ฮวย เซง บอกทักษิณไม่ใช่สินค้า — ยื่นคำขาดไทยต้องถอนทหารจากพระวิหารถึงจะดีกัน!!

ฟิฟทีนมูฟ — สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮวย เซง อีกแร้วครับท่าน ออกมาประกาศว่าทักษิณไม่ใช่สินค้าที่จะเปลี่ยนมือ เป็นเพื่อนที่ดีของฮวย เซง กร้าวเรื่องให้ทูตกลับแค่ทำให้ภาพดี แต่ถ้าจะให้ดีกันไทยต้องถอนทหารออกจากพระวิหาร

ฮุน เซน
สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่คนไทยบางส่วนเรียก “ฮวย เซง”

หนังสือพิมพ์ดืมอัมปึลรายงานจากกรุงพนมเปญวันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน เซน กล่าวปาฐกถาในงานฉลองรับปริญญาของมหาวิทยาลัยหนึ่งในพนมเปญในวันพุธว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ไม่ใช่สินค้าที่จะเปลี่ยนจากมือหนึ่งไปยังอีกมือหนึ่ง อดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ใช่สินค้าสำหรับการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงทางการทูตและการเมือง

ฮุน เซน ระบุว่า สิ่งสำคัญสุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นปกติเต็มที่ คือ ทหารไทยต้องถอนออกจากเขตอธิปไตยของกัมพูชา

เขากล่าวย้ำประเด็นอดีตนายกฯ ทักษิณ ว่าแม้ได้ลาออกจาการเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาแล้ว แต่ยังเป็นเพื่อนที่ดีของฮุน เซน  เขายังกล่าวต่ออีกว่าการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นเป็นแค่การเปลี่ยนภาพความสัมพันธ์ แต่สิ่งซึ่งเป็นแก่นคือการ “รุกล้ำ” จากทหารไทยบนแผ่นดินกัมพูชา ปัญหาความสัมพันธ์ทางการทูตไม่ได้มาจาก ดร.ทักษิณ  

เขากล่าวในทำนองเปรียบเทียบว่า “ผมไม่สามารถยิ้มให้คุณได้ และผมไม่ได้มีความสุขนักขณะคุณจับมือผมแต่เท้าคุณเหยียบบนเท้าผม”

ในการกล่าวปาฐกถา ฮุน เซน กล่าวย้ำหนักแน่นว่า กัมพูชายังคงร้องขอความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศให้เข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาเขตแดน อย่างน้อยที่สุด เอกสารจากการประชุมสามครั้งก่อนหน้าจะต้องผ่านการเห็นชอบจากฝ่ายไทยก่อน และทหารไทยต้องกลับไปยังแผ่นดินตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถคุยกันต่อได้ ทหารไทยได้รุกล้ำแผ่นดินกัมพูชาใกล้ปราส่าทพระวิหารตั้งแต่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ หลังจากกัมพูชาประสบความสำเร็จในการขึ้นทะบียนปราสาทเป็นมรดกโลก

ประเทศไทยส่งทูตกลับมายังกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลัง ดร.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา ความสัมพันธ์ทางการทูตจึงกลับมาอีกครั้ง ในการประชุมที่กรุงบรัสเซลการพูดคุยกับฝ่ายไทยเป็นไปได้แต่จะไม่มีการเจรจาปัญหาเขตแดน แต่จะคุยกันในประเด็นการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ..ฮุน เซน กล่าว

หมายเหตุฟิฟทีนมูฟ: เขมรนี่ก็แปลก เอะอะก็กุขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ นับเอาวันที่ตัวเองขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นวันที่ไทยรุกล้ำดินแดน

———-

อัปเดต (๒๐.๐๐ น.):

สำนักข่าวซินหัวของจีน (Xinhua News Agency) รายงานข่าวเดียวกันนี้ว่า นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชาได้เรียกร้องให้รัฐสภาไทยผ่านความเห็นชอบข้อตกลงที่จัดทำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเพื่อแก้ปัญหาเขตแดน เขาระบุว่าหากข้อตกลงได้ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาไทยก็จะเป็นการปูทางสำหรับทั้งสองประเทศให้เกิดการเจรจาที่ราบรื่นต่อเนื่องและช่วยแก้ปัญหาเขตแดน

ข้อตกลงทั้งสามฉบับอ้างถึงการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมที่จะพิจารณาการจัดวางกำลังทหาร การปฏิบัติการจริงของการจัดตั้งกำลังทหารในพื้นที่ใกล้วัดแก้วสิกขาคีรีสวาราและปราสาทพระวิหาร และการร่วมกันจัดทำเขตแดน

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเช่นกันว่าพร้อมที่จะจัดการเจรจากับนายกรัฐมนตรีของไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการพบปะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในหลายการประชุมทีกำลังจะเกิดขึ้น อย่างเช่นการประชุมเอเชีย-ยูโรปในกรุงบรัสเซลต้นเดือนตุลาคม การประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงเวียนนนปลาเดือนตุลาคม หรือการประชุมผู้นำ ACMECS ที่จะจัดขึ้นในกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายน

เขาระบุว่าการเจรจาแบบทวีภาคีจะครอบคลุมปัญหาหลายด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมและไม่จำเป็นต้องพูดคุยประเด็นปัญหาเขตแดนเพียงเรื่องเดียว นอกจากโอกาสที่จะได้พบกัน ณ จุดที่เป็นกลาง ๆ อย่างการประชุมดังกล่าว ช่องทางหรือโอกาสอื่นก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหา (ฟิฟทีนมูฟ: แปลความว่าถ้าไม่คิดจะคุยกันในที่ประชุมเหล่านี้ ก็ไม่ต้องคิดจะคุยกันที่อื่น ๆ)

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าถ้าปัญหาเขตแดนยังไม่มีทางออก องค์กรภายนอกอาจมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และกัมพูชาไม่สามารถคอยได้นานนัก

หมายเหตุฟิฟทีนมูฟ: สำนักข่าวภายในกัมพูชากับภายนอกให้ข่าวในบางประเด็นแทบจะเป็นคนละเรื่อง

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.