ฟิฟทีนมูฟ — นายทหารเขมรพื้นที่ปราสาทพระวิหารขอ ผบ.กองกำลังสุรนารี สั่งห้ามคนไทยเข้าใกล้ประตูเหล็กและรั้วที่คร่อมห้วยตานีซึ่งอยู่ในเขตไทย และห้ามไม่ให้ไทยทำการก่อสร้างในเขตพื้นที่ปลอดทหาร
เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา ตามรายงานของสื่อไทยหลายฉบับ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายความมั่นคงในคณะกรรมาธิการทหาร วุฒิสภา ซึ่งนำโดยนายประสงค์ นุรักษ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจพื้นที่ผามออีแดงและบริเวณต่าง ๆ ใกล้ปราสาทพระวิหาร โดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พ.อ.วุฒิ แสงจักร รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และ พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๒๓ ให้การต้อนรับ โดยระหว่างตรวจพื้นที่บริเวณประตูเหล็กข้ามห้วยตานี ซึ่งอยู่ก่อนถึงตลาดร้านค้าชาวเขมร ที่ตั้งอยู่ในเขตไทยก่อนถึงบันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร นายประสงค์ นุรักษ์ ให้ความเห็นว่าควรจะรื้อประตูเหล็กดังกล่าวออกเพราะตั้งอยู่ในเขตไทย ไม่ควรถูกกัมพูชานำไปอ้างสิทธิ์
ขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่ของฟิฟทีนมูฟเปิดเผยว่า ในวันเดียวกัน พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้พบหารือกับคณะนายทหารกัมพูชา ซึ่งประกอบด้วย พล.ท.ซรัย ดึ๊ก รองเสนาธิการร่วมและเป็นผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ ๓ พล.ต.ทล โซะวรรณ รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ ๓ พ.อ.(พิเศษ) พาต โซะเพน หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย จ.พระวิหาร โดยพบหารือกัน ณ ที่ทำการกองร้อยตำรวจรักษาพรมแดนที่ ๗๙๕ จ.พระวิหาร ของกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตลาดเขมร หน้าบันไดทางทิศตะวันตก แหล่งข่าวระบุว่าในการหารือดังกล่าว นายทหารของกัมพูชาได้ขอให้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีสั่งห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวไทยเข้าใกล้บริเวณประตูเหล็กและริมรั้วซึ่งตั้งคร่อมห้วยตานี นอกจากนี้ได้ห้ามไม่ให้ไทยก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในพื้นที่เขตปลอดทหารที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกำหนดขอบเขตไว้ในมาตรการชั่วคราว แหล่งข่าวเปิดเผยอีกด้วยว่า ก่อนหน้านี้กัมพูชาได้มีหนังสือประท้วงมาถึงกองกำลังสุรนารี ห้ามไม่ให้มีนักท่องเที่ยวไทยเข้าไปใกล้ประตูเหล็กดังกล่าว
ประตูเหล็กข้ามห้วยตานี เป็นประตูชั้นแรกจากฝั่งไทย โดยไทยและกัมพูชาถือกุญแจฝ่ายละดอก ภายหลังกัมพูชาได้ปิดตายประตูดังกล่าว จากคำยืนยันก่อนหน้าของ พล.ท.กนก เนตระคเวสนะ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ประตูเหล็กดังกล่าวนี้ตั้งอยู่ในเขตไทย ในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เช่นเดียวกับ ตลาดชาวเขมร ที่ตั้งของที่ทำการกองร้อยตำรวจรักษาพรมแดนที่ ๗๙๕ ตลอดจนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ




เขมรเริ่มตอบโต้การทำงานของคณะอนุกรรมาธิการ (ส.ว.ประสงค์ นุรักษ์) แล้ว
นาทีทองของเขมรมาถึงแล้ว
ฝ่ายไทยอมสากเหมือนเดิม
สะใจไหมครับพีน้อง
ทหารไม่รื้อ….งั้นภาคประชาชนรื้อเอง….
ประเทศไทย ทำอะไรบนผืนแผ่นดินไทยไม่ได้ ก็แสดงว่า แม่ทัพไทยขี้ขลาดตาขาว รัฐบาลไทยทำเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องเท่านั้น แล้วประชาชนอย่างเราๆ จะทำอย่างไรได้นอกจากได้แต่ต่อสู้อย่างประชาชนที่ไม่มีอาวุธอะไร ได้แต่มองๆๆและก็มองๆๆ ซักวันไทยคงเสียดินแดนสมใจไอ้พวกแม่ทัพกับไอ้รัฐบาลขายชาติ
เห็นหัวข่าวแบบนี้แล้วเจ็บแค้น เจ็บใจเข้าไปในหัวใจจี๊ดๆ แต่มันเรื่องจริง รัฐบาลแค่ควายตัวนึงที่ไม่รู้หนักรู้เบา ร้อนหนาว
ทั้งทหารและรัฐบาลไม่มีน่ำยาแล้วยังเป็นหน้าตัวเมียอีก
ถ้ามีอำนาจนะ จะสั่งว่า เอาพื้นที่ของไทยกลับมาให้หมด ตั้งแต่สมัยยอมเสียดินเดนบางส่วน โอเค ผ่าน
สงสัยต้องก่อตั้งกองกำลังประชาชนดำเนินการกันแล้วกะมัง