ที่ปรึกษาฮวย เซง ลั่นไม่มีพื้นที่พิพาท จับคนไทยในเขมร หยิบปากกษิตเป็นพยาน

ฟิฟทีนมูฟ — ที่ปรึกษาฮวย เซง ลั่นไม่มีพื้นที่พิพาท ชี้คนไทยสับสนเข้าใจผิด จับ ๗ คนไทยในแผ่นดินเขมร หยิบปากกษิตเป็นพยานผูกมัด ยืมปากผู้ว่าฯ สระแก้วระบุรัฐอย่าอ้างว่าพลัดหลง โวหลักนิติรัฐ ย้ำต้องถูกตัดสินโทษตามกฎหมายเขมรโดยไม่มีข้อยกเว้นหรือสองมาตรฐาน อย่ายุ่งกับระบบยุติธรรมเขมร แขวะระบบยุติธรรมไทยอยู่ในสภาวะเสี่ยง ยกคำตัดสินศาลโลกอ้างว่าไทยรับแผนที่ผนวก ๑ จึงต้องรับแผนที่  ๑:๒๐๐,๐๐๐ เขมรไม่เคยใช้แผนที่ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับในการเจรจา และปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร การเสนอแผนบริหารจัดการจึงเป็นเรื่องของเขมร เรียกพันธมิตรฯ ว่าพวกหัวรุนแรงทรยศประวัติศาสตร์ซ้ำซาก ซัดการทรยศต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศทำไทยเสียเปรียบทุกเวทีเจรจา

7-thais-arrested

เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นายสม สุธา ที่ปรึกษาฮุน เซน เขียนบทความ “การจับกุมผู้บุกรุก ๗ คนไทย — เป็นปัญหาทางกฎหมายหรือพิพาทเขตแดน?” ตีพิมพ์ในเว็บไซต์สำนักข่าวกัมพูชาในสังกัดกระทรวงข่าวสาร และถูกเผยแพร่ซ้ำในเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยทั้งสองแหล่งระบุว่าเป็นความเห็นของผู้เขียนไม่จำเป็นต้องเป็นการสะท้อนความเห็นของรัฐบาลกัมพูชา แต่ก็ตีพิมพ์เผยแพร่โดยส่วนราชการหลักของกัมพูชาอย่างน้อยสองกระทรวง และแพร่หลายในเว็บไซต์ต่าง ๆ ในลำดับถัดมา ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงดังต่อไปนี้

———————————-

การจับกุมผู้บุกรุก ๗ คนไทย — เป็นปัญหาทางกฎหมายหรือพิพาทเขตแดน?
โดย สม สุธา

เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ คนไทย ๗ คน ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่กัมพูชาเนื่องจากเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมาย คนไทยทั้ง ๗ เหล่านั้นถูกส่งไปยังเรือนจำกัมพูชาในพนมเปญเพื่อควบคุมตัวชั่วคราว ศาลนครพนมเปญ (ศาลชั้นต้น) ได้ตั้งข้อหา ๑) เข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมาย ๒) เข้าที่ตั้งทหารโดยผิดกฎหมายด้วยความมุ่งร้าย ซึ่งพวกเขาถูกพิจารณาคดีครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๔

คนไทยทั้ง ๗ นี้รวมถึงสมาชิกรัฐสภาไทย นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ นายวีระ สมความคิด ผู้นำร่วมของกลุ่มการเมืองไทยที่เรียกว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PAD) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสื้อเหลือง” ก่อนหน้านี้ นายวีระเคยถูกจับกุมหลายครั้งโดยเจ้าหน้าที่กัมพูชา ครั้งสุดท้ายเมื่อสิงหาคม ๒๕๕๓ และอีกครั้งถูกดำเนินคดีในความผิดเดิม–ข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย

นับแต่การจับกุมได้ทำให้เกิดการโต้เถียงการเมืองและกฎหมายที่กรุงเทพ คนไทยบางกลุ่มได้เรียกร้องรัฐบาลให้เจรจาอย่างจริงจังกับนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน หมายความโดยตรงและตีความว่าทั้ง ๗ ควรถูกปล่อยตัวโดยปราศจากเงื่อนไข และในกระบวนการนั้นอ้างเหตุผลอย่างผิดเพี้ยนว่าทั้ง ๗ ถูกจับกุมในดินแดนไทย

นายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวเมื่อวันศุกร์ ที่ ๗ มกราคม (ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์) ว่าพรรคของตนพิจารณาว่าการดำเนินคดีกับ ๗ คนไทยเป็นเหตุเฉพาะต่อบุคคล และการดำเนินคดีไม่สามารถใช้สนับสนุนการอ้างสิทธิ์ใดของกัมพูชาต่อการจัดทำหลักเขต หรือทำให้กัมพูชาได้ทุกอย่างที่ต้องการในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บาร์เรนในเดือนมิถุนายนปีนี้

คนเหล่านี้ต่างอยู่ในขั้นสับสน คนเหล่านี้ต่างอยู่ในขั้นหลอนและเข้าใจผิด

ประการแรก กระบวนวิชากฎหมายของรัฐบาลของใครบางคนอยู่ในความเสี่ยง ระบบยุติธรรมของโลกอยู่ในความเสี่ยง การล่วงล้ำเข้าไปในเคหะสถานหรือที่ดินของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นผิดกฎหมาย การล่วงล้ำเข้าไปยังพรมแดนของประเทศอธิปไตยหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง ด้วยความจงใจหรือไม่จงใจเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ต้องถูกจับกุมและดำเนินคดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมของประเทศผู้ถูกกระทบ

