ฟิฟทีนมูฟ – ซรัย ดึ๊ก เผยสถานการณ์เผชิญหลายแห่งด้านพระวิหารคลี่คลายลงหลังไทยมีนายกฯ ใหม่ บางที่นั่งด้วยกัน บางทีทานอาหารร่วม เพื่อสร้างความไว้วางใจ ระบุไทยลดกำลังทหารในบางจุด ส่วนที่ปราสาทตาเมือนธม ทหารเขมรเผย ไปคุยเล่นและทำงานที่ปราสาทฯ ได้ สถานการณ์ผ่อนคลายแต่ยังไม่วางใจกัน
วิทยุเอเชียเสรี (๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔) รายงานอ้างการเปิดเผยของทหารกัมพูชาประจำชายแดนด้านติดกับไทย ระบุว่า สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างทหารไทย-เขมร ตามพื้นที่ชายแดนหลายแห่งใน จ.พระวิหาร และ จ.อุดรมีชัย ที่เคยมีความตึงเครียดอย่างหนักจากความขัดแย้งพรมแดนในช่วงที่ผ่านมา ได้คลี่คลายลงอย่างมากในปัจจุบัน
พล.ท.ซรัย ดึ๊ก1 ผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ ๓ ซึ่งควบคุมกำลังทหารเขมรป้องกันพรมแดนรอบปราสาทพระวิหาร กล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ว่า หลังจากมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีของไทยคนใหม่เป็นต้นมา สถานการณ์เผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเคยมีความตึงเครียดอย่างหนักได้คลี่คลายลงอย่างมาก ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ ปัจจุบันตามแนวตะเข็บชายแดนบางจุด ไทยได้ปรับลดทหารลงจำนวนหนึ่ง และกัมพูชาก็ได้ปรับลดด้วยเช่นกัน ทำให้สถานการณ์เผชิญหน้าทางทหารผ่อนคลายลง และทหารทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น
พล.ท.ซรัย ดึ๊ก กล่าวว่า “บางที่เราสามารถนั่งด้วยกันเพื่อให้ไว้ใจกัน บางที่ก็มีการรับประทานอาหารด้วยกันเพื่อเบี่ยงเบนสภาพความตึงเครียด จากเดิมเราหันอาวุธเข้าหากัน เล็งปืนใหญ่ใส่กัน ถึงตอนนี้ได้คลี่คลายปัญหาอาวุธให้น้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราละทิ้งที่ตั้ง เราปฏิบัติตามคำสั่งของสมเด็จนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เช่นเดียวกับการป้องกันบูรณภาพดินแดน อะไรที่มีคำสั่ง เราก็ต้องเคารพตามคำสั่งของสมเด็จฯ เท่านั้น”
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ฝั่งกัมพูชาด้าน อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ทหารเขมรรายหนึ่งในสังกัดกองพลน้อยที่ ๔๒ ซึ่งประจำการป้องกันชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม เปิดเผยว่า ตั้งแต่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นต้นมา ทหารเขมรสามารถพูดคุยไปมาหากันได้กับทหารไทย ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้า “ตอนนี้ผ่อนคลายกว่าก่อนมาก ทุกวันผมไปที่ปราสาทฯ นั้น ทำงานด้วยกัน คุยเล่นกันทุกวันที่นั่น ในการเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง เราก็รู้ระวังกันเอง เราก็ไม่ไว้ใจมัน มันก็ไม่ไว้ใจเรา”
- ស្រី ឌឹក [↩]




มีเพื่อนบ้านเลือกนายแบบนี้ อย่ามีดีกว่า สันดานเหมือนกัน คบกันได้ ขายชาติทั้งคู่ ปชช.ช่างหัวมัน มีเลือกตั้งไปเพื่ออะไรกัน เป็นคอมมูไปเลยน่าจะเหมาะกว่า
เรียนคุณKeRo ผมไม่ทราบว่าสิ่งที่คุณโพสท์มาณ.ที่นี้มาจากอารมณ์ของคุณหรืออะไร ผมว่าคุณไม่ลำดับว่าอันไหนควรมาก่อนหรืออันไหนควรมาที่หลัง ผมถามคุณว่าคุณรู้จักระบอบคอมมิวนิสท์ดีแค่ไหน แต่สำหรับผมโตมากับระบอบนี้
แค่ประชดน่ะไม่มีอะไรครับ ว่าแต่คุณลำดับให้ผมดูหน่อยซิ ผมยังเด็กโตไม่ทันหรอกสมัยคุณ แต่สมัยนี้คงไม่โหดร้ายเหมือนสมัยคุณมั๊ง อย่างน้อยก็มีห้องการเมืองได้เรียนรู้บ้าง คุณโตที่ไหนหรือครับ ลาว เขมร ญวณ โซเวียต จีน หรือไทย แต่ผมว่าคุณโตที่เขมรมากว่า แย้งก็อธิบายเหตุผลด้วยจะรับฟังไม่ใช่โอ้อวด
สวัสดีครับคุณ KeRo , ผมมิได้มีความประสงค์จะโอ้อวดในตัวกระผม ในทางตรงกันข้ามผมเพียงแต่จะชี้แจงให้คุณทราบว่า การประชดของคุณเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนัก เมื่อดูจากเหตุการณ์ปัจจุบัน “ประเทศนี้ต้องอยู่กันอย่างกลมกลืน” ผมไม่เถียงว่าความคิดของมนุษย์ต้องแตกต่างกัน นั่นคือ”ประชาธิปไตย” ถ้ามนุษย์คิดเหมือนกันหมดจะไม่มีสงครามเกิดขึ้น ผมเรียนตามตรงว่าผมโตในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน(คอมมิวนิสท์) ไม่ใช่เขมรอย่างที่คุณคิด กรุณาอย่าเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้งของความคิดต่างๆ ซึ่งมันจะคิดได้หลายแบบ ทั้งดีและไม่ดี แต่ต้องเอาความเป็นจริงและเหตุผลเป็นที่ตั้ง ผมเพียงแต่โพสท์ความเห็นส่วนตัวของผม ขอเน้นส่วนตัวของผม ท่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ผมเห็นด้วยกับคำพูดของเสื้อแดงอย่างหนึ่งคือ”คิดผิดคิดใหม่ได้” (ผมไม่ใช่เสื้อแดง) “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ชื่อมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่าคือประชาธิปไตย แต่ความเห็นผม ไม่เห็นเป็นประชาธิปไตยตรงไหนเลย