ฟิฟทีนมูฟ – เขมรโวพาคณะทูตทหารเยือนพระวิหารและพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. สำเร็จท่ามกลางการต่อต้านของทหารไทย ศรี ดึ๊ก เจ้าเดิมบอกทหารไทยโผล่มายื่นจดหมายประท้วงห้ามเข้าพื้นที่และขอร่วมคณะถ้าจะเข้าเขต ๔.๖ แต่เขมรปฏิเสธ พร้อมขู่กลับถ้าไทยเปิดฉากยิงมีเจอตอบโต้ โวได้พาทูตทหารทัวร์ทั่วบริเวณรวมถึงวัดแก้วฯ แถมได้ชมครัสเตอร์บอมบ์ตัวเป็น ๆ
![]()
คณะทูตทหารระหว่างเดินทางเยือนปราสาทพระวิหาร ๓ มีนาคม ๒๕๕๔
สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชาและหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ รายงานความสำเร็จในการนำคณะทูตทหารเดินดูความเสียหายบริวณพระวิหารและวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โดยระบุว่าทูตทหาร ๑๗ คนจาก ๑๒ สถานทูตในกรุงพนมเปญประสบความสำเร็จในการเยือนพื้นที่ที่เรียกว่าเขตพิพาทไทย-เขมร เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๓ มีนาคม แม้มีคำขู่และความพยายามต่อต้านจากทหารไทย
ทูตทหารทั้ง ๑๗ คน เดินทางถึงพื้นที่เมื่อเวลา ๑๑.๓๐ น. ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจาก พลเอกเนียง พัท รัฐมนตรีช่วยกลาโหม พลเอกนิม สุวัท1 เจ้ากรมกิจการต่างประเทศ และพลตรีฮุน มาเณต รองผู้บัญชาการของกองทัพบกกัมพูชา คณะใช้เวลา ๒ ชั่วโมงในการเยี่ยมพื้นที่ ซึ่งรวมถึงศูนย์บัญชาการกัมพูชาที่ปรามนัคครา2 เข้าชมโคปุระทั้ง ๕ ที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากกระสุนปืนใหญ่ไทย ตลอดจนการเยือนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ของไทยเช่นเดียวกัน
พลโทสรัย ดึ๊ก ผู้บัญชาการฐานปฏิบัติการพระวิหาร กล่าวว่าทหารไทยขู่จะขัดขวางการเดินทางเยือน เขากล่าวว่าเมื่อคณะเดินทางมาถึง ทหารไทยได้เข้ามายื่นจดหมายประท้วงที่มีข้อความระบุว่าประเทศไทยไม่อนุญาตให้ตัวแทนเดินทางข้ามเข้ามาในเขต ๔.๖ ตร.กม. รวมถึงวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งถือว่าอยู่ในเขตพิพาท จดหมายกล่าวว่าประเทศไทยจะอนุญาตให้คณะข้ามเข้ามาในเขตเฉพาะเมื่อมีทหารไทย ๕ นาย ได้รับอนุญาตให้ร่วมติดตามคณะไปด้วย
พลโทสรัย ดึ๊ก กล่าวต่อว่าฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยและส่งจดหมายตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยด้วยการเตือนว่าถ้าฝ่ายไทยเปิดการยิง ฝ่ายกัมพูชาจะตอบโต้ด้วยมาตรการป้องกันตนเอง
คณะได้เยือนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร โคปุระที่ ๓ ๔ และ ๕ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากกระสุนปืนใหญ่ของไทยระหว่างการปะทะด้วยอาวุธ เมื่อวันที่ ๔-๗ กุมภาพันธ์ คณะได้มีโอกาสเห็นครัสเตอร์บอมบ์ที่หลงเหลือจากกระสุนปืนใหญ่ของไทย




แล้วไทยก็ยอมเช่นเคย อดสูใจจริงๆ ครับ บ้านนี้เมืองนี้ นี่เขาจะยกดินแดนให้เขมรจริงๆ หรือ หรือว่าสุเทพฯกับฮุนเซ็น สมรู้ร่วมคิดกัน ยอมยกแผ่นดินให้เขมรเพื่อให้ฮุนเซ็นหาเสียงจะได้อยู่ในอำนาจต่อ คนไทยจะยอมหรือไม่ ผมไม่ยอมนะครับ
