต์ จุลพงษ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายซุก  ซัมเฮง  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร  โดยมีนายอนันต์  อนันตกูล  ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดที่ผามออีแดง (ภาพจากแหล่งข่าว) พิธีเปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่  ๖ มีนาคม  ๒๕๓๕  ตามข้อตกลงระหว่างร้อยตรีสมจิตต์ จุลพงษ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายซุก  ซัมเฮง  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร  โดยมีนายอนันต์  อนันตกูล  ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดที่ผามออีแดง (ภาพจากแหล่งข่าว)
พิธีเปิดเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๕ ตามข้อตกลงระหว่างร้อยตรีสมจิตต์ จุลพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายซุก ซัมเฮง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร โดยมีนายอนันต์ อนันตกูล ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดที่ผามออีแดง (ภาพจากแหล่งข่าว)

เมื่อเหตุการณ์ภายในประเทศกัมพูชาสงบลง กองกำลังเขมรแดงเข้าร่วมกับรัฐบาลพนมเปญ ได้มีความพยายามเปิดปราสาทพระวิหารอีกครั้ง วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๑ กองกำลังสุรนารีร่วมกับภูมิภาคทหารที่ ๔ ของกัมพูชา ทำการย้ายชุมชนชาวกัมพูชา ๗๖ ครอบครัว ๓๕๐ คน จากบริเวณรอบตัวปราสาทลงมาอยู่หน้าบันไดทางขึ้น จากนั้น วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ปีเดียวกัน พล.ต.วิวัตน์ สาตรักษ์ ผบ.กกล.สุรนารี กับ พล.ต.สเร็ย ดึ๊ก ผบ.กองกำลังฝ่ายพรรคประชาชนกัมพูชา เจรจาตกลงเปิดจุดผ่านแดนที่เขาพระวิหาร อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นเที่ยวชม นำไปสู่การเปิดอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ ๑ สิงหาคม ปีเดียวกัน พร้อมย้ายตลาด ร้านค้าจากทางเดินหินระหว่างโคปุระที่ ๑ กับโคปุระที่ ๒

วันที่ ๑๘-๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๔ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และฮุน เซน ได้ตกลงในหลักการที่จะพัฒนาปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน จากนั้น วันที่ ๑๕ ธันวาคม ฝ่ายทหารไทยได้สั่งปิดปราสาทฯ อีกครั้ง เนื่องจากปัญหาน้ำเสียและต้องการให้มีการย้ายตลาด ชุมชน หน้าบันไดออกไป ต่อมาในการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา ที่เมืองเสียมราฐ และจ.อุบลราชธานี มีมติเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวปราสาทพระวิหารและให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมมือพัฒนาเขาพระวิหาร ต่อมาได้มีพิธีเปิดบริเวณพลาญหินสุดถนนลาดยาง โดยฝ่ายกัมพูชาเขียนป้ายว่าพิธีเปิดเขาพระวิหารและช่องตาเฒ่า มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น กับนายฮอ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ร่วมเป็นประธาน

จากความขัดแย้งกรณีตลาด ชุมชนกัมพูชาหน้าบันไดทางขึ้นปราสาทฯ นำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่ โดยระหว่างวันที่ ๑๑-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๘ สองฝ่ายเพิ่มเติมกำลังและปิดปราสาทพระวิหารช่วงสั้น ๆ และเปิดอีกครั้งในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ปีเดียวกัน หลังกองกำลังสุรนารีเจรจากับภูมิภาคทหารที่ ๔ ของกัมพูชา ได้ข้อยุติให้นำเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง

การเจรจาเพื่อเปิดปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่บริเวณศาลาใกล้กับสระสรง (โคปุระที่ ๒) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ นายอำเภอกันทรลักษ์ พ.ท. ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พล.ต.ต.เชิด ชูเวช ผบก.ศกการเจรจาเพื่อเปิดปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่บริเวณศาลาใกล้กับสระสรง (โคปุระที่ ๒) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ นายอำเภอกันทรลักษ์ พ.ท. ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พล.ต.ต.เชิด ชูเวช ผบก.ศก
การเจรจาเพื่อเปิดปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่บริเวณศาลาใกล้กับสระสรง (โคปุระที่ ๒) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ นายอำเภอกันทรลักษ์ พ.ท. ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พล.ต.ต.เชิด ชูเวช ผบก.ศก การเจรจาเพื่อเปิดปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่บริเวณศาลาใกล้กับสระสรง (โคปุระที่ ๒) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ นายอำเภอกันทรลักษ์ พ.ท. ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พล.ต.ต.เชิด ชูเวช ผบก.ศก
การเจรจาเพื่อเปิดปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่บริเวณศาลาใกล้กับสระสรง (โคปุระที่ ๒) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายถนอม ส่งเสริม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ นายอำเภอกันทรลักษ์ พ.ท. ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พล.ต.ต.เชิด ชูเวช ผบก.ศก และฝ่ายทหารจา กกล.สุรนารี

เดือนมกราคม ๒๕๔๘ กัมพูชาเสนอขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ศูนย์มรดกโลกขอให้กัมพูชายื่นเอกสารประกอบใหม่ จึงได้ยื่นอีกครั้งในเดือนมกราคม ปีถัดมา ซึ่งยูเนสโกได้ขอให้ ICOMOS ประเมินคุณค่าและนำเข้าพิจารณาในคราวการประชุมครั้งที่ ๓๑ ที่เมืองไครสท์เชิร์ช พ.ศ.๒๕๕๐ ระหว่างนั้น ไทยกับกัมพูชามีความตึงเครียดส่งหนังสือประท้วงตอบโต้กันหลายฉบับ แต่การท่องเที่ยวที่ปราสาทพระวิหารยังคงดำเนินเป็นปกติ กระทั่งปลายมิถุนายน ๒๕๕๑ ก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ได้มีการเดินธรรมยาตราไปยังเขาพระวิหาร จนมีความตึงเครียดอย่างหนักในพื้นที่ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ปีนั้น กัมพูชาตรึงกำลังบนพื้นที่ปราสาทพระวิหารและนำกุญแจคล้องประตูเหล็กข้ามห้วยตานี ไม่อนุญาตนักท่องเที่ยวขึ้นยังปราสาทฯ การชุมนุมในพื้นที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระหว่างนั้น  จนวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยประชุมที่ ๓๒ ที่เมืองควิเบก ได้มีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ กลุ่มธรรมยาตราได้มุดประตูเหล็กข้ามห้วยตานี จนถูกทหารกัมพูชาจับตัว เป็นผลให้ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ (ยศในขณะนั้น) ผบ.กกล.สุรนารี นำกำลังเข้าช่วยเหลือ

นับจากนั้นไทยประจำการทหารจำนวนหนึ่งที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ มีการปะทะย่อยกันหลายครั้ง กระทั่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทำความตกลงกับนายฮุน เซน ปรับกำลังทหารออกจากวัดแก้วฯ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ต่อมามีการขึ้นป้ายประจานทหารไทยรุกรานที่กองหินใกล้วัดแก้วฯ เป็นผลลุกลามจนนำไปสู่การปะทะเมื่อ ๔-๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นับตั้งแต่ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ เป็นต้นมา การท่องเที่ยวปราสาทพระวิหารจากฝั่งไทยถูกปิดตายมาจนถึงปัจจุบัน

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website