ฟิฟทีนมูฟ — หน่วยสื่อและตอบโต้เร็วเขมรออกบทวิจารณ์บรรยายความเสียหายจากการรุกรานของไทย ระบุไทยใช้ทั้งทหารราบและปืนใหญ่โจมตีเขมร ทำชาวเขมรบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำชาวบ้านต้องทิ้งบ้านเรือนหนีตายร่วมหมื่น มีทั้งเด็กและคนชรา มีเป้าหมายชัดเจนต่อพลเรือน ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและศาสนา วัดแก้วฯ เป็นเป้าหมายแรกที่ไทยอยากทำลายและมีการยิงปืนใหญ่เข้าใส่ปราสาทอย่างเป็นระบบทำประตูเสียหายทั้งแถบ ระบุว่าเป็นการข่มขู่ถ้าไม่ได้มาก็ทำลายทิ้ง และจงใจปกปิดโดยห้ามยูเนสโกเข้าพื้นที่ ว่าอีกไทยใช้ครัสเตอร์บอมบ์และแก๊สพิษที่จะเป็นอันตรายต่อเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เป็นภัยต่อสวัสดิภาพของชาวบ้าน
![]()
ทหารกัมพูชาหลับพักผ่อนบนปราสาทหลังการปะทะกับทหารไทย ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
หน่วยสื่อและตอบโต้เร็วในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีออกบทวิจารณ์ “ความเสียหายจากการรุกรานของไทย” เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (พิมพ์เผยแพร่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔) ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงดังนี้
————————————————————
บทวิจารณ์
ความเสียหายจากการรุกรานของไทย
เพียงแค่สี่วันของการรุกราน (๔-๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔) กำลังทหารไทยได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อปราสาทพระวิหารและอาณาบริเวณ และต่อพื้นที่ของกัมพูชาห่างจากปราสาทเข้ามา ๒๐ กิโลเมตร
ในการโจมตีของไทยทั้งทหารราบและปืนใหญ่ ทหารกัมพูชาสี่รายและตำรวจหนึ่งรายเสียชีวิตและอีก ๓๐ ได้รับบาดเจ็บ การยิงกระสุนปืนใหญ่ไทยได้สังหารราษฎรกัมพูชาสองคนและอีกหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บ
เห็นชัดว่าปืนใหญ่ไทยมีเป้าหมายอย่างจงใจต่อทั้งพื้นที่พลเรือนและงานทางวัฒนธรรมและศาสนาของกัมพูชา
ดังผลของการโจมตี ราษฎรถูกบีบให้ต้องหนีออกจากสวายจรุม1 หมู่บ้านธรรมชาติพระวิหาร2 หมู่บ้านเตโจบุสสบุว3 และหมู่บ้านเซนเช็ย4 หากความตั้งใจคือต้องการสร้างให้เกิดผู้อพยพจำนวนมากซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่กัมพูชายุ่งยากที่จะตอบโต้การโจมตีของไทย ซึ่งนั่นก็คือผลลัพธ์ ชาวบ้านกัมพูชาประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ในนั้นเป็นเด็กประมาณ ๑,๐๐๐ คนและคนชราอีก ๕๐๐ คน ถูกบีบบังคับให้หลบหนีทิ้งบ้านเรือน
เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและศาสนา รวมถึงความเสียหายร้ายแรงต่อวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งเป็นเป้าหมายแรกในการโจมตีของไทยเมื่อ ๔ กุมภาพันธ์ เป็นอาชญากรรมยิ่งว่าคือการยิงกระสุนปืนใหญ่อย่างเป็นระบบเข้าใส่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งรับปืนใหญ่ตลอดแนวความยาว เกิดความเสียหายต่อโคปุระทั้งห้า กระสุนปืนใหญ่จำนวนมากประกอบด้วยระเบิดครัสเตอร์5 หมายความว่าทั้งตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบส่วนมากปนเปื้อนไปด้วยลูกระเบิดย่อยที่ยังไม่ระเบิด