ขอทราบชื่อ นามสกุล และ สถานที่ทำงาน ของเขมรในร่างไทยที่กระทรวงการต่างประเทศเขมร สาขาไทย จ้างด้วยเงิน ๗.๑ ล้านบาทด้วยครับ เพื่อจะได้นำไปทำหลักจารึกให้นายฮุนเซ็น นายกฐเขมรได้กราบไหว้ต่อไปครับ ใครทราบขอด่วยหน่อยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
เห็นว่าดีน่าสนใจดีครับ
ตอบความเห็น 10 นะครับ
ผมว่า ปชช.ไทยยังเข้าใจการเมืองแบบผิดๆนะครับ ไปฝากการเมืองไว้กับตัวบุคคล นั้นนี้น่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านจะไม่เจอหรอกครับคนที่ใช่น่ะ ไม่ว่าจะเป็น สนธิ ประพันธ์ สุริยะใส อภิสิทธิ์ ทักษิณ เปรม สำราญ หญิงอ้อ ฯลฯ ก็ไม่มีความหมายทั้งนั้นในทางการเมือง นี่ผมไม่ได้หมายความว่าท่านหนึ่งท่านใดที่กล่าวมานั้นไม่ได้เรื่อง ไม่ใช่ครับ แต่ผมบอกว่าการมองของคนไทยยังมองไม่ถูกจุด ใครก็ได้ครับ โอเคทั้งนั้น แต่ขึ้นมาแล้วต้องสร้างระบบให้ดีครับ(ถ้าไม่ทำก็ไล่เขาออกไป ไล่กันตั้งแต่เดือนแรกที่รับหน้าที่เลยล่ะครับ)
ระบบอะไรเหรอ ก็ระบบที่ ปชช.ส่วนใหญ่มีความรู้ เข้าใจว่าอะไรควรไม่ควร ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย ยังไม่ใช่ มันเลยเกิดปัญหามากมาย ซื้อเสียงขายเสียงตลอด
เผอิญผมเห็นเพื่อนร่วมเว็บมีความคิดใช้ได้ทีเดียว แต่ค่อนข้างสุดโต่งนะ คนอาจจะไม่ค่อยยอมรับกัน ไอ้ผมก็รักเมืองไทยนน่ะครับแต่มีปัญญาไม่ถึงขั้นเลยต้องลอกเธอมาเนี่ยแหละ ลองอ่านช้าๆแล้วคิดดูนะครับ
%%%% ตอบ คห.62 ค่ะ
หนูว่าเมืองไทยต้องล้างสักพักนึงนะคะ ไม่ต้องสนใจเลือกตั้งกันมากนัก ยังไงก็ได้ ให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง แล้วล้างระบบซะก่อน ตกลงกันให้ดีๆว่าจะเอายังไง ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องกลัวฝรั่งคว่ำบาตรค่ะ …ไม่ต้องเลือกตั้งแล้วอยู่กันดีๆนี่แหละ หากินกันไป ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำกันไปให้ดี บริษัทต่างชาติไหนไม่เข้ามาลงทุนให้มันรู้ไป(บ้านเมืองเรียบร้อยดีทุกอย่างนะ ยกเว้นไม่ได้เลือกตั้ง) ไม่ต้องกลัวว่าประเทศจะไปไม่รอด คนตั้งหกสิบกว่าล้าน ความสามารถเหลือล้น ทรัพยากรมากมาย ผู้คนยิ้มแย้ม สถานที่ท่องเที่ยวเพียบ บ้านเมืองสงบ โจรขโมยมีน้อย ดูซิว่าคนจะไม่มาเที่ยวมั๊ย
หนูไม่ได้หมายความว่าให้รัฐประหารแล้วให้ทหารปกครองนะ ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้ปกครองประเทศ(ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อน) แต่ถูกฝึกมาให้รักษาความปลอดภัย(หรือรักษาความมั่นคงนั่นแหละ) ยกตัวอย่างเช่น ทหารจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์มหภาค(รู้นิดหน่อยถึงไม่รู้เรื่องเลย)ก็จะถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ควรได้ง่าย(อย่างที่จิ๋วโดน) เขาไม่ได้สมองโง่นะ เพียงแต่ไม่ได้ฝึกมาด้านนี้(แต่ทหารยศสูงๆรวยเยอะเพราะมีปืนจี้หลังนักการเมือง อุปมาอุปไมยน่ะค่ะ จริงๆแล้วก็คุยกันนั่นแหละ ไม่ได้มาจี้จริงๆ) อีกอย่างก็จะถูกต่างชาติเข้าใจผิดว่ากลับเข้าสู่ยุคเผด็จการทหารอีกครั้ง(ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติจะไม่ใช่)