มีหลายประเทศในโลกซึ่งจับกุมคนข้ามแดน ควบคุมตัวและดำเนินคดี ดังนั้น จงปล่อยให้ศาลกัมพูชาได้ทำหน้าที่โดยไม่ถูกรบกวนและกีดขวาง ความยุติธรรมในทุกรัฐอธิปไตยจะต้องนำใช้ผ่านกระบวนการยุติธรรมของตนเอง ซึ่งสอดคล้องโดยเต็มเปี่ยมกับหลักนิติรัฐของประเทศนั้นโดยปราศจากข้อยกเว้นหรือ “สองมาตรฐาน” ต่อให้มีการนำสิ่งซึ่งเรียกว่าพื้นที่พิพาทขึ้นมาพิจารณามันก็ไม่มีความหมายอะไร การจับกุม ๗ คนไทย เกิดขึ้นในดินแดนกัมพูชา หลังกลับจากเยือนกัมพูชา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แถลงว่าได้ตรวจพบว่าทั้ง ๗ อยู่ในดินแดนกัมพูชาระหว่างถูกจับกุม เขากล่าวว่าการลงพื้นที่สำรวจโดยเจ้าหน้าที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมแผนที่ทหาร พบว่าทั้ง ๗ อยู่ในกัมพูชา คำแถลงนี้เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะผูกมัดและตัดสินโทษทั้ง ๗!

เจ็ดคนไทยโดยตัวพวกเขาเองได้ยินยอมที่จะบุกรุกแผ่นดินกัมพูชาเมื่อแสดงตำแหน่งจริงบนแผนที่และวิดีโอซึ่งบันทึกการปรากฏตัวของพวกเขา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ศานิตย์ นาคสุขศรี กล่าวว่า ทั้ง ๗ รู้ว่าเขาได้เข้ามายังดินแดนกัมพูชา  ยิ่งกว่านั้น นายศานิตย์กล่าวว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ตัวได้ว่า ๗ คนไทยซึ่งนำโดย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ พนิช วิกิตเศรษฐ์ และนักเคลื่อนไหวเสื้อเหลือง วีระ สมความคิด พลัดหลงและเข้ามายังกัมพูชาโดยไม่ตั้งใจ

ในคำแถลงการณ์ภายหลัง เสื้อเหลือง (ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์ เมื่อ ๑๒ มกราคม) ได้ยอมรับว่าคนไทยล่วงล้ำในเขตอธิปไตยของกัมพูชา ด้วยความหวังว่าจะได้รับการอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา

ดังนั้น จงปล่อยให้ศาลได้ทำหน้าที่!

ประการที่สอง กลุ่มที่กล่าวถึงข้างต้นควรได้รับการเตือนสติเกี่ยวกับหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ “ไม่มีพื้นที่พิพาท”! กัมพูชาได้ใช้แผนที่ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาชาติในทุกการเจรจา แผนที่ดังกล่าวถูกใช้โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กรุงเฮก เมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ เพื่อนำมาซึ่งคำตัดสิน ศาลตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยในระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๐๘-๑๙๐๙ (พ.ศ. ๒๔๕๑-๒๔๕๒) ได้ยอมรับแผนที่ผนวก ๑ (Annex I) ในฐานะเป็นผลของงานปักปันเขตแดน และด้วยเหตุนี้ได้ยอมรับเส้นบนแผนที่เป็นเส้นเขตแดน ศาลได้สรุปต่อไปว่า “การยอมรับแผนที่ผนวก ๑ โดยคู่ภาคีเป็นผลให้แผนที่เข้ามาอยู่ในข้อยุติสนธิสัญญา และกลายเป็นส่วนควบของสนธิสัญญา” และด้วยเหตุนี้มีผลให้แผนที่เป็น  “คุณลักษณะอันมีผลผูกพันกัน”

ต่อข้อยุตินี้ ในสามประเด็นที่ศาลตัดสิน มีว่า ๑) “เห็นว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา” และ ๒) “ประเทศไทยมีภาระผูกพันที่จะต้องถอนทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งประจำการที่ปราสาทพระวิหาร หรือในบริเวณใกล้เคียงบนแผ่นดินกัมพูชา”

กัมพูชาไม่เคยใช้แผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวหรือไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ!

กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านั้นได้ทรยศประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหลักแห่ง “กฎหมายระหว่างประเทศ”: ปราสาทพระวิหารเป็นทรัพย์สินของกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ การเสนอแผนบริหารจัดการไปยังคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อทำนุรักษาปราสาทเป็นเป้าหมายสูงสุดของกัมพูชา

การกระทำใด ๆ ที่ขาดซึ่งวุฒิภาวะและทรยศต่อหลักการข้างต้นจะจุดปะทุความตึงเครียด และแน่นอนว่าจะทำให้ไทยอยู่ในฐานะเสียเปรียบในการเจรจาใด ๆ ในอนาคต

———————————-

SamSotha2นายสม สุธา (Sam Sotha) เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคเขมรแดง ลี้ภัยที่สหรัฐอเมริกา ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและเขียนหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ “In The Shade of A Quiet Killing Place” ภายหลังเดินทางกลับกัมพูชาเพื่อมีส่วนในการรวมชาติ รับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่องค์การปฏิบัติการเก็บกู้กับระเบิดกัมพูชา (Cambodian Mine Action Authority)  เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และเป็นหนึ่งในผู้เขียนบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวกัมพูชา (Agence Kampuchea Presse) ในสังกัดกระทรวงข่าวสาร

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website