ย้ำ! ไทยถอนกำลังรบหลักพ้นเขาพระวิหาร

รถถังของกองทัพไทยที่ถูกส่งประจำการพื้นที่เขาพระวิหารเมื่อต้นปี ๒๕๕๔ฟิฟทีนมูฟ — หลังมีข่าวไทยลอบถอนทหารออกจากเขาพระวิหาร ผบ.ทบ.-แม่ทัพภาค ไปคนละทาง คนหนึ่งบอกสับเปลี่ยนกำลัง อีกคนบอกปรับย้ายกำลัง ขณะแหล่งข่าวย้ำเป็นการถอนอัตรากำลังรบพร้อมอาวุธหนักทั้งหมดออกจากพื้นที่ คงเหลือแค่อัตรากำลังปกติ เนื่องจากหมดงบฯ ดูแลและสถานการณ์ชายแดนเปลี่ยน

หลังแหล่งข่าวในพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหารของฟิฟทีนมูฟ รายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔ สองวันให้หลังการเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหน้าฉาก โดยมีพิธีส่งทหารที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๒๔ ซึ่งอยู่ติดกับกรมทหารพรานที่ ๒๓ บ้านน้ำเย็น อ.กันทรลักษ์ และเมื่อเวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ได้มีการขนรถถังใหญ่ออกจากพื้นที่กลับไปยังหน่วยที่ตั้งเดิม

สองคนพูดไม่ตรงกัน ‘เพื่อนเยิ้ม’ บอก “สับเปลี่ยนกำลัง” ส่วน ‘เพื่อนรสอร่อย’ บอก “ปรับย้ายกำลัง”

พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ ๒วานนี้ (๑๘ กันยายน) สถานการณ์ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ยังไม่มีการปรับหรือถอนกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย ออกจากแนวชายแดนเขาพระวิหาร ส่วนที่ว่ามีการถอนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ออกจากพื้นที่นั้น เป็นเพียงการสับเปลี่ยนกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่เท่านั้น ไม่ได้มีการถอนกำลังหรืออาวุธออกจากพื้นที่แนวชายแดน ทั้งนี้ คำสั่งถอนกำลังทหาร ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาในระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ซึ่งหากมีผลเจรจาออกมา รัฐบาลก็จะสั่งการมายังผู้บังคับบัญชาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะสั่งการต่อมายังผู้บัญชาการทหารบก และมีคำสั่งมายังกองทัพภาคที่ ๒ ซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่งนั้นๆ ต่อไป

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกพล.ท.ธวัชชัย ยืนยันว่า อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้การวางกำลังทหารทุกอย่างยังอยู่ในจุดเดิมไม่มีการปรับหรือถอนทหารออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

ขณะที่ ยังไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเพียงการปรับย้ายกำลังตามปกติ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพ มีอำนาจปรับกำลังได้ตามความเหมาะสม ส่วนการดำเนินการบริเวณชายแดน ต้องรอการประชุมในกรอบจีบีซีก่อน หากได้ข้อสรุปก็จะมีการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งข่าวยันถอน “อัตรากำลังรบ” หลัก

เมื่อตรวจสอบข้อมูลกลับไปยังแหล่งข่าวในพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร ได้รับการยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยืนยันจากหลายฝ่าย พบว่าเป็นการถอนกำลังที่มีอยู่ออกไปโดยไม่มีการส่งหน่วยใหม่เข้าประจำการแทนที่ ส่วนรถถังใหญ่ที่ลำเลียงออกไปก็ไม่มีการส่งชุดใหม่เข้ามาแทน จึงยืนยันว่าเป็นการถอนทหารออกจากพื้นที่รอบนอกของเขาพระวิหาร ไม่ใช่การสับเปลี่ยนกำลัง ซึ่งใกล้เคียงกับคำยืนยันของผู้บัญชาการทหารบกที่ว่า เป็นการปรับย้ายกำลังออกจากพื้นที่

แหล่งข่าวสายความมั่นคงในพื้นที่อีกราย ให้คำยืนยันว่า การถอนทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์หนัก เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน เป็นการถอนอัตรากำลังสำหรับการรบ ซึ่งเป็นอัตรากำลังพิเศษที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อทำการรบโดยเฉพาะ สาเหตุหลักมาจากหมดงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการ เนื่องจากการประจำการรถถังใหญ่ในพื้นที่ใช้งบประมาณในการดูแลที่สูง ประกอบกับสถานการณ์ชายแดนที่เปลี่ยนไป ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องคงรถถังใหญ่และอัตรากำลังรบไว้อีก ดังนั้น อัตรากำลังรบและยุทโธปกรณ์หนักที่ถูกส่งเข้ามาประจำการจึงถูกถอนออกไปทั้งหมด รวมถึงหน่วยรบพิเศษจากลพบุรี ที่ปฏิบัติการเคลื่อนที่ในส่วนหน้า คงเหลือไว้เฉพาะนาวิกโยธินบางส่วน ซึ่งจะถูกถอนออกเป็นหน่วยสุดท้าย

แหล่งข่าวรายดังกล่าวย้ำว่า เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน เป็นการถอนทหาร โดยกำลังที่เหลือประจำการเป็นอัตรากำลังปกติของพื้นที่ ซึ่งไม่มีอาวุธหนัก นอกจากอาวุธประจำหน่วยและรถถังเล็กจำนวนหนึ่ง

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานชัดเจนว่ามีการถอนกำลังออกจากบางส่วนของพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าว มีเพียงกองกำลังย่อยจำนวนไม่มากเท่านั้นที่อยู่ประจำการ อีกทั้งพื้นที่สำคัญอย่างเช่น ตลาดร้านค้าชาวเขมร วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ หรือพื้นที่ทางทิศตะวันตกของตัวปราสาทพระวิหารใกล้ผาเป้ยตาดีซึ่งเป็นของไทย นั้น ปัจจุบันไม่มีทหารไทยควบคุมพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีที่บัญชาการหน่วยทหาร ที่ทำการกองร้อยตำรวจรักษาพรมแดนที่ ๗๙๕ และสำนักงานตำรวจพระวิหาร

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website