ฮวยเซงโคตรโม้ใช้ยุทธศาสตร์เดโชเซนรบไทย

ฮุน เซน ระหว่างกล่าวถึงยุทธศาสตร์เดโชเซน ในวันทหารผ่านศึก ๒๑ มิ.ย. ๕๔ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน น้ำลายแตกฟองวันทหารผ่านศึกเขมร สั่งเจ้าหน้าที่จดยุทธศาสตร์เฮงซวยที่ใช้รบไทย ระบุโจมตีไม่ให้ตอบโต้ได้แล้วคอยตีเวลาเผลอ ระบุตนสั่งการเองให้เขมรอดทนรอให้ไทยยิงตามใจชอบก่อนแล้วค่อยตอบโต้ โคตรโม้ไทยยิงใส่กว่า ๑๐๐ ช.ม. เขมรเพิ่งตอบโต้ ๑๗ นาที ไทยขอเจรจา โวยวายเขมรตาย ๑๓ ที่ตาเมือนเพราะถูกไทยซุ่มยิง ระบุเป็นเรื่องเสียชื่อ โคตรโม้ BM-21 เขมรสุดสามารถ ดาวเทียมไทยดาวเทียมอเมริกาจับไม่ได้

ระหว่างเป็นประธานในพิธีรำลึกครั้งที่ ๔ เนื่องในวันทหารผ่านศึก (อดีตยุทธชน) กัมพูชา เมื่อช่วงเช้า (๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๔) ตามรายงานของหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงยุทธศาสตร์ตอบโต้ไทยที่ได้ทำการโจมตีกัมพูชาเพราะต้องการรุกรานดินแดน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยฮุน เซน ได้ประกาศเป็นการสาธารณะให้เจ้าหน้าที่ทหารจดบันทึกยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ใช้ในการโจมตีศัตรูในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ยุทธศาสตร์ที่นำมาใช้ คือ ยุทธศาสตร์เดโชเซน ที่สรุปความว่า โจมตีไม่ให้ตอบโต้ได้ แล้วเวลาที่เผลอตีต่ออีกทันที

ฮุน เซน ย้อนรำลึกว่า เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม การสู้รบกับทหารไทย ทำให้ทหารกัมพูชาพลีชีพ ๑๓ นาย (รวมราษฎรและเหตุการณ์ที่พระวิหารเป็น ๒๔ ราย) การเสียชีวิตที่ตาเมือนสืบเนื่องจากการที่กลุ่มสไนเปอร์1 ทำการซุ่มยิง ซึ่งเป็นการกระทำเสียชื่อที่สุด การกระทำแบบนี้เป็นการก่อการร้าย เรารักสันติ อดทนไม่โจมตีตอบโต้ ผู้บัญชาการทหารกัมพูชาพลุ่งพล่านจะสู้รบ แต่ตนสั่งให้รอใช้ยุทธศาสตร์เดโชเซน

นอกจากนี้ ฮุน เซน ได้กล่าวถึงกลยุทธ์ของไทย ที่การสู้รบนั้นคือเพื่อขยายความขัดแย้ง สยามตีแล้วตีอีกไม่หยุดหย่อน โดยกระสุนปืนใหญ่ของสยามมีกว่า ๕ หมื่นลูก ที่ยิงเข้ามาในดินแดนกัมพูชา ฮุน เซน กล่าวถึงยุทธศาสตร์วันสู้รบกับสยามว่า ก่อน ๖ โมงเช้า วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ ตนได้สั่งแม่ทัพให้เล็งเป้าปืนใหญ่ทั้งหมด เพราะที่ตั้งปืนใหญ่ของศัตรูไม่ง่ายที่จะเคลื่อนย้ายในทันทีทันใด ที่ตั้งปืนใหญ่ BM ของเรา ยังไม่ยิงใส่เป้าหมายปืนใหญ่ของสยาม จนมาถึงบ่าย ๓ โมง ปืนใหญ่รุ่น BM ก็ยิงเข้าเป้าหมายปืนใหญ่ของไทยทั้งหมด แล้วเวลายิงออกไปอย่าว่าแต่ดาวเทียม2 ของไทยที่ต้องการจับเป้า ต่อให้เป็นดาวเทียมของอเมริกาก็ไม่สามารถจับได้ เพราะการยิงออกไปมีนับร้อยแห่ง มันเป็นการโจมตีตอบโต้ เป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง

นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวต่อว่า ไทยโจมตีมาบนกัมพูชา ๑๐๐ ชั่วโมง ส่วนกัมพูชาโจมตีกลับแค่ ๑๗ นาที สงครามก็ยุติเพราะไทยต้องการเจรจากับกัมพูชา นั่นเป็นวิธีเร่งยุติสงคราม นอกจากนี้ ฮุน เซน กล่าวต่อว่า เรารอคอยไม่ตอบโต้ในช่วงแรก โดยยกให้ศัตรูลืมตัวเล็กน้อย แล้วเราก็ตีโต้เล็งไปที่เป้าหมายสำคัญ ๆ ทั้งหมดทันที นี่เป็น “ยุทธศาสตร์เดโชเซน”

