ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน เผยระหว่างปิดประชุมกระทรวงมหาดไทยว่าต้องการให้อินโดฯ อยู่เป็นตัวกลางเจรจาไทย-เขมรในปี ๕๕ ระหว่างที่เขมรเป็นประธานอาเซียน สิ่งสำคัญสุดที่เขมรต้องการตอนนี้คือให้อินโดฯ รีบส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่ กำหนดเองว่าการประชุม “ทวิภาคี” ครั้งแรกต้องมีประธานอาเซียนอยู่ร่วมและต้องเป็นการประชุมของรัฐมนตรีกลาโหม (GBC) ที่อินโดฯ คุยไทยไม่ต้องถอนทหารเพราะอยู่บนเขตไทยก็เป็นสิทธิ์ของไทย ทหารเขมรอยู่บนดินเขมรเป็นสิทธิ์ของเขมร แต่แนะไทยว่าอย่าเคลื่อนย้ายทหาร ฟุ้งถ้าเขมรรุกล้ำไทยยิงได้เลย ถ้าไทยรุกล้ำเขมรจะชกและจับตัว แถมระบุเขมรสุดดีไม่เคยรุกล้ำไม่เคยเปิดการยิงก่อนและเคารพการหยุดยิง

สำนักข่าวซินหัวของจีนเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ รายงานว่านายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวเมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ากัมพูชาจะขอให้อินโดนีเซียทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ขณะที่กัมพูชาเป็นประธานอาเซียน
“กัมพูชาจะเป็นประธานอาเซียนในปี ค.ศ. ๒๐๑๒ ซึ่งกัมพูชาไม่สามารถเป็นทั้งผู้เล่นฟุตบอลและกรรมการตัดสินไปพร้อมกันได้ในการเจรจาข้อพิพาทกับประเทศไทย” ฮุน เซน กล่าวระหว่างการปิดการประชุมระดับชาติของกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมกว่า ๓๕๐ คน “ดังนั้น เราจะขอให้อินโดนีเซียเป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างกัมพูชาและประเทศไทยในนามของอาเซียน กัมพูชาจะไม่ใช้บทบาทประธานอาเซียนในการเจรจากับไทย นี่เป็นความคิดเบื้องต้น” นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า “ตอนนี้ สิ่งสำคัญสุด ที่เราต้องการ คือให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์มาที่พรมแดนโดยเร็วที่สุด”
ฮุน เซน ขอบคุณอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนที่ได้แสดงบทบาทอย่างสำคัญที่เปิดให้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ ๒๒ ก.พ. และเพิ่มเติมว่าการประชุมดังกล่าวให้ผลที่ดีอย่างมากซึ่งมีความจำเป็นสำหรับกัมพูชาและประเทศไทย ตลอดจนอาเซียน
นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังให้ความเห็นว่าการประชุมทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและประเทศไทยครั้งแรกจะจัดขึ้นที่อินโดนีเซีย พร้อมการอยู่ร่วมของประธานอาเซียนหรือตัวแทน และการประชุมครั้งแรกจะเป็นการประชุมของรัฐมนตรีกลาโหม
ขณะเดียวกัน ฮุน เซน กล่าวว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องถอนทหารจากชายแดนประเทศไทย “ผมไม่เรียกร้องให้ประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากเขตแดนไทย กำลังทหารคุณบนดินแดนคุณเป็นสิทธิ์ของคุณ และกำลังทหารกัมพูชาอยู่บนแผ่นดินกัมพูชา เป็นสิทธิของกัมพูชา” และ “ผมแค่แนะว่าฝ่ายไทยไม่ควรเคลื่อนย้ายกำลังทหาร”
