ฟิฟทีนมูฟ – กท.ยุติธรรมเขมรเผยได้รับหนังสือขออภัยโทษวีระ-ราตรีแล้ว เมื่อ ๒๒ มี.ค. แต่ระบุเอกสารไม่ครบ ขาดคำตัดสินของศาลที่จะต้องใช้เป็นฐานพิจารณา ดังนั้นจะต้องใช้เวลาอีกนาน ระบุตามขั้นตอนทางกฎหมายฝ่ายคดีอาญาของกระทรวงต้องทำรายงานเสนอไปยัง รมต. ก่อนจะเสนอฮุน เซน พิจารณายื่นไปยังสีหมุนี
![]()
แฟ้มภาพ: นายวีระ สมความคิด ระหว่างถูกนำตัวขึ้นศาลพนมเปญเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๔
นครวัตนิวส์ และวิทยุฝรั่งเศสสากล1 ภาคภาษาเขมร วันที่ ๒๓ มีนาคม รายงานความคืบหน้ากรณีการยื่นขออภัยโทษของสองคนไทยว่า หนังสือขออภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชาของสองนักโทษคนไทย คือ นายวีระ สมความคิด และผู้ติดตามส่วนตัว นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ได้ถูกส่งถึงกระทรวงยุติธรรมแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงยุติธรรมกำลังตรวจสอบหนังสือขออภัยโทษดังกล่าวเพราะเอกสารที่ได้รับไม่ครบถ้วน
เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ ๒๒ มีนาคม รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายอังค์ วงส์วัฒนา2 ได้เกษียนหนังสือเสนอขออภัยโทษของสองคนไทย สั่งการไปให้ประธานแผนกกิจการคดีอาญาทำการศึกษารายละเอียดคำขอดังกล่าว
เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม นายปึว บุนเธือน3 ประธานแผนกกิจการคดีอาญา กล่าวยืนยันว่ากระทรวงได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว แต่ยังขาดเอกสารอีกอย่างคือคำตัดสินของตุลาการ ที่เป็นมูลฐานเบื้องต้นสำหรับการพิจารณาหนังสือเสนอขออภัยโทษของสองคนไทย
นอกจากนี้ นายปึว บุนเธือน ได้ยืนยันว่าตามขั้นตอนทางกฎหมาย หัวหน้าสำนักงาน (แผนกกิจการคดีอาญา) จะต้องทำรายงานเสนอไปยังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมก่อน แล้วจึงค่อยเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเสนอขออภัยโทษกับกษัตริย์กัมพูชาต่อไป แต่ขั้นตอนทางกฎหมายดังกล่าว ตามขั้นตอนคือต้องใช้เวลานาน โดยเอกสารหนังสือที่ยังไม่ครบถ้วน เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เอกสารที่เสนอมายังกระทรวงยุติธรรมมีแค่หนังสือเสนอขออภัยโทษของสองคนไทย บันทึกของสถานทูตไทย และหนังสือของกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาเท่านั้น ยังขาดเอกสารอีกอย่างคือคำตัดสินของตุลาการที่จะใช้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพิจารณา




เดี๋ยวครบก็หาเหตุอ้างไปเรื่อย ตามสันดานมัน และไอ้ตัวชักใยในไทย
เลวกันถ้วนหน้า ขอให้มันจงพินาศฉิบหายในเร็ววัน
Khun KeRo, I agree with what you said. The evil four (Apisit, Kasit, Prawit, and Suthep) want to get rid of Khun Weera and Khun Ratree. May they all meet a miserable death! May Prasiamthewatirad protect Khun Weera and Khun Ratree and bring them back home safely very soon.
พวกเราคนไทยที่รักชาติ ต่างสำนึกในบุญของคุณวีระและคุณราตรี ขออำนาจศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดอภิบาล รักษาท่านทั้งสองให้ผ่านพ้นวิกฤติภัยในครั้งนี้และให้อยู่รอดปลอดภัยกลับมายังบ้านเกิดของเราด้วยเทอญ
Satu, satu, satu! Let’s all pray for Khun Weera and Khun Ratree’s safe return soon.
