ฝ่ายค้านเขมรหวั่นเจรจาน้ำมันกับเหลี่ยมทำเสียผลประโยชน์

นายซน ชัย ตัวแทนชาวพรรคสมรังสีฟิฟทีนมูฟ — ตัวแทนพรรคสมรังสีประกาศติดตามการเจรจาแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์น้ำมันระหว่างไทย-เขมร อย่างใกล้ชิด ระบุเจรจาทวิภาคีเรื่องเขตแดนทางบกอาจไม่ได้ข้อยุติ ส่วนทางทะเลอาจทำเขมรเสียรายได้ บอกจากการศึกษาของออสเตรเลีย MOU44 สมัยทักษิณทำเขมรได้น้ำมันน้อย ไม่ยุติธรรม

วิทยุเอเชียเสรี (๑๑ กันยายน ๒๕๕๔) รายงานท่าทีของพรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา หลังมีข่าวทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางเยือนกัมพูชา ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๙ กันยายน เพื่อเจรจาปัญหาเขตแดนทางบกและทะเล โดย นายซน ชัย1 ตัวแทนชาวพรรคสมรังสี2 ประกาศจะติดตามการเจรจาแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์ปิโตรเลียม ระหว่างรัฐบาลกัมพูชาและไทย เนื่องจากมองว่าบันทึกความเข้าใจฯ ๒๕๔๔ อาจทำให้กัมพูชาสูญเสียเงินรายได้ของชาติเป็นจำนวนมาก

นายซน ชัย กล่าวว่า ตนไม่มีความหวังว่าการเจรจาทวิภาคีในเรื่องเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย จะช่วยยุติปัญหาเขตแดนทางบกได้เลย และกัมพูชาจะสูญเสียผลประโยชน์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเล ที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าชจำนวนมาก “การแบ่งสัดส่วนนี้ ถ้าตามผู้เชี่ยวชาญจากประเทศออสเตรเลีย ที่รัฐบาลเขมรเคยว่าจ้างให้ทำการศึกษาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน เราสังเกตเห็นว่า สิ่งที่เคยทำข้อตกลงกันไว้ในสมัยของนายทักษิณนั้น จะทำให้กัมพูชาสูญเสียผลประโยชน์มากอย่างแน่นอน เนื่องจากส่วนที่กัมพูชาได้รับเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำมัน มีน้ำมันน้อยนิด ในขณะที่ได้เปอร์เซ็นต์มาก การแบ่งสัดส่วนนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับกัมพูชาเลย”

สื่อกัมพูชาดังกล่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายโกย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา เคยกล่าวว่า การเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในอ่าวไทย ระหว่างกัมพูชาและไทย ทำขึ้นด้วยความต้องการที่จะแบ่งปันผลประโยชน์ทั้งหมดให้เป็นไปอย่างเสมอภาค

ตามรายงานก่อนหน้าของฟิฟทีนมูฟ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินกรุงพนมเปญ เร่งให้สองฝ่ายเจรจาเพื่อนำทรัพยากรน้ำมันและก๊าซในอ่าวไทยมาใช้ประโยชน์ โดยระบุว่า กัมพูชาจะไม่ปล่อยทองคำสีดำไว้ใต้ท้องทะเล จะต้องถูกนำมามีส่วนในการพัฒนาประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชาต่างมีความต้องการน้ำมัน นอกจากนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า กัมพูชาอยู่ระหว่างศึกษาและร่างกฎหมายการจัดการปิโตรเลียม แต่ยังไม่มีกำหนดแล้วเสร็จ

พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการลากเส้นฐานและเขตไหล่ทวีปโดยปราศจากหลักเกณฑ์ของกัมพูชา เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ โดยด้านหนึ่งของเส้นอาณาเขตทางทะเลดังกล่าว ลากคร่อมจุดสูงสุดของเกาะกูดของไทย นายพลลอน นอล ประธานาธิบดีของกัมพูชา ในขณะนั้น ให้เหตุผลว่า เป็นไปตามการเสนอของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทเอกชนที่เสนอขอรับสัมปทานปิโตรเลียมในเขตไหล่ทวีปกัมพูชา

--------------------------------------
  1. សុន ឆ័យ []
  2. គណ​បក្ស​សម​រង្ស៊ី []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website