ต้องยอมรับค่ะว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจระบบเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์นั่นแหละ พอมีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เรื่องเงินๆทองๆก็ต้องเงียบและฟังไว้ก่อน(ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบฟังใครอยู่แล้ว แบบว่ากรูเก่งเสมอ)จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ เพราะไม่มีความรู้พื้นฐาน คนส่วนใหญ่จึงอาจกังวลว่าถ้าไม่เลือกตั้งแล้ว เศรษฐกิจของประเทศจะไปรอดหรือเปล่า ประเทศจะไปไม่รอดหรือเปล่า อะไรประมาณนี้
หนูขอบอกยังงี้นะคะ ในบรรดาประเทศที่เลือกตั้งทั้งหลายในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เนี่ย ประเทศที่เป็นเผด็จการมากที่สุดในสายตาฝรั่งคือสิงคโปร์(เพราะมีพรรคเดียว[เป็นเผด็จการรัฐสภาที่จ้องพัฒนาบ้านเมืองค่ะ จริงๆมีอีกพรรคนึงแต่แค่ 1 หรือ 2 เสียง ก็เหมือนพรรคเดียวแหละค่ะ]) ส่วนที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดคือฟิลิปปินส์ ส่วนไทย อินโด มาเล พวกนี้ ก็อยู่ระหว่างกลาง แล้วไงรู้มั๊ยคะ ในบรรดาประเทศที่กล่าวมา ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดคือสิงคโปร์(รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ประมาณอันดับต้นๆของโลก รวยกว่าฝรั่งอีก) ส่วนฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ยากจนที่สุด เห็นมั๊ยคะว่าประชาธิปไตยจ๋าทำอะไรกับประเทศที่ยังไม่พร้อมบ้าง ส่วนคนไทยก็เกือบพร้อมแต่ยังไม่พร้อมอยู่ดี(อย่าเถียงหนูนะ ใช้มาตั้ง 80 ปีแล้ว เกือบศตวรรษแล้วนะนี่ คนยังไม่เข้าใจเลยว่ามันควรจะเป็นยังไงถึงจะดีกันแน่)
อ้าว.. แล้วต่อไปทำไงดีล่ะ เพราะไม่เลือกตั้งแล้วนี่ ก็พัฒนาระบบการศึกษาอย่างจริงจังสิคะ อยากให้ประเทศไทยในอนาคตเป็นยังไง ก็สอนลูกหลานให้เป็นอย่างนั้น ปรับหลักสูตรกันให้ดีๆ ให้คนดีๆเก่งๆมาสอน แล้วก็สอนด้วยว่าประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นนั้นนะ ต้องทำยังไงบ้าง ในฐานะพลเมืองไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งควรเลือกยังไง เสียภาษียังไง ถ้ารัฐใช้ภาษีไม่ถูกไม่ต้องแล้วควรทำยังไง เน้นสอน ปปช.ส่วนใหญ่นะคะ ไม่ใช่เน้นแต่ในเมือง ฯลฯ
โอ๊ย หนูนาพูดยืดยาว พี่ๆขี้เกียจอ่านแล้วล่ะ เอาสั้นๆละกัน เอาเป็นว่ารัฐบาลพิเศษเนี่ย(ที่มาจากทุกภาคส่วน)ต้องล้มระบบพวกพ้องให้ได้ ทำให้เยาวชนไทย(ทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ)รู้สึกว่าเกิดมาแล้วเลือกได้ หมายความว่าไง ก็หมายความว่า “ถ้าดี ขยัน และเก่งต้องได้ดี !!!” เรียนดีหรือทำงานดีต้องมีความหวัง สร้างระบบแค่นี้แหละ รับรองประเทศไทยจะตกตะลึงว่า เอ๊ะ ประชากรประเทศเรานี่มันก็หนึ่งในโลกเหมือนกันนี่หว่า ประเทศเราเจริญแล้ว (มันเป็นไปได้ยังไง โอ้ พระเจ้าจ๊อร์ท
