ฟิฟทีนมูฟ – โฆษก กต. เขมรโต้ตามหลังหนังสือฮอ นำฮง ส่งถึงกษิต ระบุไม่ใช่หน้าที่ไทยมากวักมือเรียกเขมรไปร่วมประชุม JBC และ GBC ที่ไปๆ เพราะอินโดฯ เชิญ ย้ำต้องประชุมครบทั้งสามอย่าง เขมรพร้อม ส่วนไทยจะพร้อมไม่พร้อมเป็นเรื่องของไทย
![]()
แฟ้มภาพ: นายโกย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
วิทยุเอเชียเสรี วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๔ รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือให้ข้อมูลเรียกประชุม JBC และ GBC มาถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา แต่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ตอบกลับว่าไม่ใช่ภารกิจของไทยในการเรียกประชุม
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเขมร ได้แสดงความตื่นตกใจ และตอบไปยังรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทยในวันที่ ๕ เมษายนนี้ ว่า ฝ่ายไทยไม่มีภารกิจเรียกกัมพูชาให้ไปร่วมประชุมที่ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ ๗-๘ เมษายน นี้ เพราะว่ากัมพูชาวางแผนจะไปร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ตามคำเชิญของอินโดนีเซียเท่านั้น
รองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเขมร นาย ฮอ นำฮง ได้ทำหนังสือหนึ่งฉบับไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทย ในวันที่ ๕ เมษายน โดยเนื้อหาในหนังสือได้ระบุว่า ตนมีความตกใจต่อหนังสือของนาย กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่ได้กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้เตรียมพร้อมแล้วในการเรียกประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ในวันที่ ๗-๘ เมษายน ที่จะถึงนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเขมร นายโกย กวง ได้กล่าวว่า ข้อเสนอในหนังสือของนายกษิต ภิรมย์ นี้ ดูเหมือนกลายเป็นว่าฝ่ายไทยเป็นผู้เรียกประชุมไปแล้ว แต่นายโกย กวง ได้ตอบโต้ว่าการที่กัมพูชาไปร่วมประชุมนี้ คือไปตามการเชิญของรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่เมืองบอกอร์ ในประเทศอินโดนีเซีย ไม่ใช่หน้าที่ของคนหนึ่งที่จะมาเรียกประชุม นายโกย กวง ยังกล่าวอีกว่า “เพราะไทย ได้ทำหนังสือถึงรองฯ ฮอ นำฮง วันที่ ๑ (เมษา) ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเขาเอง (ไทย) เป็นผู้เรียกประชุมอะไรอย่างนั้น ผมตอบกลับไปว่าอย่าทำตัวเป็นผู้เรียกประชุมนั่น”
ตามรายงานของสำนักข่าวเบอร์นามาที่ได้ตีพิมพ์คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ ๕ เมษายน ว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไม่สามารถประชุมได้ คือเขาต้องการให้ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาก่อน ที่ประเทศอินโดนีเซีย สำนักข่าวฯ ยังได้รายงานคำพูดของนายกรัฐมนตรีไทยที่ว่า เขาไม่ต้องการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปในประเทศที่สาม คือเขาต้องการประชุมในประเทศไทยหรือกัมพูชา