ฮุน เซน ระหว่างกล่าวถึงยุทธศาสตร์เดโชเซน ในวันทหารผ่านศึก ๒๑ มิ.ย. ๕๔ขณะที่รายงานของสำนักข่าวซีอีเอ็นของกัมพูชา อ้างคำกล่าวของฮุน เซน ในพิธีดังกล่าว โดยระบุว่า อย่างน้อยที่สุด มีประชาชนและทหารกัมพูชาเสียชีวิตจำนวน ๒๔ คน ในสมรภูมิสงคราม ๔ ครั้งที่ไทยเปิดการโจมตีและรุกรานดินแดนกัมพูชา นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๑

ฮุน เซน กล่าวว่าการสู้รบกันระหว่างทหารกัมพูชาและไทย ในพื้นที่ชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ และเมษายน ๒๕๕๒ ทำให้ทหารกัมพูชาพลีชีพในสมรภูมิจำนวน ๓ คน ส่วนการโจมตีของไทยเมื่อวันที่ ๔-๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ได้ทำให้ประชาชนและทหารเสียชีวิต ๘ คน โดยในนั้นมีทหาร ๔ คน ตำรวจ ๒ คน และพลเรือน ๒ คน ส่วนการโจมตีครั้งหลังสุดของไทย ที่ชายแดน จ.อุดรมีชัย ที่ปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ถึง ๓ พฤษภาคม ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต ๑๓ คน ในนั้นมีทหารกัมพูชา ๓ คน ถูกทหารไทยซุ่มยิงเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนสไนเปอร์

รายงานระบุว่า ด้วยความโศกเศร้าเสียใจต่อการเสียชีวิตของทหารและประชาชนกัมพูชา ในสงครามรุกรานของไทย นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกฯ3 นายอิต ซอเฮง4 ตรวจสอบแผนนโยบายสำหรับครอบครัวทหารที่พลีชีพในสมรภูมิ โดยควรสร้างบ้านพักให้กลุ่มครอบครัวและให้คำนวนเป็นตัวเงิน ซึ่งรัฐบาลได้มอบเงินให้ครอบครัวทหารที่เสียชีวิต รายละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์ (ประมาณ ๓๑๐,๐๐๐ บาท) มูลนิธิวิทยุและโทรทัศน์บายน มอบให้อีก ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์

ฮุน เซน กล่าวอีกว่า ในการสู้รบกันครั้งหลังสุด ไทยได้ยิงปืนใหญ่ลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาถึง ๒๕ กิโลเมตร มีกระสุนปืนใหญ่กว่า ๕๐,๐๐๐ ลูก ตกลงในดินแดนกัมพูชา ในนั้นมีระเบิดแตกอากาศ (ครัสเตอร์บอมบ์) รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ฮุน เซน ยังกล่าวต่อว่า รัฐบาลกัมพูชามีความเศร้าเสียใจอย่างหนักต่อการเสียชีวิตของประชาชนและทหารกัมพูชา อันเนื่องจากการป้องกันชาติมาตุภูมิ เราหวังว่าจะไม่มีการสู้รบกันอีกในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย ขณะที่กัมพูชาพยายามอดทน เพื่อหาหนทางสลายความขัดแย้งโดยสันติวิธีในปัญหาพิพาทพรมแดนกัมพูชา-ไทย​

ตามรายงานจากแหล่งข่าวทางทหารในพื้นที่ของฟิฟทีนมูฟ ระหว่างการสู้รบเมื่อเดือนเมษายนต่อพฤษภาคม ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนและตาควายนั้น การใช้ยุทธวิธีที่เหนือกว่าของทหารไทย ทำให้ทหารกัมพูชาสูญเสียกว่าร้อยนาย รายงานอย่างเป็นทางการระบุว่า ทหารกัมพูชาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ๔๖ นาย และเสียชีวิตในพื้นที่ปะทะกว่า ๔๐ นาย นอกจากนี้ เครื่องยิงลูกระเบิดแบบหลายลำกล้อง BM-21 ของกัมพูชา ซึ่งนำมาใช้ในภารกิจครั้งนี้จำนวน ๖ คัน ถูกทหารไทยยิงทำลายไป ๑ คัน กัมพูชาไม่สามารถใช้ BM-21 ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากความรวดเร็วและแม่นยำของการปฏิบัติการของทหารไทย กระทั่ง BM-21 ต้องล่าถอยออกจากพื้นที่และไปซุกในหมู่บ้านของราษฎร ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ใช้การซ่อนตัวในหมู่บ้านเป็นฐานลอบยิง BM-21 โจมตีไทย แต่กระทำได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องล่าถอย นอกจากนี้ ในการสู้รบดังกล่าว ฝ่ายไทยใช้ทหารเพียงไม่กี่ร้อยนาย และไม่มีการซุ่มยิงอย่างที่ นายฮุน เซน เจ้าของยุทธศาสตร์เดโชเซนที่แพ้ราบคาบกล่าวอ้าง

--------------------------------------
  1. ស្នាយភើ []
  2. ផ្កាយ​រណប []
  3. ​ក្រសួង​សង្គមកិ​ច្ច អតីតយុទ្ធជន និង​យុវនីតិសម្បទា និង​ជា​ប្រធាន​អតីតយុទ្ធជន​កម្ពុជា []
  4. អ៊ិត សំហេង []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website