ฟิฟทีนมูฟ — กระทรวงวัฒนธรรมฯ เขมรออกแถลงการณ์รุนแรงประณามการโจมตีวัดแก้วฯ และปราสาทพระวิหารว่าเลวทราม กระหายสงคราม ต้องการรื้อถอนวัดแก้วฯ และปราสาทพ้นพื้นที่ ยกอ้างอนุสัญญากรุงเฮก ๑๙๕๔ กล่าวหาไทยละเมิดหลายข้อรวมถึงคำตัดสินศาลโลก เรียกร้องทุกฝ่ายให้ประณามและหยุดยั้งไม่ให้ไทยก่ออาชญากรรมอันน่าอดสูทำลายมรดกโลก ประกาศเคียงข้างรัฐบาลใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง ปกป้องอธิปไตย
แถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ กัมพูชา ไม่ระบุวันที่ สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่ลิงค์นี้ เนื้อหาส่วนต้นเฉพาะตัวแถลงการณ์ ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงดังนี้
—————————————————–
แถลงการณ์
กรณีความเสียหายร้ายแรงต่อปราสาทพระวิหารอันเกิดจากการรุกรานของกำลังทหารไทย
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งพระราชอาณาจักรกัมพูชา ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีอย่างเลวทรามต่อปราสาทพระวิหารและบริเวณใกล้เคียงโดยการรุกรานของกำลังทหารไทย ที่ได้ยิงกระสุนปืนใหญ่และอาวุธหนักจำนวนมากเข้าไปยังปราสาท เมื่อวันที่ ๔-๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๑ ซึ่งได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อหลายส่วนของปราสาท รวมถึงความกระหายสงครามพยายามทำลายวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระและพระพุทธรูปจำนวนมาก ซึ่งตั้งห่างประมาณ ๓๐๐ เมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเช่นกัน
กัมพูชาตระหนกต่อการทำลายปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ มรดกโลกชิ้นเอกอันมีคุณค่าสากลโดดเด่นต่อมวลมนุษยชาติเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการสักการะ ความเสียหายต่อปราสาทพระวิหารโดยกำลังทหารไทยเป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อทำลายแหล่งมรดกโลก ที่พวกเขาตั้งใจพยายามรื้อทำลายทั้งปราสาทและวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระโดยปราศจากความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. ๑๙๕๔ ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในยามการขัดกันด้วยอาวุธ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีนับแต่ปี ค.ศ. ๑๙๕๘ และอนุสัญญามรดกโลก ค.ศ. ๑๙๗๒ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๘๗
เราใคร่นำความสนใจของท่านมายังคำสั่งที่เกี่ยวข้องตามข้อบทของอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. ๑๙๕๔ โดยเฉพาะที่ระบุว่า
๔.๑ “อัครภาคีผู้ทำสัญญารับรองที่จะเคารพต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรมซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตตนตลอดจนภายในเขตของอัครภาคีผู้ทำสัญญาอื่น…และโดยการงดเว้นการกระทำอันเป็นปรปักษ์ใด ๆ โดยตรงต่อทรัพย์สินนั้น”
๔.๓ “อัครภาคีผู้ทำสัญญาต่อไปนี้รับรองที่จะห้าม ป้องกันและถ้าจำเป็น จะต้องยุติทุกรูปแบบของการจารกรรม การปล้นหรือยักยอก หรือการกระทำอันป่าเถื่อนโดยตรงต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เขาต้องละเว้นจากการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในดินแดนของอีกอัครภาคีผู้ทำสัญญาหนึ่ง”
๔.๔ “เขาจะต้องละเว้นจากการกระทำใดที่เป็นการแก้แค้นโดยตรงต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรม”
๗.๑ “อัครภาคีผู้ทำสัญญารับรองว่าในยามสงบจะนำบรรจุไว้ในกฎยุทธวินัย หรือคำแนะนำการใช้บทบัญญัติดังกล่าวตามที่อาจให้การปฏิบัติตามอนุสัญญาฉบับปัจจุบัน และเพื่อส่งเสริมให้เกิดสำนึกเคารพต่อวัฒนธรรมและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของประชาชนทั้งมวลในหมู่สมาชิกกำลังทหารของตน”
ตามข้อบทเหล่านี้ เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศไทยได้ละเมิดเครื่องมือทางกฎหมายซึ่งประเทศไทยนั้นเองเป็นรัฐภาคีหนึ่ง มิหนำซ้ำ ประเทศไทยได้ละเมิดคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๒ อีกด้วย ซึ่งตัดสินว่า “ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยอยู่ภายใต้พันธกรณีที่ต้องถอนกำลังทหารหรือตำรวจ หรือยามหรือผู้เฝ้ารักษาอื่น ที่ประจำการโดยประเทศไทยที่ปราสาทหรือบริเวณใกล้เคียงบนพื้นที่กัมพูชา”