กรณีนี้ นายโกย กวง ได้ปฏิเสธว่าการประชุมที่อินโดนีเซียในวันที่ ๗-๘ นี้ ต้องมีการประชุมทั้งสอง “ยืนยันชัดเจนแล้ว คือเราพร้อมไปประชุมการประชุมทั้งหมดที่เสนอโดยอินโดนีเซีย ที่ผ่านมามีรัฐมนตรีระดับสูงทั้งสาม กัมพูชา อินโดนีเซีย และไทย หนึ่ง การประชุม JBC สอง การประชุม GBC สามคือทั้งสาม เสนอขึ้นโดยอินโดนีเซีย คือเราพร้อม เรื่องการพร้อมหรือไม่พร้อมของไทยนั้น เป็นเรื่องของไทย”




ให้เขมรมัน ข่มขู่เราอยู่ได้ นายกไทยเป็นลูกไล่เขมรแบบนี้ หน้าตาประเทศไทยเสียไปหมดแล้ว กอด mou43 อยู่ได้ ชาวโลกเค้าตะโกนบอกจนหูจะแตก ยังทำเฉย ยกเลิกไปเลยmou43 และเลิกเป็นสมาชิกมรดกโลกด้วย ข้ออ้างที่จะยกเลิกมีตั้งมากมาย ทหารไทยจะได้ทำงานสะดวกหน่อย แล้วดูวิว่าเขมรมันจะทำหน้ายังไง ..เล็กกว่าแต่ขู่ตะคอกไทยอยู่ได้ แล้วท่านทหารไทยอย่าลืมเชิญเขมรลงจากพื้นที่รอบเขาพระวิหารด้วย ยึดอยู่นานแล้ว
ว่าไงรัฐบาลอภิสิทธิ์ พ่อมรึงด่าแล้วนี่ รีบไปกับมันซิทำตามมันซิ กอดอยู่ได้ MOU43 บ้าบอ เป็นรองเขาอยู่ได้ ทั้งที่ทุกอย่างมีมากกว่าเขา ปล่อยให้เขาด่าดูถูกอยู่ได้ ไม่รู้ว่าใช้สมองหรือหัวแม่ตีนคิด ทหารก็กล้าๆ กลัวๆ อยู่ได้ เอามันซักตั้งซิ ปล่อยให้เขาทำแต่ฝ่ายเดียวอยู่ได้
คร๊าบ…พ่อฮุนเฃนคร๊าบ…ผมอภิสาก..จะกำชับให้ไอ้ควายแก่กษิตไปอินโดคร๊าบ……รับรองร.บ.ไทยทำตามที่พ่อสั่งคร๊าบ4เหล่าทัพออกมาโต้เดี๋ยวผมสั่งย้ายเองคร๊าบคุณพ่อฮุนเฃน. ผมจะพยายามจนสุดความสามารถให้4.6ตร.กม.เป็นของคุณพ่อให้จงได้. งานนี้สำเร็จผมคงไปใช้ชีวิตอยู่ที่อื่นใกลๆคร๊าบไม่งั้นโดนตีนตายห่าแน่ๆ. พี่น้องร่วมชาติครับเพื่อมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศ…ร.บ.นี้ไม่อยากก่อสงครามไม่อยากมีความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านร.บ.นี้ขอบอกว่า..ยอมเขมรเถอะครับ..ผมอภิสากไม่มีปัญญาหมดปัญญาไปเอาแผ่นดินคืนแล้วครับ….ผมกลัวจริงๆกลัวเกิดสงครามที่แค่แมวดิ้นตายยอมเขมรเถอะครับ….. ถุยส์…คิดได้ไงว๊ะ……ไอ้อ่อน…ไอ้ตาขาว..ไอ้กระจอก…..กูจะ…vote no. ทั้งบ้านแน่ๆไอ้ตาขาว…พอกันทีนักการเมืองเศษสวะ.
เขมรมันฮึกเหิมมากไปแล้ว ทำไมรัฐบาลไทยถึง ติ๊งต๊อง อย่างนี้ก็ไม่รู้ ถ้าเป็นผม ผมจะตีสั่งสอนซะให้เข็ด อย่ามาอ้างว่าจะทำให้เสียสัมพันธไมตรี และขาดรายได้จากการค้าขายชายแดน ผมไม่เชื่อหรอกครับ ถ้ารบกัน พวกที่อยู่ตามชายแดนจะมีรายได้ดีขึ้นน่ะไม่ว่า เพราะ พวกเขาจะแอบค้าขายกัน เช่น น้ำอัดลมขวดละ 8 บาท ก็แอบไปขายขวดละ 15 บาท พวกเขมรมันต้องซื้อกินอยู่แล้ว ไอ้ที่อ้างน่ะ คงกลัวว่าจะไม่มีแมงเม่าไปเข้าบ่อนมากกว่า และกลัวว่าบริษัทของพวกนักการเมืองหรือทหารใหญ่ๆ ที่ไปตั้งบริษัทไว้ในเขมรเพื่อฟอกเงินที่โกง(ทุจริตในโครงการต่างๆ) จะถูกพวกเขมรยึดไปทำให้ไม่มีที่ฟอกเงินใกล้ๆบ้านมากกว่า