ฟิฟทีนมูฟ –ฮุน เซน กร้าวประชุมอินโดฯ ไทยไม่ไปก็เรื่องของไทย ส่วนเขมรจะทำเต็มที่ ถ้าล่มอีก เรื่องนี้จะไปสู่ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ฝากทูตไทยไปบอกรัฐบาลว่า ทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบด้วย ระบุทวิภาคีไร้ประโยชน์ไม่ได้การเหมือนเดิม ถ้าไทยยังดึงดันก็เหมือนเขกหัวอาเซียนแล้วเตะออกไป ยืนยันประชุม GBC ต้องที่บอกอร์และเป็นสามฝ่าย รู้หมดรัฐบาลขัดแย้งทหารส่อทำประชุมล่ม เผยเตรียมรถยนต์ วิทยุ โรงแรมไว้ให้ผู้สังเกตการณ์แล้ว
![]()
ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการกล่าวถึงไทย วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔
หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ รายงานว่า ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศเน้นย้ำว่า กัมพูชาสนับสนุนแต่เฉพาะการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่เมืองบอกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ที่จะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้เท่านั้น ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง และกัมพูชาจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนฝ่ายไทยไปร่วมด้วยหรือไม่ก็เป็นเรื่องของไทย
ฮุน เซน ได้ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นในโอกาสที่ได้รับเชิญเป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่นิสิตครูเทคนิคชั้นต้น ชั้นสูงรวม ๒,๕๖๒ คน เมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่สถาบันฝึกอบรมแห่งชาติกรุงพนมเปญ ฮุน เซน ได้กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไทยและกระทรวงต่างประเทศไทยเสนอว่าไปร่วมประชุม แต่ระดับนำอีกจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่ไป ..ยังคงต้องการหารือทวิภาคีที่ไร้ประโยชน์ ไม่ได้การเหมือนเดิม เป็นเหมือนเดิม
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้อธิบายว่า ถ้าหากฝ่ายไทยคิดแต่เรียกร้องทวิภาคี ขณะที่ประเทศอาเซียนพยายามจัดภารกิจแบบนี้ เสมอเหมือนกำจัดผู้นำอาเซียน โขกหัวอาเซียน1 เตะอาเซียนออก แต่กัมพูชาไม่ขอมีส่วนร่วมกับไทยด้วย ขอยืนยันว่าการประชุม GBC และ JBC นี้ จะจัดขึ้นที่เมือองบอกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ ๗-๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้เท่านั้น
ขณะที่หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ภาคภาษาเขมรในวันเดียวกัน รายงานว่า ผู้นำรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๘ มีนาคม ประกาศว่า ความขัดแย้งพรมแดนกัมพูชา-ไทย จะต้องถูกนำมาวางบนโต๊ะประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนพฤษภาคมนี้ หากการประชุมระหว่างกัมพูชาและไทย เพื่อแสวงหาหนทางแก้ปัญหาพรมแดน ที่เมืองบอกอร์ในเดือนเมษายนที่จะถึง ไม่ประสบผล
ฮุน เซน กล่าวในพิธีมอบเกียรติบัตรสถาบันฝึกอบรมแห่งชาติว่า “การประชุมอาเซียนในวันที่ ๗-๘ พฤษภาคม ผมจะยกปัญหานี้ขึ้นในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน” การกล่าวของนายฮุน เซน เกิดขึ้นถัดจากที่กำหนดจัดประชุมที่เมืองบอกอร์อาจชะงักไม่อาจเดินหน้าได้ หลังจากที่คณะผู้นำทหารของไทยได้ปฏิเสธเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าจะไม่ร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)
ฮุน เซน ได้แจ้งให้ทราบว่าตนได้ปรึกษากับรัฐมนตรีต่างประเทศ นายฮอ นำฮง2 ในรายละเอียดที่จะดำเนินการต่อไป หากการประชุมที่เมืองบอกอร์ไม่เกิดขึ้น โดยฮุน เซน กล่าวว่า “ผมว่าถ้าทำไม่ไป (การประชุมล้มเหลว/ไม่เกิดขึ้น) ขอให้ ฯพณฯ ฮอ นำฮง เตรียมพร้อมไว้ (สำหรับนำความขัดแย้งเขตแดนกัมพูชา-ไทย สู่ที่ประชุมอาเซียน)”
สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชา วันเดียวกันได้รายงานรายละเอียดอื่นอีกว่า ระหว่างการกล่าวในงานพิธีมอบเกียรติบัตรดังกล่าวของฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีตัวแทนสถานทูตไทยประจำกัมพูชาเข้าร่วมด้วย โดยฮุน เซน ได้ขอให้ตัวแทนสถานทูตไทยนำข้อความของตนในวันนี้ ไปแจ้งกับรัฐบาลไทยด้วยว่า การกระทำทั้งหมดที่ตัวเองได้กระทำไป ไทยต้องรับผิดชอบต่อหน้าอาเซียน และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ
ตามหนังสือของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม เสนอมายังนายฮอ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย และรวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอื่น ซึ่งนายฮุน เซน นำขึ้นมาอ่านระหว่างพิธีดังกล่าวนั้น ได้ย้ำยืนยันว่ากัมพูชาได้ตอบรับเงื่อนไขครบทั้งหมดของอินโดนีเซียทั้งการรับเอาผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย และการประชุมที่เสนอโดยประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ ๗-๘ เมษายน ๒๕๕๔ โดยฮุน เซน ได้กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้คือ ประเทศอินโดนีเซียกำลังรอการตอบจากประเทศไทย ที่ปัจจุบันกำลังมีการขัดแย้งทางความคิดกันระหว่างผู้นำรัฐบาลกับพวกแม่ทัพไทย ที่ทำให้มีปัญหายุ่งยากซับซ้อนเกิดขึ้นกับการประชุมที่เมืองบอกอร์
ฮุน เซน ได้ยืนยันว่าจะนำปัญหานี้ไปหารือในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย หากการประชุมนี้ (ที่บอกอร์) ถูกยับยั้งอีก และยังยืนยันต่อว่าความแตกต่างคือจุดยืนของกัมพูชาในการรับผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย และการเตรียมพร้อมแล้วเสร็จของกัมพูชาที่จะร่วมประชุมสามฝ่าย3 ในประเทศอินโดนีเซีย กัมพูชาได้เตรียมรถยนต์ไว้ ๕ คัน วิทยุติดต่อ และที่พักราคาแพงสำหรับผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย




ไทยเอาจริงเสียทีเถิด ปล่อยให้มันเห่าอยู่ได้
จากวันนี้ที่รัฐสภาไทย ให้เลื่อนการรับ jbc ไปไม่มีกำหนด เขมรไม่พอใจก็ดีแล้ว และที่เขมรว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับผู้นำทหารไทย แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ผู้นำทหารไทยเท่านั้น แต่ยังมี พลังรักชาติของคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย เพราะเค้าเหล่านั้นรักพระเจ้าอยู่หัว หากไทยเป็นเอกภาพเมื่อไร มีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อนั้นเขมรต้องหนาว เมื่อไรที่ ไทยยกเลิก mou43 แล้วไปใช้สนธิสัญญาไทยฝรั่งเศสปี 1904-1907 โดยยึดหลักสันบันน้ำและเลิกเป็นสมาชิกภาคีมรดกโลก เมื่อไทยมีจุดยื่นแน่นอนอย่างนี้แล้ว ไทยไม่แพ้ แต่เท่าที่ผ่านมาโดนรัฐบาลปกปิด..ทำให้ประชาชนไทยไม่พอใจรัฐบาลของตัวเอง ยังดีที่มีคนรู้ทัน…
จะไปลงนรกหลุมไหนก็ไปคนเดียวเถอะไอ้บอดยอดเนรคุณเอ๊ย…..ของๆคนอื่นอยากได้ดีนักทีแผ่นดินตัวเองยังเสือกยกให้เวียตนาม…กิเลสน่ะท่วมตัวหมดแล้วไอ้ควายบอดเอ๊ย. เคยมาพึ่งพาอาศัยไทยพอมหาอำนาจรุมตอมแห่แดกนำมันและแก๊สในทะเล. ตอนนี้ทำตัวพองลมลืมคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เคยช่วยเหลือ. เดรัจฉานอย่างมึงนี่อเวจีคงน้อยไป. นี่ถ้ากูมีอำนาจเหมือนผ.บ.ท.บ.ป่านนี้กูคงถล่มมึงถึงพนมเปญแล้ว. อย่ากำแหงมากไอ้บอด. ไอ้ควายจอมเนรคุณ. แล้วอย่าลืมเอาพวกเศษมนุษย์จ้องแต่จะขายชาติตัวเองในเมืองไทยมึงเอาพวกมันไปอเวจีกับมึงด้วย. หน้าด้าน..หน้าหนายิ่งกว่า…ส้นตีนรองเท้าคอมแบท….สภาล่ม2ครั้งในระยะเวลาแค่4วันหน้าด้านเสียอย่างยังไงก็ไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ…..โครตด้านเหลือเกิน….ไอ้สมองหมาปัญญาควายเอ๊ย…หน้าด้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไอ้ควายหน้าด้าน. กูละแสนอายแทนมึงจริงๆ….ไอ้ผู้ดีหน้าด้าน.