ไม่มีทางใดเลยที่ทั้งวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระหรือปราสาทพระวิหารจะควรถูกมองเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม ความเสียหายโดยเจตนาของทหารไทยดูว่าถูกออกแบบเพื่อให้สนองการข่มขู่ “ถ้าเราไม่ได้ตามวิธีของเรา เราสามารถทำลายปราสาท นั่นคือ รัฐบาลไทยได้ขู่จะทำลายอะไรที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ”
ความเสียหายโดยจงใจที่ปราสาทก็อธิบายการยืนกรานซ้ำ ๆ ของรัฐบาลไทยที่ว่าไม่ควรมีตัวแทนยูเนสโกใด รวมถึงทูตพิเศษโคอิชิโร มัตสึอุระ ไปเยือนปราสาทเพื่อตรวจสอบความเสียหายจากการทำลายล้าง
การใช้ครัสเตอร์บอมบ์อย่างกว้างขวางในการโจมตีของไทยได้ถูกบันทึกโดยผู้สังเกตการณ์อิสระ ขณะที่ทั้งกัมพูชาและประเทศไทยต่างก็ไม่ได้ลงนามอนุสัญญาป้องกันการใช้อาวุธเช่นนั้น การใช้อาวุธของไทยต่อเป้าหมายที่ไม่ใช่ทหารละเมิดอย่างชัดเจนต่อกฎหมายสงคราม6 ระเบิดย่อยที่ยังไม่ระเบิดจำนวนมากนั้นแน่นอนว่าเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ซึ่งไม่เข้าใจว่ามันอันตราย การดูถูกที่เหมือนกันต่อสวัสดิภาพของพลเรือนคือหลักฐานในการใช้กระสุนปืนใหญ่ของประเทศไทยที่บรรจุแก๊สพิษซึ่งยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้ต่อหมู่บ้านอันสงบสุข
บทวิจารณ์โดยหน่วยสื่อและตอบโต้เร็ว สำนักนายกรัฐมนตรี
————————————————————




แล้วหน่วย “โต้ตอบช้า” ของเราว่าไง หรือว่าเล่นบท ใบ้ บอด บ้า ต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกว่าสังเกตดูดีๆ วันนี้จะมีทุกกลุ่มออกมาว่า เรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ อยากถามว่ารัฐธรรมนูญมีหมวดเดียวหรือที่เป็นสิทธิ มีหมวดที่เขียนคำว่า หน้าที่ประชาชนชาวไทยที่มีต่อประเทศ หน้าที่ต่อสังคม ต่อครอบครัว ต่อสาธารณะหรือไม……..
หน้าที่ของทหารบกอาชีพในยุคที่มี ผบ.ทบ. ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ “ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย” ผบ.ทบ.พูดหยุดแค่นี้ แต่ที่ถูกต้องแล้ว ผบ.ทบ.คนนี้ต้องพูดต่อด้วยว่า “คำสั่งนั้นต้องสั่งให้ปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมายด้วย”
ด้วยเหตุที่ พลเอก ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.พูดเป็น พูดได้แต่ท่อนแรก จึงเกิดเหตุการณ์ที่รัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมายสั่งให้ ทหารบกห้ามทำอะไร ต้องปล่อยให้เขมรเข้ามายึดครองแผ่นดินรอบเขาพระวิหาร
อย่างนี้ใช่ไหมคือหน้าที่ของทหารบกไทยในยุคที่มี ผบ.ทบ.ชื่อ พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา
สิทธิของนายทหารไทยระดับนายพล รมต.กลาโหม, ๕ เสือ(?) ทบ. แม่ทัพภาคที่ ๒ (ดูจากพฤติกรรม และ กระแสข่าวตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ถึงปัจจุบัน