พวกเราคนไทยที่รักชาติ ต่างสำนึกในบุญของคุณวีระและคุณราตรี ขออำนาจศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดอภิบาล รักษาท่านทั้งสองให้ผ่านพ้นวิกฤติภัยในครั้งนี้และให้อยู่รอดปลอดภัยกลับมา ยังบ้านเกิดของเราด้วยเทอญ…ส ธุ สาธุ สาธุ
ถึง ผู้พิพากษาทุกๆคนของทุกๆสถาบันศาล
จุดยืนที่เหนือกว่า โดย ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล
Posted on 18 March 2011 by n/e – 13:22 น.
ฟิฟทีนมูฟ – ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล เขียนบทความ “จุดยืนที่เหนือกว่า” เตือนรัฐสภาก่อนลงมติรับรองผ่านบันทึกข้อตกลงเจบีซี ๓ ฉบับ ขณะ MOU43 ซุกแผนที่ ๑: ๒๐๐,๐๐๐ ที่จะเป็นมหันตภัยใหญ่หลวงนำไปสู่การเสียดินแดน ย้ำไทยกับเขมรปักปันเขตเสร็จสิ้นแล้วเมื่อ ๑๐๓ ปีก่อน แผนที่ฯ ไม่ถูกต้องและศาลโลกไม่เคยรับรอง พื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. เป็นของไทย ไม่มีส่วนใดทั้งทางบกและทะเลที่จะเรียกว่าพื้นที่พิพาทได้ และเจบีซี-จีบีซีมีหน้าที่เพียงตรวจสอบหลักเขตไม่ใช่คณะกรรมการปักปัน
ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ ทนายประสานงานคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕
——————————————————
จุดยืนที่เหนือกว่า
ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งฝ่ายบริหารกำลังจะเสนอรายงานของ JBC ไทย-กัมพูชา เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติอันได้แก่รัฐสภาไทยรับรองให้ความเห็นชอบนั้น ข้าพเจ้าขอตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารดังกล่าวได้ซ่อนเงื่อนงำอันจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างร้ายแรงของประเทศชาติ โดยสุ่มเสี่ยงต่อการหยิบยื่นดินแดนไทยทั้งหมดในบริเวณเขาบรรทัดซึ่งกำหนดให้เส้นสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตธรรมชาติตามความตกลงระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และได้มีการยืนยันโดยสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๗
ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น ได้กระทำเสร็จสิ้นไปแล้วทุกขั้นตอนโดยคณะกรรมการปักปัน เขตแดน ๒ ชุด ในการประชุมกรรมการชุดแรกในปี ค.ศ. ๑๙๐๕-๑๙๐๖ และในปี ค.ศ. ๑๙๐๗ กรรมการชุดที่สองได้ปักหลักเขตไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยฝ่ายไทยได้เสียดินแดนเพิ่มเติม จากเดิมที่ทะเลสาบเป็นของไทยตั้งแต่แม่น้ำโรลูออส (สตรึง โรลูออส) และครึ่งหนึ่งของทะเลสาบ รวมทั้งเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ
ในปี ค.ศ. ๑๙๐๗ คณะกรรมการชุดที่สองได้ยืนยันเขตแดนธรรมชาติโดยใช้สันปันน้ำตามที่ได้ตกลงกันเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๐๔ ตลอดแนวทิวเขาบรรทัด (เขาดงรัก) ๑๙๕ กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบกถึงช่องสะงำ และได้ปักหลักเขตแดนเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่หลักที่ ๑ ที่ช่องสะงำจนถึงหลัก ๗๓ ที่หาดเล็ก เดิมใช้หลักไม้ (ค.ศ. ๑๙๐๗) ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นหลักหินเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๑๘ รวมทั้งสิ้น ๗๓ หลัก เป็นระยะทาง ๖๐๓ กิโลเมตรโดยประมาณ กับบริเวณสันปันน้ำ ๑๙๕ กิโลเมตรซึ่งเป็นเขตแดนธรรมชาติที่ไม่จำเป็นต้องปักหลัก รวมทั้งสิ้น ๗๙๘ กิโลเมตร
