ศาลยก คดีภาคีฯ ฟ้องไล่ ‘ฮุน เซน’ พ้นพระวิหาร

ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องคดีนักวิชาการอิสระฟ้อง สมเด็จฯ ฮุนเซน กับพวกให้ออกจากเขตปราสาทเขาพระวิหาร ชี้เป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่ข้อพิพาททางแพ่ง อยู่นอกเหนือเขตอำนาจศาลบังคับ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำฟ้อง

วันนี้ (๑๔ ก.ย.) เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาใน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา, นายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกัมพูชา และนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นจำเลยที่ ๑-๓ ฐานละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า ปราสาทเขาพระวิหารและบริเวณพื้นที่โดยรอบตั้งอยู่ในเขตแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ให้ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชานั้น เป็นการไม่ชอบ เพราะศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่มีเขตอำนาจใดๆ เหนือคดีปราสาทฯ และคำพิพากษาดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงไม่มีผลผูกพันต่อโจทก์ทั้ง ๙ และปวงชนชาวไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันกระทำละเมิดรุกล้ำเข้ามาก่อสร้างอาคารต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ร้านค้า วัด ทั้งยังนำกำลังทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาในตัวปราสาทอันเป็นพื้นที่พิพาท โดยมีเจตนายึดถือครอบครอง และอ้างสิทธิเหนือตัวปราสาทฯ และบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาจำเลยทั้งสามกับพวกได้สมคบกันนำปราสาทฯ และพื้นที่บริเวณที่มีข้อพิพาทไปขอจดทะเบียนต่อคณะกรรมการมรดกโลกโดยมิชอบ ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าปราสาทและบริเวณข้อพิพาทอยู่ในอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย ทั้งขัดต่ออนุสัญญามรดกโลก พ.ศ.๑๙๗๒ โดยขอให้ศาลพิพากษาว่าอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทฯ และพื้นที่พิพาทเป็นของโจทก์ ปวงชนชาวไทย และประเทศไทย ห้ามจำเลยทั้งสามกับพวกเข้าเกี่ยวข้อง ขอให้ถอนทหารและอพยพราษฎรชาวกัมพูชาออกไป ให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนมรดกโลก เพิกถอนการรับจดทะเบียน ปราสาทฯ และพื้นที่พิพาทเป็นมรดกโลกของคณะกรรมการยูเนสโก มิฉะนั้นให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา กับให้พิพากษาว่า “เส้นสันปันน้ำตอนเขาพนมดงรัก” เป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ตลอดแนวเขตแดนดังกล่าว

ศาลพิเคราะห์แล้วว่ากรณีที่โจทก์ทั้ง ๙ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามฟ้องมานั้น เห็นว่ากรณีเป็นเรื่องที่พิพาทเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยระหว่างประเทศ และบูรณภาพเหนือดินแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชา หรือเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่ได้เป็นข้อพิพาททางแพ่ง การที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะพิพากษาอย่างไร และคณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาจดทะเบียนปราสาทฯหรือไม่ เป็นการกระทำในฐานะองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งการที่จำเลยทั้งกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดต่อคำฟ้องโจทก์ เป็นเรื่องการใช้อำนาจในฐานะผู้บริหารประเทศกัมพูชา มิใช่การกระทำในฐานะส่วนบุคคลซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย แม้ว่าโจทก์ในฐานะปวงชนชาวไทยจะเป็นผู้มีส่วนได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างระเทศ และของคณะกรรมการมรดกโลก ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องต่อศาลแพ่ง และตามคำขอของโจทก์ทั้ง 9 อยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจที่ศาลแพ่งจะบังคับได้ โจทก์ทั้ง ๙ จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ พิพากษายกฟ้อง

ที่มาข่าว: ASTV Manager Online

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.