๑. ของบประมาณไปซื้ออาวุธ แล้วอาวุธที่ซื้อนั้นมีคุณภาพต่ำกว่าราคาที่จ่ายไป (เลยเป็นข้ออ้างที่ไม่อยากรบเพื่อปกป้องราชอาณาเขต) เช่น
-เรือเหาะ ซื้อมาแล้วมันไม่เหาะสมชื่อ
-เครื่องตรวจระเบิด GT200 ที่มีสถานะเป็นได้แค่ไม้ล้างป่าช้า ทำให้ลูกน้องและประชาชนต้องตายไปเพราะเชื่อในคุณภาพของเครื่องมือ
-รถหุ้มเกาะ ที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รถมาใช้สักกะที
๒. สิทธิที่จะไม่อยากรบ เพราะกลัวบาดเจ็บ พิการ และ ตาย
๓. สิทธิที่จะเรียกรับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่าง เพื่อความอยู่ดีกินดี
ฯลฯ
นี่ใช่ไหม คือ สิทธิของนายพลทหารไทย
หลับเถิดทหารกล้า
ปวงประชาจะคุ้มภัย
อยากขอถาม ตั้งนายพลตรีไปจนถึงนายพลเอกทุกๆคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า
๑. มีกฏหมายข้อไหนที่สั่งให้พวกคุณต้องปกป้องคุ้มครองรัฐบาลขายชาติ บอกมาหน่อยสิพวกนายพลทั้งหลาย
๒. หากพวกคุณบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ขายชาติ ประเทศไทยยังไม่เสียดินแดน ก็อยากเรียกร้อง ท้าทาย ให้นายพลทั้งหลายไปเอาแผ่นที่ที่ถ่ายด้วยดาวเทียมเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ มากางดู ดูสิว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ พวกเขมรเขาอยู่กันตรงไหน คนไทยอยู่กันตรงไหน
แล้วพวกนายพลทั้งหลายช่วยเดินนำหน้าประชาชนเข้าไปปักหลักพักค้าง กิน นอน ถ่าย ในพื้นที่เหล่านั้นสักเดือนโดยไม่ต้องไปขออนุญาตเขมรได้ไหม กล้าไหม กล้าไหม กล้าไหม
จะต้องกลัวอะไร ก็พวกคุณไม่ใช่หรือบอกว่า ประเทศไทยยังไม่เสียดินแดน เมื่อยังไม่เสีย ทำไมพวกคุณจะนำประชาชนเข้าไปไม่ได้
?????????????????????????????????
ไปพิสูจน์กันด้วยการกระทำ ดีกว่าเอาแต่พูดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ไม่กล้าทำจริง ไม่กล้าไปพิสูจน์ความจริง
ถ้าทหารไทย ตำรวจไทยตอนนี้ใจไม่กล้า กลัวเจ็บกลัวตาย ก็ให้ถอยออกมานอนพักผ่อนที่บ้านหรือเปลี่ยนอาชีพทำอย่างอื่น แล้วให้ลองตั้งอาสาสมัครพลเรือนมารับสมัครออกรบแทนดีใหม ยังมีคนไทยอีกเยอะต้องการรบและพลีชีพเพื่อสงครามชิงดินแดนที่เสียไปครั้งนี้
ไอ้พวกเขมรมันข่างคิดเหลือเชื่อจริงๆ แต่งเรื่องเป็นฉากๆ สมเป็นอัจฉริยะเชิงมุสาศาตร์ ต้องปรบมือให้
ชงเองกินเอง สันดานเขมร เหอๆ ถ้าเขาเอาจริงไม่เล่นขายของมรึงไม่ได้มีโอกาสมาโชว์ผลงานหรอกที่เสร่อยิงมาก่อน
เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากคนของเราเองไม่ตะกละตะกลาม เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ยอมขาดจิตวิญญาณ ยอมขายทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ชาติบ้านเมือง เพียงเพื่อ เงิน คำเดียว
เราต้องขอชมเชยคนเขมรที่พวกเขามีความรักชาติ เขาเพียรพยายามทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
แต่ผิดกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่ชาติเอาไว้ที่หลัง เอาความร่ำรวยของตยเองต้องมาก่อน
จริงไหมครับ?