ฟิฟทีนมูฟ — จนท.เขมร ด่านปอยเปต เผยนักท่องเที่ยว จนท. และผู้ป่วยเดินทางเข้าไทยลดลง หลังการจับกุมสายลับชาวเขมรพร้อมตั้งข้อหาจารกรรม รวมถึงการออกมาประกาศเตือนของฮุน เซน ให้ระวังถูกทางการไทยจับตัว ระบุชาวเขมรที่เข้ามาทำงานและค้าขายในตลาดโรงเกลือลดลงกว่าครึ่ง ขณะที่นักพนันชาวไทยไปเข้าบ่อนเป็นปกติ เขมรเข้มงวดไม่อนุญาต จนท.ที่ไม่มีใบเบิกทางจากต้นสังกัดเข้าไทย
สำนักข่าวซีอีเอ็นของกัมพูชา (๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔) รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนเมืองปอยเปต ระบุชาวกัมพูชาเดินทางเข้าไทยน้อยลง นับจากมีการจับกุมชาวกัมพูชารายหนึ่ง พร้อมกับชาวเวียตนามและชาวไทยในข้อหาจารกรรม รวมถึงการที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษออกหมายจับเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชาอีกราย
นายเซา ปุนริตต์1 หัวหน้าสถานีตำรวจด่านพรมแดนนานาชาติปอยเปต เปิดเผยเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ว่านักท่องเที่ยวและผู้ป่วยชาวเขมรไม่เข้าไปยังประเทศไทยอีก ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนเจ้าหน้าที่กัมพูชายิ่งไม่ต้องการไปยิ่งกว่าชาวบ้านธรรมดา เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งอธิบายว่า “พวกตำรวจเองก็ไม่อยากไป หลังจากที่สมเด็จฯ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน แนะนำให้ระมัดระวังเวลาไปไทย กลัวไทยจับกุมตั้งข้อหาทำการจารกรรม”
หัวหน้าสถานีตำรวจฯ กล่าวอธิบายต่อว่า แม้แต่ชาวเขมรที่ไปทำงานในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ ก็น้อยลงแล้วในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เนื่องจากค้าขายไม่ดี จากสภาพทางเศรษฐกิจและสถานการณ์พรมแดน ตอนนี้มีชาวเขมรเพียง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คนเท่านั้น ที่ไปตลาดโรงเกลือ จากที่ก่อนหน้ามีถึง ๘,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ คน ส่วนแรงงานชาวเขมรที่เดินทางไปทำงานยังประเทศมาเลเซียโดยผ่านประเทศไทยไม่ทราบตัวเลขแน่ชัด ขณะที่คนไทยที่เข้าไปยังกัมพูชาเพื่อเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนต่าง ๆ ยังคงเป็นปกติที่ประมาณ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ คนต่อวัน
ขณะที่ พ.อ.มึง มุนนี2 รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ระบุว่า ปกติผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะมีหนังสือขอไปรักษาพยาบาลในประเทศไทย เดือนละประมาณ ๑๐ ฉบับ แต่ในเดือนนี้มีเพียง ๒-๓ ฉบับเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ราชการที่ต้องการไปไทยถูกตัดชื่อออก หากไม่มีหนังสือเบิกทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพวกเขาจะใช้หนังสือผ่านแดนชั่วคราวแทน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานชายแดนของทั้งสองประเทศยังคงเป็นปกติ




ทีเขมรมันยัดข้อหาจารกรรมให้กับคุณวีระ-คุณราตรีบนแผ่นดินไทยแล้วจับลากเข้าแดนเขมรได้……พอโดนกับตัวเองมาทำโวย ไอ้เขมรต่ำเอ๊ย……
เขมรคือเขมร ใครได้คบเขมรก็รู้เอง บรรยาย อธิบายไม่ถูก เผ่าพันธุ์นี้
มีสุเทพ ทักษิณ ไง ที่เป็นพวกเดียวกะเขมร แต่ สส.ไทยตอนนี้ เป็นแต่เพียง สัตว์ทั้ง 5 ที่ พธม.ติดป้ายไว้ มันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอกครับ โดยเฉพาะ นายก มาร์ค
เข้าเขมรไปดูหลักปักปันเขตแดนถูกจับแน่ทหารไทย รัฐบาลไทยไม่มีปัญญาช่วย ขี้ข้าปชป ก็จะออกมาเข้าไปทำไม ส่วนทหารก็ยังไม่รู้ว่าเขตแดนไทยอยู่ตรงไหน โอกาสติดคุกสมประโยชน์ของพวกมันเป็นไปได้สูง
ส่วนเขมรเข้ามาเที่ยวในไทย หลุมหลบภัยของชาวบ้านบริเวณชายแดนกับที่มั่นทางทหารมันเป็นแหล่งท่องเที่ยวของพ่อมันหรือ คนไทยเข้าไปดูบ้างได้ไหมละ
เบื่อที่จะพูด..แต่ให้สังเกตุดู..การจับกุมของเรากับของเขมรมันช่างต่างกันลิบลับนี้ขนาดหลักฐานที่จับได้
มันจะ.จะ.เลย ความลับทางทหารรั่วขนาดนี้..แต่รัฐมนตรีความมั่นคงยังเฉย..โอ้ยสุดจะบรรยาย
เรา..ประชาชนดูแลตังเองให้ดีก็แล้วกัน
“การจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชาว กพช. ซึ่งลักลอบเข้ามาสำรวจหาพิกัดฐานที่ตั้งทหารไทย รวมทั้งที่ตั้งหลุมหลบภัย และหมู่บ้านชุมชนตามแนวชายแดน ไทย – กพช. ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงเจตนาของ กพช. ที่พยายามคงสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ปราสาทพระวิหารไว้ และไม่ต้องการแก้ไขปัญหากับฝ่ายไทยด้วยแนวทางสันติวิธี เพราะนับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ไทย – กพช. ด้าน จว.ศ.ก. และ จว.ส.ร. ฝ่ายไทยได้ตรวจพบและจับกุมบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นสายลับ กพช. มาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรก ที่บริเวณ บ.ภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จว.ศ.ก. และ ครั้งที่ ๒ ที่บริเวณ บ.หนองคันนา ต.ตา
เมียง อ.พนมดงรัก จว.ส.ร. แต่ไทยได้ให้ความยุติธรรมในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เมื่อพยานหลักฐานไม่ชัดเจนถึงที่สุด จึงได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไป แต่ กพช. กลับไม่หยุดการกระทำที่รุกรานต่อความมั่นคงของไทย โดยยังคงส่งสายลับเข้ามาในพื้นที่อีก จนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เป็นครั้งที่ ๓ พร้อมหลักฐานเป็นแผนที่ทางทหารที่เกี่ยวข้องกับจุดยุทธศาสตร์ของไทย ซึ่งคนทั่วไปไม่สามารถหาได้ จึงเป็นหลักฐานยืนยันอย่างดีว่า กพช. เป็นฝ่ายที่มีเจตนาในการใช้กำลังทหารต่อไทย และไทยไม่เคยรุกรานดินแดน กพช. มาก่อน ตามที่ไทยได้เคยชี้แจงให้ประชาคมโลกทราบไปแล้ว และไทยไม่สามารถยอมรับการกระทำของ กพช. ในลักษณะนี้ได้