เขมรซื้อรถถัง ๙๔ คัน พร้อมเผชิญหน้าไทยเหตุพิพาทเขตแดน

ฟืฟทีนมูฟ —  รายงานข่าวจากสำนักข่าวเกียวโด วันนี้ (๑๕ กันยายน ๒๕๕๓) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงได้ให้ข้อมูลว่าทางการกัมพูชาได้จัดซื้อรถถังและรถสายพานลำเลียงพลจำนวน ๙๔ คัน จากยุโรปตะวันออกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการทหาร โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ดังกล่าวเปิดเผยว่ารถถังและรถสายเพานลำเลียงพล รวมถึงรถลำเลียงทางการทหารจะถูกส่งมาถึงกัมพูชาในสุดสัปดาห์นี้ โดยจะเทียบท่าที่จังหวัดสีหนุวิวล์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากกรุงพนมเปญ ๒๓๐ กิโลเมตร

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่ายุทธภัณฑ์จำนวน ๙๔ คัน ประกอบด้วยรถถังรุ่น T55 จำนวน ๕๐ คัน รถสายพานลำเลียงพลรุ่น PTR26 จำนวน ๔๐ คัน แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่ารถถังและรถสายพานลำเลียงพลดังกล่าวจัดซื้อมาจากประเทศใด และในราคาเท่าใด

แหล่งข่าวทางการทหารอื่นให้ความเห็นว่ากัมพูชาตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ทางการทหารจากประเทศในยุโรปตะวันออกเนื่องจากทหารของกัมพูชาจำนวนมากได้รับการฝึกจากประเทศในยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะในสหภาพโซเวียตและประเทศซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการซื้อยุทธภัณฑ์ พลโท ชุม สุชาติ (Chhum Socheat) โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่ระบุว่าไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด หลายประเทศกำลังซื้อยุทธภัณฑ์ทางการทหารใหม่เพื่อเสรืมความแข็งแกร่งทางด้านการทหาร สำหรับการดูแลความปลอดภัยภายในประเทศและสำหรับการต่อต้านการก่อการร้าย

รายงานข่าวการซื้อยุทธภัณฑ์ทางทหารเกิดขึ้นพร้อมกับการไปเยื่อนจีนของนายเตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยชุม สุชาติ ระบุว่านายเตีย บันห์ออกเดินทางไปเยื่อนจีนในวันอังคารที่ผ่านมาและจะใช้เวลา ๑ สัปดาห์ เพื่อเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธในประเทศจีน

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กัมพูชากำลังได้รับรถถังและรถสายพานลำเลียงพลร่วมร้อยคันในสัปดาห์หน้าเพื่ออัปเกรดสมรรถทางทหารระหว่างมีกรณีพิพาทเขตแดนกับไทย ข่าวรายงานเพิ่มเติ่มว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองมีการสู้รบเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตหลายครั้งในการพิพาทอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ปีที่แล้วกัมพูชาได้ส่งรถถังจำนวน ๕ คัน เข้าประจำการในพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ไม่ถูกใช้ในการสู้รบ

รัสมีกัมปูเจียซึงเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล อ้างคำกล่าวของนายพลอวุโสในกระทรวงกลาโหมที่ระบุว่า ยุทธภัณฑ์ทางทหารที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้าประกอบด้วย รถถัง T-55 จำนวน ๕๐ คันและรถสายพานลำเลียงพลอีกจำนวน ๔๔ คัน รายงานระบว่ารถถังดังกล่าวมาจากยุโรปตะวันออก

นายกอย เกือง (Koy Kuong) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยืนยันเมื่อวันพุธว่ารถถังจำนวน ๙๔ คัน กำลังอยู่ระหว่างขนส่งมายังกัมพูชา

ขณะที่ Agence France-Presse อ้างแหล่งข่าวหนังสือพิมพ์รัสมีกัมปูเจียเช่นเดียวกัน แต่ให้รายละเอียดที่มากกว่า โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่ากัมพูช่ได้จัดซื้อรถถังและยานยนต์สำหรับการสู้รบจำนวนหนึ่ง และจะมีการขนส่งมายังกัมพูชาเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนี้ โดยนายกอย เกือง กล่าวว่า “เราจะมีมากกว่านี้อีกมาก มากว่า ๙๔ คัน”

เขายังเพิ่มเติมอีกว่า “เราซื้อยุทธภัณฑ์เหล่านี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพเพื่อต่อสู้ปกป้องบูรณภาพเหนือดินแดน และป้องกันการรุกล้ำจากประเทศอื่น” ซึ่งโดยนัยยะที่กล่าวถึงไม่ได้เจาะจงไปยังประเทศใดเลยนอกจากไทยที่มีเหตุพิพาทเขนแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ นายกอย เกือง ไม่ยืนยันค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อยุทธภัณฑ์และประเทศที่จำหน่าย

ตามข้อมูลปี ๒๕๕๓ ของสถาบันนานาชาติสำหรับการศึกษายุทธศาสตร์ (International Institute of of Strategic Studies)  กรุงลอนดอน กัมพูชามีทหารบก ๑๒๔,๓๐๐ คน  เปรียบเทียบกับไทยที่มีกำลังทหารบกที่แข็งแกร่งและทหารอากาศที่มีอุปกรณ์เพียบพร้อม ๓๐๐,๐๐๐ คน กัมพูชามีกำลังรบน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน  เป็นสถานการณ์ซึ่งกัมพูชาพยายามที่จะปรับปรุงขีดความสามารถอันเนื่องจากเหตุพิพาทเขตแดน

ส่วนท้ายของข่าวเป็นประโยคท่องจำของสำนักข่าวต่างประเทศ ที่ต้องมีสร้อยพ่วงท้ายว่า ประเทศไทยกับกัมพูชาเข้าสู่ภาวะเผชิญหน้าทางทหารหลังการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ศาลโลกได้พิพากษาเมื่อปี ๒๕๐๕ (๑๙๖๒) ว่าปราสาทเป็นของกัมพูชาแม้ว่าทางขึ้นจะอยู่ในฝั่งไทย และเขตแดนไทย-กัมพูชาไม่ได้ปักปันให้แล้วเสร็จส่วนหนึ่งเนื่องจากปัญหากับระเบิดที่ถูกทิ้งไว้นานหลายทศวรรษหลังสงครามในกัมพูชา

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website