ฮวย เซง ท้าไทยไม่กล้าลงนามหยุดยิง หยันไม่รับสี่ข้อและผู้สังเกตการณ์

ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน เปิดทำเนียบแถลงข่าวเรียกร้องตัวกลางเป็นพยานเจรจาเขตแดนไทยเขมรและต้องการสักขีพยานยืนยันใครละเมิดสัญญา ยื่นสี่ข้อเสนอคืนสภาพก่อน ๑๕ กรกฎา ๕๑ และขอผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ ระบุอยากลดปัญหาและขยายความร่วมมือกับไทย จี้รัฐบาลสองเลนเร่งจัดการพันธมิตร สนองข่าวลือ ปธ.อาเซียนมีภรรยาไทย ท้าใครกันแน่ที่ไม่กล้าลงนามหยุดยิงถาวร ดักคอไทยไม่รับสี่ข้อเสนอและไม่จริงใจแก้ปัญหา โวถ้าไทยไม่ยินดีให้มีผู้สังเกตการณ์อาเซียน เขมรยินดีพาเข้ามาเอง ขู่ตบท้ายว่าเตรียมเขียนหนังสือส่งศาลโลกอธิบายคำตัดสิน ปี ๒๕๐๕

นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างแถลงข่าวที่ตึกวิมานสันติภาพ ทำเนียบรัฐบาล ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างแถลงข่าวที่ตึกวิมานสันติภาพ ทำเนียบรัฐบาล ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สำนักข่าวต้นมะขามของกัมพูชารายงานเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กรณีการแถลงข่าวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักของฮุน เซน ที่ตึกวิมานสันติภาพ อาคารสำนักงานของฮุน เซน อันเป็นหนึ่งในกลุ่มอาคารหลักสองหลังของทำเนียบรัฐบาลใหม่ กรณีให้มีประเทศที่สามเป็นตัวกลางในฐานะพยานการเจรจาเขตแดนระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย

ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า “เราต้องการบุคคลที่สามเข้าร่วมการเจรจาเขตแดน และเราต้องการบุคคลที่สามมาเพื่อรู้ว่าใครไม่ทำตามข้อตกลง” และ “กัมพูชาต้องการการหยุดยิงถาวรกรณีปัญหาพรมแดน” เขากล่าวเพิ่มเติมว่ากัมพูชาต้องการสถานการณ์ก่อนหน้าวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ วันที่ทหารไทยบุกรุกกัมพูชาในบริเวณใกล้ปราสาทพระวิหาร และยังได้เตือนประเทศไทยในการใช้แผนที่ของตัวเองรุกล้ำประเทศเพื่อนบ้านอย่างพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร และยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า “ทหารไทยเหมือน (ทหาร) ฮิตเลอร์”

สมเด็จฮุน เซน ให้เหตุผลต่อการเรียกร้องให้มีองค์กรที่สามว่า “กัมพูชาต้องการบุคคลที่สามเนื่องจากข้อตกลงทางการทูตสามฉบับก่อนหน้าในเรื่องเขตแดนกับกัมพูชา1 ประเทศไทยยังไม่ให้การรับรอง” เขาได้ร้องขอไปยังอาเซียนให้ส่งตำรวจหรือทหารไปยังบริเวณปราสาทเพื่อให้คณะกรรมการเขตแดนได้ตรวจสอบเขตแดน และยืนยันว่าจะไม่มีการประชุมกรรมการเขตแดนในอนาคตจนกว่าฝ่ายไทยได้ผ่านความเห็นชอบข้อตกลงสามฉบับก่อนหน้า

เขากล่าวถึงข้อเสนอสี่ข้อว่า “ผมได้ส่งสารว่ามีสี่ประเด็นถึงนายกฯ ไทย อภิสิทธิ์ ผ่านรองนายกรัฐมนตรี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่จะมาร่วมงานแสดงสินค้าในพนมเปญ ๑๘ กุมภาพันธ์” และยังกล่าวอีกว่า “เรามีปัญหาพรมแดน๑๐ กิโลเมตร จาก ๘๐๐ กิโลเมตร เราควรย่นปัญหาพรมแดนและขยายความร่วมมือ ผมบอกฝ่ายไทยแล้วว่าเราต้องร่ววมือกันในทางการท่องเที่ยว ลงทุน วัฒนธรรรมและการค้าต่อไปตามปกติ”

โดยสี่ข้อเสนอของฮุน เซน ประกอบด้วย ประการแรก กัมพูชาและประเทศไทยจะต้องลงนามหยุดยิงถาวร ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีเหตุปะทะด้วยอาวุธอีก ประการที่สอง กำลังทหารตามแนวพรมแดนทั้งหมดจะต้องไม่มีการเคลื่อนย้าย จะต้องอยู่ประจำฐาน ไม่เคลื่อนเข้ามาและคอยจนกว่าการจัดทำหลักเขตแดนแล้วเสร็จ ประการที่สาม ทั้งสองฝ่ายจะต้องสนับสนุนให้ผู้บัญชาการทหารที่พรมแดนเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด และประการที่สี่ ขอให้มีคณะทำงานเพื่อตรวจสอบการหยุดยิงจากประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ แปดประเทศ