สถานการณ์อันตรายนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างรุนแรงต่อปราสาทพระวิหารซึ่งอาจเผชิญความเสียหายต่อไป กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์เรียกร้องให้ยูเนสโก คณะกรรมการมรดกโลก สถาบันวัฒนธรรมของรัฐสมาชิกอาเซียน ประชาคมโลก และประชาชนทุกคนผู้หวงแหน เคารพและปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ และเรียกร้องอย่างนอบน้อมให้สนับสนุนทั้งเพื่อประณามการกระทำและพฤติกรรมอันน่าอดสูจากประเทศไทยที่ได้ก่ออาชญากรรมเหล่านี้ และเพื่อยุติการทำลายอย่างไม่ยั้งคิดนี้ในทันที
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์สนับสนุนจุดยืนที่หนักแน่นและเข้มแข็งของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ที่จะใช้สิทธิปกป้องตนเองเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ตลอดจนขัดขวางความพยายามใด ๆ ต่อไปของประเทศไทยที่จะทำลายปราสาทพระวิหาร
เราเรียกร้องประชาชนทั่วโลกให้ให้การช่วยเหลือทันทีในการปกป้องปราสาทพระวิหาร เพื่อให้ความมั่นใจว่าสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญหนึ่งเดียวนี้จะคงอยู่เป็นความสุขแก่มนุษยชาติ และเรียกร้องว่าให้แถลงการณ์ถูกนำเวียนไปยังประชาชนทุกคนและทุกประชาคมระหว่างประเทศ
รัฐมนตรี
—————————————————–




ต่อไปนี้เป็นตำราพิชัยสงครามยุคใหม่ที่ใช้สอนกันในโรงเรียนทหารในยุคที่
๑. ๕ เสือทบ.เรียนกัน
๒. ยุคของ ผบ.สส., ปลัดกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบันเรียนกัน
๓. ยุคของแม่ทัพภาคที่ ๑ และ ๒ เรียนกัน
๔. ยุคที่ ผบ.กกล.สุรานารี และ ผบ.กกล.สุนัขบูรพา เรียนกัน คือ
๑. เมื่อข้าศึกรุกเข้ามาในแผ่นดินไม่ว่าจะเข้ามายึดที่สูงข่มใดๆก็ตาม ให้มีวิธีปฏิบัติดังนี้
๑.๑ ห้ามยิงก่อนจนกว่าจะถูกยิงก่อนเท่านั้น หากตายไปก่อนก็ไม่ต้องยิง แม้จะเห็นข้าศึกเข้าเกาะฐาน ตั้งปืน ค. ก็ตาม ย้ำยิงได้เมื่อถูกยิงก่อนเท่านั้น และยิงตอบในจำนวนเท่าที่ถูกยิงเท่านั้น เช่น
– ถูกยิง ๕ นัดก็ให้ตอบโต้แค่ ๕ นัดเท่านั้น ห้ามเกินโดยเด็ดขาด
– ข้าศึกยิงด้วย ค. ๘๐ หากเราไม่มี ค. ๘๐ แต่มี ค. ๖๐ และ ๑๐๕ ให้ใช้ได้แค่ ค. ๖๐ เท่านั้น ห้ามใช้ ค. ๑๐๕ โดยเด็ดขาด เพราะจะเกินกว่าที่ถูกยิงมา
๑.๒ เวลาจะเข้ายิงข้าศึกที่อยู่บนที่สูงข่ม แม้จะยิงไม่ถึง การรบเสียเปรียบเพียงใด ก็ไม่ต้องขอ/ห้ามขอการสนับสนุนจากทางกองทัพอากาศโดยเด็ดขาด จนกว่าข้าศึกจะใช้กองทัพอากาศก่อน เพราะต้องตอบโต้เท่าที่ถูกกระทำก่อนเท่านั้น
๑.๓ ให้ทำการบันทึกการรุกล้ำแล้วไม่ต้องรีบแจ้งขึ้นไปตามลำดับชั้น ให้กอดสำเนาบันทึกการรุกรานไว้ รัฐบาลจะได้เอาบันทึกนั้นไปยื่นประท้วงต่อไป ขอให้เคร่งครัดในการปฏิบัติ
๒. ให้รอคำสั่งของรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น เช่น
๒.๑ รัฐบาลสั่งไม่ให้ยิง ก็ต้องห้ามยิงโดยเด็ดขาด
๒.๒ หากข้าศึกยิงมา และยังไม่ตายก็ให้ยิงไปเท่ากับที่ถูกข้าศึกยิงมา ห้ามยิงด้วยอาวุธที่ใหญ่กว่าเป็นอันขาด
๒.๓ หากรัฐบาลสั่งให้ถอย ให้ข้าศึกเข้ายึดแผ่นดิน ก็ให้ถอยตามคำสั่งของรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมาย โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น
๒.๔ ห้ามขัดคำสั่งของรัฐบาลที่มาตามกฏหมายโดยเด็ดขาด รัฐบาลสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตามทุกๆกรณี ทหารอาชีพที่ดีต้องห้ามคิด ห้ามเถียง
๓. ให้จัดหากุนเชียง หัวไช้โป้ ส่งไปให้ผู้นำด้านทหารและการเมืองของข้าศึกทุกๆคนทุกๆเดือน
๔. เวลาเกิดการปะทะกัน
๔.๑ ห้ามปิดชายแดนโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวข้าศึกจะขาดน้ำมันเติมรถถัง ขาดยารักษาผู้บาดเจ็บ ข้าศึกจะขาดอาหารบำรุงกำลัง ฯลฯ
๔.๒ ห้ามตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า ที่ส่งไปให้แก่ชายแดนข้าศึกโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวข้าศึกจะขาดน้ำกิน น้ำอาบ ขาดไฟฟ้าเปิดแอร์ จะทำให้ข้าศึกร้อน
ใครฝ่าฝืนตำราพิชัยสงครามนี้ จะมีอนาคตที่ดับวูบ ต้องไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
ใครทำตามอย่างเคร่งครัด ก็จะก้าวหน้า มีกินมีใช้ มีเงินเดือนเพิ่มพิเศษ
รวบรวมได้ดีมาก คารวะ