หลัก ๗๓ ซึ่งเป็นหลักเขตสุดท้ายมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการปักปันได้ยึดถือตามพิกัดที่เล็งจากยอดเขาสูงสุดที่เกาะกูดมายังชายทะเลในอ่าวไทยทางทิศตะวันออกเป็นหลักเขตที่ ๗๓ ตามรายงานปรากฏว่าฝ่ายฝรั่งเศสได้ขอให้เลื่อนไปอีกเล็กน้อยเนื่องจากหลักที่ ๗๓ ซึ่งกำหนดไว้เดิมอยู่กลางหมู่บ้านของชาวกัมพูชา ไทยก็อนุโลมโดยขยับหลักที่ ๗๓ พอให้พ้นบริเวณดังกล่าว ฉะนั้น การปักปันเขตแดนและปักหลักเขตที่แน่นอน (demarcation) จึงแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ ปี ค.ศ. ๑๙๐๘
เพราะฉะนั้น เมื่อเขตแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสก่อนที่จะเป็นประเทศกัมพูชา แล้วเสร็จมากว่า ๑๐๓ ปีแล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องการปักปันหลงเหลืออยู่อีกต่อไป คณะกรรมการ JBC และ GBC ก็ไม่ใช่ “กรรมการปักปันเขตแดน” แต่เป็นเพียงคณะกรรมการ “ตรวจสอบ” หลักเขตแดนที่อาจชำรุดหรือสูญหายไปตามกาลเวลา อนึ่ง ในบริเวณ ๑๙๕ กิโลเมตรที่ใช้สันเขาหรือสันปันน้ำเป็นเครื่องแสดงเขตแดนนั้น เนื่องจากสันปันน้ำเป็นหินธรรมชาติที่ชัดเจนและไม่มีวันเสื่อมสลาย จึงไม่มีปัญหาหรือข้อสงสัยหลงเหลืออยู่ทั้งฝั่งไทยและฝั่งฝรั่งเศสหรือผู้สืบสิทธิ์คือกัมพูชา
ปัญหาที่ตามมาคือ MOU 43 ซึ่งเป็นมหันตโทษต่อประเทศชาติ เนื่องจากเอกสารดังกล่าวมีเงื่อนงำซ่อนเร้นและหมกเม็ดแผนที่ระวางดงรัก ๑: ๒๐๐,๐๐๐ จัดทำโดยฝรั่งเศสฝ่ายเดียวในปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ในนามคณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศสโดยไทยมิได้มีส่วนร่วม ฝรั่งเศสได้รวมดินแดนในมลฑลบูรพา กล่าวคือ พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ ไว้ล่วงหน้าในแผนที่ดังกล่าว และจัดพิมพ์ขึ้นที่กรุงปารีสเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๐๘ ก่อนที่คณะกรรมการปักปันชุดที่สองปักหลักเขตแดนแล้วเสร็จ แผนที่ฉบับนี้เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสด้วยวิธีการลากเส้นเขตแดนตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงและข้อบทแห่งสนธิสัญญา จึงผิดเพี้ยนจากเส้นเขตแดนที่แท้จริงและขาดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง
อนึ่ง แผนที่ระวาง ๑:๒๐๐,๐๐๐ นั้น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารมิได้วินิจฉัยความถูกต้อง เนื่องจากเป็นประเด็นนอกเหนือคำฟ้องเดิมของกัมพูชาซึ่งจำกัดเฉพาะตัวปราสาทและพื้นที่ที่ตั้งของปราสาท แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นเพียงแผนที่ผนวก ๑ ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชา เมื่อกัมพูชาพยายามขยายคำฟ้องโดยร้องขอให้ศาลพิจารณาสถานภาพของแผนที่ผนวก ๑ และความถูกต้องของเส้นเขตแดนบนแผนที่ดังกล่าว ศาลจึงไม่พิจารณา แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้พิพากษา ๓ ท่านยังได้วินิจฉัยในคำพิพากษาแย้ง และอีก ๑ ท่านในคำพิพากษาเอกเทศว่าแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้องด้วยเหตุผลทางภูมิศาสตร์ คำพิพากษาแย้งและเอกเทศนั้น ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา หาใช่เพียงความเห็นดังที่หลายท่านเข้าใจ และเป็นการยืนยันว่าแผนที่นั้นผิด ไทยน่าจะใช้ความผิดพลาดของแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ให้เป็นประโยชน์โดยเปิดเผยและตอกย้ำให้เป็นที่ทราบทั่วกันในทุกเวทีทั้งในและนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ไม่ว่าโดยเสียดินแดนทางบกเพิ่มเติมอีกกี่ล้านไร่ หากหลักเขตที่ ๗๓ ยังคงเดิม ไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือรื้อถอน ความผิดพลาดของแผนที่ทางบกหาได้กระทบกระเทือนเขตแดนทางทะเลแต่ประการใด เขตแดนทางทะเลของไทยไม่มีพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะเส้นเขตแดนที่กัมพูชากำหนดขึ้นโดยลากเส้นจากหลักเขตที่ ๗๓ ผ่านเกาะกูดนั้น เป็นเส้นที่ปราศจากหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย ปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยจึงไม่มี ไทยมิบังควรยอมรับเส้นเขตแดนไม่ว่าทางบกหรือทางทะเลที่กัมพูชาลากขึ้นโดยพลการ เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นการหยิบยื่นแผ่นดินไทยให้ผู้รุกรานโดยปราศจากการต่อสู้ทั้ง ๆ ที่หลักฐาน ข้อเท็จจริงและอำนาจต่อรองทั้งหมด รวมทั้งกำลังทหารที่เหนือกว่าอยู่ในมือ
ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๔
จากบทความข้างบนนี้ ผมขอถามไปยัง ผู้พิพากษาทุกๆคนของทุกๆสถาบันศาล เช่น ศาลอาญา ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ว่าเป็นความจริงใช่หรือไม่?
หากจริง ทำไมพวกท่านถึงไม่ทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นปกป้องการสูญเสียของชาติ หรือ พวกท่านจะอยู่กันนิ่งๆไปวันๆ ชาติจะสูญเสียอย่างไรก็ช่างมัน ขอให้พวกท่านยังคงดำรงอยู่ในตำแหน่งอย่างสุขสบายต่อไปเป็นพอ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครอง ประธานคณะต่างๆในคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะที่พวกท่านเป็นผู้ที่อยู่ในวงการกฏหมาย การออกมาเพียงพูดของพวกท่านก็มีน้ำหนักมากต่อสังคม แปลกแต่จริงผมไม่ได้ยินเสียงจากพวกท่านเลย
หากไม่จริง พวกท่านทำไมไม่ทำอะไรกันบ้าง เพื่อยุติความแตกแยกที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งกรณีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขอให้พวกท่านทำเป็นแถลงการณ์ประกาศออกมาให้ชัดเจน ก่อนที่ สภาไทยจะลงมติรับเรื่อง JCB ในวันศุกร์ ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ นี้จะได้ไหมครับ?
