ฟิฟทีนมูฟ – ฮอร์ นัมฮง หยิบคำสัมภาษณ์กษิตที่จะเชิญอินโดฯ เป็นผู้สังเกตการณ์ ระบุว่าไทยเห็นด้วยให้มีผู้สังเกตการณ์ ยกเป็นผลงานการร้องเรียนยูเอ็นเอสซีบีบไทยจำนนให้ต้องมีบุคคลที่สามเข้าร่วม ย้ำจะขอให้ไทยลงนามหยุดยิงถาวรโดยมีประธานหรือตัวแทนอาเซียนเป็นสักขีพยานพร้อมส่งผู้สังเกตการณ์ พร้อมระบุการตัดสินใจของอาเซียนมีน้ำหนักทางการเมืองต่อประชาคมโลก

นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานวันนี้ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) ว่ากัมพูชาต้อนรับความตั้งใจของไทยที่จะขอผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียไปยังพื้นที่พิพาทพรมแดน โดยนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าววันนี้ว่า กัมพูชาต้อนรับความตั้งใจของประเทศไทยที่จะขอให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์ไปอยู่ร่วมกับกำลังทหารฝ่ายไทยในพื้นที่พิพาทเขตแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร
“ตอนนี้ ประเทศไทยเห็นด้วยกับผู้สังเกตการณ์ มันดีที่สุด ซึ่งเป็นก้าวที่เป็นบวกในการประชุมที่จาการ์ตา วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์” นายฮอร์ นัมฮง บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงเช้าที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ ก่อนออกเดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จาการ์ตา อินโดนีเซีย เพื่อร่วมรับฟังปัญหาพิพาทพรมแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา นายฮอร์เพิ่มเติมว่า “นี่เป็นผลจากคำร้องเรียนของเราที่ส่งไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพราะเราได้ร้องขอยูเอ็นเอสซีให้ส่งผู้สังเกตการณ์มายังพื้นที่พิพาท เพื่อให้ความมั่นใจต่อการหยุดยิงและสังเกตการณ์ว่าใครเป็นผู้บุกรุกที่แท้จริง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายโทษกันไปมา”
นายฮอร์ นัมฮง ตั้งข้อสังเกตภายหลังการประกาศเมื่อวันอาทิตย์ของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ว่าประเทศไทยมีแผนจะเชิญให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์มาฝังตัวกับทหารไทยที่พรมแดนซึ่งทหารไทยปะทะกับทหารกัมพูชา
ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น กัมพูชาจะขอให้ประเทศไทยลงนามการหยุดยิงถาวรโดยมีประธานหรือตัวแทนของอาเซียนเป็นสักขีพยาน และจะขอให้อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังพื้นที่พิพาทเพื่อให้ความมั่นใจกับการหยุดยิงถาวร
“กัมพูชามีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในอาเซียนต่อการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง” นายฮอร์ กล่าว
หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์วันเดียวกันรายงานโดยมีรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์ของนายฮอร์ นัมฮง เพิ่มเติมโดยนายฮอร์กล่าวว่า “ถ้ามีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงนั้นจะดี และถ้ามีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบการหยุดยิงนั่นจะดีที่สุด”
ฮอร์ นัมฮง ให้น้ำหนักของอาเซียนว่า “ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งในอาเซียน แน่นอนว่าอาเซียนไม่ใช่ศาล แต่อาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคซึ่งมีน้ำหนักในทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลก ดังนั้นการตัดสินใด ๆ ของอาเซียนมีน้ำหนักในทางการเมืองต่อประชาคมนานาชาติ”




เมื่อพูดแล้วไม่ได้คิดก็ต้องเสียทีเขมรอย่างเช่นเคย ทำไม่เมืองไทยถึงคิดอะไรหรือทำอะไรเป็นรองเขมรอยู่ล้ำไป ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือแม้นแต่กระทรวงต่างประเทศ คนเก่งคนดีในเมืองไทยไม่มีแล้วหรือ ประชาชนจะพึ่งใครเล่า
กึ๋นไม่มี แต่วันนี้มาถึงตำแหน่งนี้ เฮ้อ!สงสารประเทศของเรา
ก.ต. ย่อมาจาก เกาตูด ไง ตูดเขมรอีกต่างหาก
บริหารโดยกระสือกษิต ผู้ชอบกินแต่สิ่งปฏิกูล
พวกเดรัจฉานขายชาติแดก….มันต้องแพ้ภัยตัวเองอย่างแน่นอน…..ไม่พ้นไปจากความวิบัติล่มจมแน่…..นรกมีจริง
เป้นผู้นำแต่ทำตัวเหมือน….สากติดรีโมท….ไร้สภาวะการนำ….ไม่ใช่นายกตัวจริง….ก็แค่ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่แค่…ไปกล่าวเปิดงาน….ไปแจกรางวัล…แค่นั้นจริง…..สมเพชจริงๆ…สั่งใครก็ไม่ได้..ถึงสั่งได้เชาก็ไม่ทำ……ก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ..อยู่ไปวันๆ…..คนเดือดร้อนก่นด่าสาปเช่งทั้งประเทศยังเสือกหน้าด้านยิ้มสู้กล้องอีกต่างหาก….อายแทนจริงๆคนหน้าด้านแบบนี้…..