แต่กว่าจะถึงเวลานั้น หนูนาว่าก็คงต้องรอนิดนึงล่ะ ตีซะ 10 ปีเอ้าเบาะๆ อาจถึง 20 ปีก็ได้ (แหม จะล้างอะไรทั้งทีมันก็ต้องล้างกันให้สะอาดล่ะคะ) แต่ก็คุ้มนะคะ เพราะว่าเราก็ลองมั่วซั่วกันมาตั้ง 80 ปีแล้วไม่ใช่เหรอ
นี่หนูนาไม่ได้บอกให้ปิดประเทศไม่สุงสิงกะใครเหมือนพม่าอะไรอย่างนั้นนะ อย่าเข้าใจผิด เราก็มีรัฐบาล มีสภา มีศาลเหมือนเดิมแหละ ค้าขายกับต่างประเทศเหมือนเดิมแหละ ดูจีนสิ ไม่ได้เลือกตั้งซะหน่อย ฝรั่งวิ่งชนกันหัวขวิดเลยแย่งกันเข้าไปลงทุน(ไม่ได้ให้ไทยเป็นคอมมิวนิสต์นะ เป็นอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเรา อย่าไปสนฝรั่งให้มากตอนนี้ ให้เราเจริญเท่ามันก่อน แล้วค่อยว่ากันนะ เหมือนญี่ปุ่นเหมือนเกาหลีใต้งัย [ทำให้ระดับความเจริญเท่าเขาน่ะ ไม่ได้หมายความว่าต้องตามวัฒนธรรมเขา])
บางคนบางกลุ่มอาจไม่ชอบในช่วงแรก(เช่นนักธุรกิจนายทุน นักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่บางคนที่เสียประโยชน์) แต่ก็เป็นคนส่วนน้อยของประเทศน่ะ ต้องขัดใจพวกแกซักระยะนึงแล้วล่ะค่ะ เพื่อประโยชน์ของคนเกือบทั้งประเทศที่เหลือ รวมถึงตัวหนูและพี่ๆด้วย เดี๋ยวพวกนั้นก็ปรับตัวเองแหละ
หนูหวังว่าคงตอบคำถามพี่แล้วนะคะ ว่า ถ้าไม่เอามาร์ค ไม่เอาทักกี้ ไม่เอารัฐประหาร แล้วจะเอายังไง
—
หนูนาเอง %%%%
ผมว่าความคิดเธอดีทีเดียวนะครับ แต่ความเป็นไปได้แค่ไหนไม่รู้ คงต้องเปิดเวทีเสวนากันล่ะครับ ในมหาลัยก็ได้ ในทีวีก็ดี ระหว่างคนที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย น่าจะมีทางออกที่ดีกว่าการเลือกตั้งในแบบปัจจุบัน อาจเลือกตั้งแบบอื่นที่ดีกว่า หรือแบบไม่ต้องเลือก คงต้องดูกันต่อไป
–
ตื่นเถิดชาวไทย
คณะรับจ้าง7.1 ล้านบาท ทำงานโครงการเปลี่ยนประวัติศาสตร์และความคิดช่วยรัฐบาลอัปปรีสัดขายชาติขายแผ่นดิน ประกอบด้วย
1.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ประธาน
2.อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์
3.ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
4.รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร
5.รองศาสตราจารย์ อาทร ฟุ้งธรรมสาร
6.ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
7.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์
8.ดร.มรกต เจวจินดา ไมเออร์
9.อาจารย์ อัครพงษ์ ค่ำคูณ
10.นายสมฤทธิ์ ลือชัย
11.นายอดิศักดิ์ ศรีสม
12.นายสุเทพ คุ้มกัน
13.นายเภตรา บรรณานุรักษ์
14.คณะที่ปรึกษาของคณะทำงานโครงการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ ในด้านประวัติศาสตร์ กฎหมาย รวมทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
http://forum.serithai.org/index.php?topic=4643.0
พวกขายชาติทั้งนั้น รอ 119 120 ตัดหัวมัน
* ที่ทำงานไม่รู้ครับต้องติดตามบนเวที พธม.
จะได้จารึกชื่อไว้บนหนังหมาขี้เรื้อน