ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน เผยได้ขอให้อินโดฯ รีบส่งผู้สังเกตการณ์มาฝั่งเขมรโดยด่วนถ้าไทยยังอึกอักไม่อยากรับ และได้ยื่น ๑๔ ข้อสำหรับสังเกตการณ์ ย้ำหนักเจรจาทวิภาคีเรื่องเขตแดนกับไทยอีกจะคุยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ ไล่ให้ไปขออินโดฯ ถ้าอยากคุยเขตแดน บอกไม่คิดเลยมาร์ค-กษิตจะกล้าขอให้ถอนทะเบียนปราสาท ถ้าโคอิชิโรไม่ไปฟ้องไม่มีทางรู้ บอกหลงเข้าใจว่าค้านแผนฯ อย่างเดียว ย้ำอีกสงครามที่แท้จริง ไทยไม่แค่ทำสงครามรุกรานดินแดนแต่เป็นการทำสงครามทำลายวัฒนธรรมซึ่งน่าอดสูอย่างที่สุด
![]()
นายฮุน เซน ระหว่างกล่าวในงานฉลองวันวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓ ที่หอประชุมจตุรมุข ๓ มีนาคม ๒๕๕๔
สำนักข่าวซินหัวของจีน ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน เซน ในวันพฤหัสบดีได้ร้องขอให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์มายังพรมแดนกัมพูชาโดยด่วนหากประเทศไทยยังคงไม่เต็มใจที่จะยอมรับ
“ผมขอไปยังอินโดนีเซีย ถ้าประเทศไทยยังลังเลที่จะรับผู้สังเกตการณ์ กรุณาส่งผู้สังเกตการณ์มายังฝั่งกัมพูชาบริเวณพื้นที่พิพาทข้าง ๆ ปราสาทพระวิหารโดยด่วน” ฮุน เซน กล่าวระหว่างงานฉลองวันวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓ ที่หอประชุมจตุรมุข
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่าประธานอาเซียน อินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ได้ส่งเงื่อนไขข้อตกลงให้กับกัมพูชาและประเทศไทย ซึ่งรวมถึงขั้นตอนการบังคับบัญชาและข้อผูกพัน1 ของผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียในพื้นที่พิพาท
“เราได้ตอบคำร้องของอินโดนีเซียภายใน ๒๔ ชั่วโมง และเสนอ ๑๔ ข้อ ไปยังอินโดนีเซียเพื่อสังเกตการณ์ และเราจะเปิดมากขึ้นอีกหากจำเป็น” เขากล่าว “ผู้สังเกตการณ์จะอยู่เป็นเวลา ๑๒ เดือน และอาจจะขยายต่อไปอีก”
ฮุน เซน กล่าวอีกว่า “ถึงตอนนี้ รัฐบาลกรุงเทพบอกว่ารัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมยังไม่ได้พบหารือกันในเรื่องนี้ และหัวหน้าทหารบกไทยบอกว่าผู้สังเกตการณ์จะไม่สามารถเข้าไปสังเกตการณ์ข้างใน ได้แค่ในพื้นที่จำกัด” และย้ำว่า “ถ้าฝ่ายไทยไม่รับผู้สังเกตการณ์ กัมพูชาจะรับโดยลำพัง”
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวย้ำว่าจะไม่มีการเจรจาทวิภาคีใด ๆ กับประเทศไทยในเรืองบริเวณพิพาทพรมแดนอีก “ผมยืนยันว่าถ้าคุณ (ไทย) ต้องการเจรจา คุณต้องขออินโดนีเซีย ประธานอาเซียนให้จัดการประชุม ไม่มีการเจรจากับคุณแบบทวิภาคี”
“เราจะยังคงเจรจากับไทยก็เฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและอื่น ๆ แต่เรื่องพื้นที่พิพาทพรมแดนต้องมีการมีส่วนร่วมของประเทศที่สาม” เขากล่าว
ฮุน เซน กล่าวอีกว่าเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าผู้นำไทยจะขอให้ยูเนสโกถอนปราสาทพระวิหารจากบัญชีมรดกโลก “ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่านายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ จะกล้าขอ นายโคอิชิโร มัตสิอุระ ทูตพิเศษของยูเนสโก ให้ถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลก” และ “ตอนแรก ผมแค่คิดว่าเขาค้านเพียงแผนบริหารจัดการปราสาท แต่ทูตพิเศษพบผมเมื่อ ๒๘ ก.พ. และบอกผมว่าผู้นำไทยขอให้ยูเนสโกถอนทะเบียนปราสาท”
ฮุน เซน กล่าวว่า “กระสุนปืนครกและปืนใหญ่ ๔๑๔ ลูก ยิงโดยทหารไทยซึ่งตกลงในปราสาทในสงครามเมื่อ ๔-๗ ก.พ.” และ “นี่เป็นสงครามที่แท้จริง มันไม่ใช่แค่สงครามรุกรานแผ่นดินกัมพูชา แต่เป็นสงครามทำลายวัฒนธรรม” และย้ำว่า “เป็นการกระทำที่น่าอัปยศอดสูที่แย่ที่สุดของรัฐบาลไทย”
- procedures of control and obligation [↩]




เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากคนของเราเองไม่ตะกละตะกลาม เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ยอมขาดจิตวิญญาณ ยอมขายทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ชาติบ้านเมือง เพียงเพื่อ เงิน คำเดียว
เราต้องขอชมเชยคนเขมรที่พวกเขามีความรักชาติ เขาเพียรพยายามทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
แต่ผิดกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่ชาติเอาไว้ที่หลัง เอาความร่ำรวยของตยเองต้องมาก่อน
จริงไหมครับ?
หมูหมาที่ไหนก็ดีกว่านายกรูปหล่อทั้งนั้นแหละ เจ็บใจจริงๆ ที่เคยปลื้มมัน ตอนนี้เกลียดมันเข้าไส้
ไหนนายก บอกว่ามี MOU43 แล้วจะทำให้เขมรต้องเจรจาแบบทวิภาคี กับเราไง
ตอแหลระดับโลกแบบนี้ ใครเชื่อก็ออกลูกเป็นลิง