ถ้าไม่จริง โปรดแย้งพร้อมเหตุผลและหลักฐานที่อ้างอิงได้ อย่ามั่วหรือตระแบงนะ
และขอฝากคำถามนี้ไปยัง
ประธาน และ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกๆคน
ประธาน และ คณะกรรมการกษฎีกาทุกๆคน
ผู้ตรวจการแผ่นดินทุกๆคน
ประธาน และ คณะกรรมการการเลือกตั้งทุกๆคน
ประธาน และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกๆคน
ประธาน และ สมาชิกสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุกๆคน
ประธาน และ คณะกรรมการบริหารของสำนักงานอัยการสูงสุด
ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกทุกๆคน
ปรธะานวุฒิสภา และ สมาชิกทุกๆคน
ประธาน และ สมาชิกองคมนตรีทุกๆคน
ผมไม่เชื่อว่า ประเทศไทยของเรา จะไม่มีขบวนการสกัด ปกป้อง ป้องกันการที่ชาติจะต้องสูญเสียในครั้งนี้
แต่ผมกลับมีความเชื่อว่า หากเป็นจริงที่ชาติจะต้องสูญเสียในครั้งนี้ ก็เพราะว่า องค์กร คน ที่มีหน้าที่ที่จะสกัด ปกป้อง ป้องกันการสูญเสียของชาติ มันไม่ทำหน้าที่กัน
หวังว่าผู้ทรงเกียรติทั้งหลายจะไม่เล่นบทหูหนวก ตาบอด ดัน (ทุรัง) และเป็นขุนพลอยพยักไปเรื่อยๆ
ขอร่วมคำถามกับไทยรักชาติ มันอึดอัดมากขอบอก ผู้มีความรู้ ความเข้าใจ มึหลักฐาน ในการโต้แย้ง อย่างที่ ดร. สมปองทำ ใช่ท่านอาจไม่มีอำนาจ จึงไม่สามารถผลักดันให้เรื่องมันคลี่คลายได้เร็ว แต่ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่ในทุกศาล ในกรณีนี้ไม่มีผู้ไปร้อง ท่านไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือ ทำไมปล่อยให้คนไทยถูกรังแก ถูกย่ำยี ดูถูกศักดิ์ศรีของความเป็นพลเมืองไทย หรือ จะต้องรอฝ่ายบริหารสั่งถึงจะทำอะไรได้ อย่างที่นายทหารพูดว่าแล้วแต่ฝ่ายบริหาร แต่ในความคิดของเราคิดว่าทุกอำนาจมันควรจะมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน ใครทำไม่ถูก ก็ต้องทักท้วงห้ามปราม ไม่ใช่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ธุระไม่ใช่ กันเสียหมด อะไรผิดอะไรถูกทำไมไม่ออกมาพูดให้ประชาชนส่วนใหญ่รับทราบ ประชาชนจะให้ใครนำพา จะวางใจใครได้ ผู้ไม่รู้จะถูกปิดหูปิดตากันไปถึงไหน ในเรื่องเดียวกันความคิดเห็น รัฐบาล สส ไปทาง ของ นักวิชาการ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ พันธมิตรไปทาง ไม่ต้องถามว่าเราเชื่อทางไหน แต่ความเป็นจริงคืออะไรมันต้องพูดกันให้ชัดเจน มันถึงจะรวมใจไทยให้เป็นหนึ่งได้ ไม่งั้นก็ถูกเขมร หรือ ชาติอื่นเขาดูถูกไปชั่วลูกชั่วหลาน ว่าคนไทยไม่เอาไหน อยากกราบเรียนท่านองคมนตรีทุกท่าน ท่านมีโอกาสได้ทำงานสนอง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านน่าจะรู้ว่าอะไรคือความจริงที่คนไทยต้องรู้ พื้นที่ขอบขัณฑสีมาของสยามประเทศเป็นอย่างไร ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรู้มากกว่าเดิมด้วย คนเกิดรุ่นหลัง ไม่ได้ใส่ใจ จะได้หันกลับมาสนใจบ้าง เมื่อคนรุ่นเก่าล้มหายตายจากไปเขาจะได้รู้ปู่ย่าตายาย เขาทำอะไรไว้ให้บ้าง