วีระยันหนักแน่นอยู่บนแผ่นดินไทย ตบหน้าศาลเถื่อนฟังความข้างเดียว

ฟิฟทีนมูฟ – ศาลเถื่อนพนมเปญตัดสินจำคุกวีระ ๘ ปี พร้อมปรับ จำคุกนางราตรี ๖ ปี ฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย เข้าฐานทหารและจารกรรมข้อมูล ผู้พิพากษาอ้างมีหลักฐานพอ ขณะที่วีระโต้ศาลฟังความข้างเดียว ท้าให้ไปเดินดูที่ชายแดน พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ ยืนยันหนักแน่นตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย

veera_leaving_court_lina
นายวีระ สมความคิด ระหว่างการถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำหลังการตัดสินของศาลนครพนมเปญ

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ค่ำวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ รานงานข่าวการตัดสินคดี ๒ คนไทยที่พนมเปญ โดยระบุว่า ศาลนครพนมเปญตัดสิน ๒ คนไทย ซึ่งมีนักเคลื่อนไหวเสื้อเหลือง นายวีระ สมความคิด รวมอยู่ด้วย ให้จำคุกยาวในคดีที่ได้รับความสนใจสูงซึ่งจะสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกรุงเทพกับพนมเปญ

ในการพิจารณาคดีที่ใช้เวลาเต็มวัน ผู้พิพากษา สึส สม อาต (Suos Sam Ath) เห็นว่านายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ เลขานุการ มีความผิดในฐานจารกรรมข้อมูล เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และเข้าฐานที่ตั้งทหารโดยผิดกฎหมาย

นายวีระ อายุ ๕๓ ปี ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา ๘ ปี และปรับเป็นเงิน ๑.๘ ล้านเรียล (ประมาณ ๑๓,๘๐๐ บาท) ขณะที่นางราตรีได้รับโทษจำคุก ๖ ปี

ระหว่างการพิจารณาคดี สึส สม อาต ปฏิเสธคำร้องของผู้ต้องหาให้ทำการสอบสวนคดีใหม่ โดยกล่าวว่า “ศาลพบว่าพวกเขาเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เข้าฐานที่ตั้งทหารด้วยความมุ่งร้าย และรวบรวมข้อมูลซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการป้องกันชาติ” และ “ศาลมีความเห็นไม่พิจารณาคำร้องของจำเลยที่ให้มีการสอบสวนคดีใหม่ เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา”

ระหว่างการไต่สวน นายวีระยืนยันปฏิเสธศาล ให้ยกฟ้องตนและยืนยันว่าถูกจับกุมในแผ่นดินไทย โดยนายวีระกล่าวกับผู้พิพากษาว่า “ผมไม่มีความต้องการใดที่จะเข้าไปยังฐานที่ตั้งทหาร หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ศาลรับฟังแต่กัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่พิจารณาความเห็นของผม ดังนั้นมันไม่ยุติธรรมสำหรับผม” และ “ผมเรียกร้องให้ศาลไปสอบสวนที่ชายแดนใหม่ แล้วผมจะออกค่าใช้จ่ายให้ ถ้าศาลพบว่ามันเป็นดินแดนของกัมพูชา ผมจะยอมรับความเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม ผมยังยืนยันหนักแน่นในมุมมองของผมว่าเป็นแผ่นดินไทย

หลังคำตัดสิน ตำรวจได้ควบคุมสองคนโดยรถควบคุมตัวผู้ต้องหาไปยังเรือนจำปรัยซอร์ นายเพชร วิเจกา (Pich Vicheka) ทนายชาวกัมพูชาซึ่งเป็นตัวแทนผู้ต้องหาทั้งสอง เปิดเผยว่าจะคุยกับลูกความว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ และปฏิเสธให้ความเห็นต่อคำตัดสินของศาล

นายเชียง วันนาริต (Chheang Vannarith) ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อความร่วมมือและสันติภาพกัมพูชา1 ระบุว่าการตัดสินคดีนายวีระและเลขานุการจะมีผลเพียงเพิ่มความกดดันกับรัฐบาล “ผมคิดว่ากลุ่มเสื้อเหลืองจะยกระดับการชุมนุม ประท้วงให้อภิสิทธิ์ต้องเพิ่มแรงกดดันที่ชายแดน ผมคิดว่าปัญหาอยู่ที่ฝ่ายไทย ไม่ว่าฝ่ายไทยจะต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ก็ตาม”  เขาเพิ่มเติมว่าหากไทยตัดสินใจใช้กำลังจะทำได้แค่เพิ่มความตึงเครียด แต่ไม่มีผลต่อจุดยืนของกัมพูชาในการจับกุม

--------------------------------------
  1. Cambodian Institute for Cooperation and Peace []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website