ข้อสังเกตของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเกิดขึ้นภายหลังการประกาศของนายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันพุธว่ากองทัพบกไทยจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพรมแดนไทย-กัมพูชา แม้อินโดนีเซียจะส่งผู้ัสงเกตการณ์เข้าไปในพื้นที่ โดยนายฮุน เซน ระบุว่า “ผมยืนยันว่ากัมพูชาเคารพการหยุดยิง และกัมพูชาไม่เคยบุกรุกคนอื่น และไม่เคยเปิดการยิงก่อน” และ “ถ้ามีทหารกัมพูชาคนใดรุกล้ำเขตแดนไทย ไทยสามารถยิงได้ และถ้าทหารไทยละเมิดกัมพูชา กัมพูชาจะชกหรือจะจับตัวด้วย ผมสั่งทหารของผมอย่างเป็นทางการไม่ให้ละเมิดผู้อื่น” นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวอีกว่าถ้าประเทศไทยไม่รุกล้ำ และกัมพูชาไม่รุกล้ำ ก็ไม่มีการปะทะกัน




ต่อไปนี้เป็นตำราพิชัยสงครามยุคใหม่ที่ใช้สอนกันในโรงเรียนทหารในยุคที่
๑. ๕ เสือทบ.เรียนกัน
๒. ยุคของ ผบ.สส., ปลัดกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบันเรียนกัน
๓. ยุคของแม่ทัพภาคที่ ๑ และ ๒ เรียนกัน
๔. ยุคที่ ผบ.กกล.สุรานารี และ ผบ.กกล.สุนัขบูรพา เรียนกัน คือ
๑. เมื่อข้าศึกรุกเข้ามาในแผ่นดินไม่ว่าจะเข้ามายึดที่สูงข่มใดๆก็ตาม ให้มีวิธีปฏิบัติดังนี้
๑.๑ ห้ามยิงก่อนจนกว่าจะถูกยิงก่อนเท่านั้น หากตายไปก่อนก็ไม่ต้องยิง แม้จะเห็นข้าศึกเข้าเกาะฐาน ตั้งปืน ค. ก็ตาม ย้ำยิงได้เมื่อถูกยิงก่อนเท่านั้น และยิงตอบในจำนวนเท่าที่ถูกยิงเท่านั้น เช่น
– ถูกยิง ๕ นัดก็ให้ตอบโต้แค่ ๕ นัดเท่านั้น ห้ามเกินโดยเด็ดขาด
– ข้าศึกยิงด้วย ค. ๘๐ หากเราไม่มี ค. ๘๐ แต่มี ค. ๖๐ และ ๑๐๕ ให้ใช้ได้แค่ ค. ๖๐ เท่านั้น ห้ามใช้ ค. ๑๐๕ โดยเด็ดขาด เพราะจะเกินกว่าที่ถูกยิงมา
๑.๒ เวลาจะเข้ายิงข้าศึกที่อยู่บนที่สูงข่ม แม้จะยิงไม่ถึง การรบเสียเปรียบเพียงใด ก็ไม่ต้องขอ/ห้ามขอการสนับสนุนจากทางกองทัพอากาศโดยเด็ดขาด จนกว่าข้าศึกจะใช้กองทัพอากาศก่อน เพราะต้องตอบโต้เท่าที่ถูกกระทำก่อนเท่านั้น
๑.๓ ให้ทำการบันทึกการรุกล้ำแล้วไม่ต้องรีบแจ้งขึ้นไปตามลำดับชั้น ให้กอดสำเนาบันทึกการรุกรานไว้ รัฐบาลจะได้เอาบันทึกนั้นไปยื่นประท้วงต่อไป ขอให้เคร่งครัดในการปฏิบัติ
๒. ให้รอคำสั่งของรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น เช่น
๒.๑ รัฐบาลสั่งไม่ให้ยิง ก็ต้องห้ามยิงโดยเด็ดขาด
๒.๒ หากข้าศึกยิงมา และยังไม่ตายก็ให้ยิงไปเท่ากับที่ถูกข้าศึกยิงมา ห้ามยิงด้วยอาวุธที่ใหญ่กว่าเป็นอันขาด
๒.๓ หากรัฐบาลสั่งให้ถอย ให้ข้าศึกเข้ายึดแผ่นดิน ก็ให้ถอยตามคำสั่งของรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมาย โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น
๒.๔ ห้ามขัดคำสั่งของรัฐบาลที่มาตามกฏหมายโดยเด็ดขาด รัฐบาลสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตามทุกๆกรณี ทหารอาชีพที่ดีต้องห้ามคิด ห้ามเถียง
๓. ให้จัดหากุนเชียง หัวไช้โป้ ส่งไปให้ผู้นำด้านทหารและการเมืองของข้าศึกทุกๆคนทุกๆเดือน
๔. เวลาเกิดการปะทะกัน
๔.๑ ห้ามปิดชายแดนโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวข้าศึกจะขาดน้ำมันเติมรถถัง ขาดยารักษาผู้บาดเจ็บ ข้าศึกจะขาดอาหารบำรุงกำลัง ฯลฯ
๔.๒ ห้ามตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า ที่ส่งไปให้แก่ชายแดนข้าศึกโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวข้าศึกจะขาดน้ำกิน น้ำอาบ ขาดไฟฟ้าเปิดแอร์ จะทำให้ข้าศึกร้อน
๕. ห้ามพูดจาให้ผู้นำของข้าศึกโกรธ ไม่สบอารมณ์โดยเด็ดขาด
ใครฝ่าฝืนตำราพิชัยสงครามนี้ จะมีอนาคตที่ดับวูบ ต้องไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
ใครทำตามอย่างเคร่งครัด ก็จะก้าวหน้า มีกินมีใช้ มีเงินเดือนเพิ่มพิเศษ