ฮุน เซน พูดถึงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ในกรุงเทพฯ กำลังทำงานแทนรัฐบาลไทย พวกเขาด่าทอชาวกัมพูชาและเรียกร้องปราสาทแต่รัฐบาลไทยไม่จัดการพวกเขา แย่สำหรับสื่อไทยซึ่งควรถูกตำหนิเกี่ยวกับการรายงานข่าว

เมื่อพูดถึงอาเซียนและนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า “อาเซียนไม่มีกองกำลังแต่อาเซียนมีความต้องการจะทำงาน ดร.สุรินทร์ ถือธงของอาเซียนและเขาไม่สามารถพูดในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย” และเพิ่มเติมว่าเขาจำเป็นต้องทำเต็มหน้าที่ในฐานะเลขาธิการอาเซียน

กรณีนักข่าวคนหนึ่งตั้งคำถามว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียคนปัจจุบัน นายมาร์ตี้มีภรรยาเป็นคนไทย ฮุนเซน ให้ความเห็นว่า “สำหรับรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ผมเชื่อเขาและเขาไม่สามารถนำเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานทางการทูตของเขา” ส่วนกรณีประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายโยโนซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการกองกำลังอินโดนีเซียระหว่างภารกิจ UNTAC (๑๙๙๑-๑๙๙๓) ในกัมพูชา ฮุน เซน เปิดเผยว่า “ผมได้ขอบคุณเกี่ยวกับความห่วงใยของเขา และเขาขอผมเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยปัญหาพรมแดนตั้งแต่การสู้รบเริ่มเกิดขึ้น”

“อาเซียนไม่มีกองกำลังแต่อาเซียนมีความปรารถนาดีที่จะแก้ปัญหาอย่างสันติ อาเซียนต้องการแก้เรื่องของอาเซียน อาเซียนจำเป็นต้องมีการหยุดยิงถาวรภายใต้การเจรจาและภายใต้ฉันทามติ” ฮุน เซน เน้นย้ำว่า “กัมพูชาต้องการแถลงการณ์จากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พร้อมการหยุดยิงถาวรในปัญหาพรมแดน  แถลงการณ์ต้องมีบุคคลที่สามลงนามกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศไทยและกัมพูชา” และ  “เป้าหมายของอาเซียนคือเปลี่ยนภูมิภาคเป็นประชาคมภายใต้แผนภูมิ”

ฮุน เซน ย้ำว่าเราจำเป็นต้องรอดูกระบวนการของอาเซียนหลังคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นปล่อยให้องค์กรในภูมิภาคได้มีบทบาท  ทางเลือกสุดท้ายคือกัมพูชาจะส่งหนังสือร้องเรียนไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ฮอลแลนด์ให้อธิบายคำตัดสิน ปี ค.ศ. ๑๙๖๒

กรณีข้อเสนอ ๔ ข้อ หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมาว่านายกรัฐมนตรีฮุน เซน กล่าวว่ากัมพูชาเรียกร้องให้ไทยลงนามหยุดยิงถาวรภายใต้การดูแลของอาเซียนในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในกรุงจาการ์ตาสัปดาห์หน้า และระบุว่ากัมพูชาจะเสนอข้อเรียกร้องสี่ข้อ รวมถึงข้อเรียกร้องเพิ่มเติมให้อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบการหยุดยิง “นี่คือข้อที่ซึ่งกัมพูชาจะเสนอและกำลังทำร่างข้อเสนอก่อนส่งไปถึงประธานอาเซียน” ฮุน เซน กล่าว “ตอนนี้ จะเห็นชัดว่าใครที่กล้าลงนามและใครที่ไม่กล้าลงนาม”

ฮุน เซน กล่าวว่าการประชุมที่จาการ์ตาจะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยซึ่งยืนยันคัดค้านการเจรจาพหุพาคีอย่างหนักแน่น จะมีความตั้งใจจริงที่จะยุติปัญหาพิพาทพรมแดนที่กำลังเดือดอยู่หรือไม่ “ผมคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่าฝ่ายไทยจะไม่รับสี่ข้อ” ฮุน เซน กล่าว “อย่างไรก็ตาม ผมจะบอกไว้ล่วงหน้าเลยว่าถ้าไทยไม่เห็นด้วยให้มีผู้สังเกตการณ์ที่นั่น กัมพูชาจะต้อนรับกองกำลังจากอาเซียนเข้ามาในเขตแดนกัมพูชาเพื่อตรวจสอบกองกำลังกัมพูชา”

ฮุน เซน เปิดเผยว่ากัมพูชายินดีรับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหรือพลเรือนจากประเทศสมาชิกอาเซียนใด ๆ และกัมพูชากำลังเตรียมเขียนหนังสือถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่เมืองเฮก เรียกร้องให้อธิบายคำตัดสินปี ๑๙๖๒ ที่ให้ปราสาทพระวิหารกับกัมพูชา

--------------------------------------
  1. ข้อตกลงเจบีซีสามฉบับ []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website