บ่างฮวยเซงยุแยงพม่า-ลาว–โอดปัญหาพรมแดนพึ่งได้แต่ศาลโลก จีน-เวียตเมินช่วย

ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน นายกฯ เขมรโอดเขมรพึ่งพาได้ก็แต่ศาลโลก เคยขอจีนและเวียดนามมาช่วยเขาก็บอกไทยกับเขมรเป็นมิตรกัน ช่วยอะไรไม่ได้ ฮุน เซน ย้ำให้แยกแยะมิตรดีมิตรเลว เผยทำหนังสือไปยุแยงลาวและพม่าว่าถ้าไทยตีเขมรได้ก็จะไปตีลาวตีพม่าต่อ เพราะมีปัญหาขัดแย้งกันมานาน ตอนนี้ไทยกำลังบี้ไม่ให้เขมรเอะอะโวยวาย

ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่  ๑๘ พฤษภาคม ๕๔
ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่  ๑๘ พฤษภาคม ๕๔

ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนชาติสาย ๔๑ ในเขตกำปงสปือ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบุว่าปัญหาพรมแดนนั้นเขมรจะพึ่งพาได้ก็เฉพาะแต่ศาลโลกที่กรุงเฮก ทั้งนี้ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวซีอีเอ็นของกัมพูชา วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔

นายกรัฐมนตรีของกัมพูชากล่าวว่า เกี่ยวกับปัญหาพรมแดนพระวิหาร หรือที่ตาเมือนและตาควาย กัมพูชาไม่สามารถพึ่งพาองค์การสหประชาชาติ หรือบรรดามิตรประเทศได้ เพราะเขาไม่มีเวลามาแก้ปัญหาเขมรเลย คือต้องพึ่งตัวเอง กล่าวคือ นำเรื่องไปศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่กรุงเฮก ให้ตีความคำพิพากษา ค.ศ. ๑๙๖๒1 อีกครั้ง

ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่  ๑๘ พฤษภาคม ๕๔ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่  ๑๘ พฤษภาคม ๕๔ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่  ๑๘ พฤษภาคม ๕๔
ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการก่อสร้างถนนสาย ๔๑ ที่เขตกำปงสปือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินการก่อสร้างจากประเทศจีน เมื่อช่วงเช้าวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๕๔ (คลิกเพื่อขยายดูภาพใหญ่)

การประกาศดังกล่าวของฮุน เซน สำนักข่าวซีอีเอ็นมองว่าเป็นการต้องการตอบโต้พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา ที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาผ่านช่องทางข้อตกลงที่กรุงปารีส หากแต่ ฮุน เซน มองว่าข้อตกลงสันติภาพที่กรุงปารีสไม่มีกลไกการแก้ปัญหาลักษณะนี้ ส่วนบรรดามิตรประเทศก็ไม่สามารถร่วมแก้ปัญหาของเขมรได้ ฮุน เซน ยืนยันว่าได้ยกปัญหานี้ไปพูดคุยกับจีนและเวียดนามแล้ว แต่ประเทศทั้งสองมักยืนยันว่ากัมพูชาและไทยเป็นมิตรประเทศกัน ประเทศทั้งสองไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แจ้งไปอีกครั้งว่า ขอให้มองด้วยว่ามิตรไหนดีมิตรไหนเลว อย่ารู้แต่ว่าเป็นมิตรเหมือนกันเท่านั้น

นอกจากนี้ ฮุน เซน ระบุว่าได้ส่งหนังสือไปยังประเทศลาวและพม่าแล้วว่า เวลานี้ไทยกำลังตีกัมพูชาบี้ไม่ให้เอะอะ เพราะว่าถ้าไทยตีกัมพูชาได้ ไทยจะไปตีลาวและพม่าต่ออย่างแน่นอน เพราะประเทศทั้งสองนี้ก็มีความขัดแย้งกับไทยมานานแล้ว

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพของกัมพูชา รายงานคำกล่าวของฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กล่าวว่า บรรดาประเทศจำนวนหนึ่งเขามองว่า กัมพูชาและเป็นมิตรของกันและกัน หากแต่เขาลืมคิดว่ามิตรมันมีเลว มีดี ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องพูด ผู้ใดเลว ผู้ใดดี เขาได้ทราบหมดแล้ว..เป็นธรรมดา ประเทศที่รุกรานเขา คือมันต้องเลวอยู่แล้ว  เขามองเห็นแบบนั้น

ฮุน เซน เน้นอีกว่า บรรดาประเทศจำนวนหนึ่งนั้น มีความเกี่ยวข้องด้านการค้าขายกับไทย เขาไม่กล้าว่าอะไรเกี่ยวกับการละเมิดของไทยต่อกัมพูชา เขากลับพูดว่ามิตรแท้ ถ้าไทยมองว่ากัมพูชาเป็นมิตรแท้ ไทยต้องไม่สร้างความขัดแย้งรุกรานกัมพูชาด้วยกำลังทหารและอาวุธหนัก คือควรแก้ปัญหาตามช่องทางกฎหมาย ทั้งกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงและท้องถิ่น ในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการก่อสร้างทางหลวงสาย ๔๑ ซึ่งมีความยาว ๙๕.๒๘ กิโลเมตร เชื่อมทางหลวงหมายเลข ๔ ในเขตกัณดาล กับทางหลวงหมายเลข ๓ อำเภอดงตง เขตกำปต เมื่อเวลา ๘ โมงเช้า วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ถนนสายดังกล่าวก่อสร้างโดยการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลจีนและจากงบประมาณรัฐบาลกัมพูชาเอง ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทของประเทศจีน ใช้เงินทุนทั้งสิ้น ๔๖.๒๕ ล้านดอลลาห์สหรัฐ (ประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท) ใช้ระยะเวลา ๔๐ เดือน กำหนดแล้วเสร็จ พ.ศ.๒๕๕๗

--------------------------------------
  1. พ.ศ. ๒๕๐๕ []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website