ฟิฟทีนมูฟ — กระทรวงการต่างประเทศเขมรออกแถลงการณ์อย่างฉบับไวใส่ความประเทศไทย ระบุทหารไทย ๓๐๐ นายล่วงล้ำดินแดนเขมรสามจุด ขะมุม ช่องคานม้าและภูมะเขือ แถมเปิดฉากยิงปืนใหญ่ลึกเข้าไปในเขมร ๒๐ ก.ม. ทำความเสียหายร้ายแรงกับปราสาทพระวิหาร ทหารและพลเรือนเสียชีวิตกว่าสิบราย บอกการรุกรานแบบโจ่งแจ้งทำให้เขมรไม่มีทางเลือกนอกจากป้องกันตนเอง ระบุมาร์คระรานกระหายสงคราม โว..ฮอร์ได้เตือนกษิตว่าถ้าคุยสองฝ่ายไม่รู้เรื่องต้องไปศาลโลกหรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น มีหน้าพูดอีกเขมรจริงใจหาทางออกสันติกับไทย ตบท้ายเลี่ยงบาลีบังคับให้ใช้แผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐
![]()
แถลงการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ กรณีปะทะกับทหารไทยที่ปราสาทพระวิหาร ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อขยายดูภาพใหญ่)
กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ด่วนถึงขนาดพิมพ์ย่อหน้าผิด ฟิฟทีนมูฟแปลและเรียบเรียงตรงตัว ดังนี้
——————–
แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ ระหว่างเวลา ๑๕.๐๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น. ทหารไทยประมาณ ๓๐๐ นาย ได้เข้ามายังดินแดนกัมพูชาและโจมตีทหารกัมพูชา ๓ จุด คือ ขะมุม1 ตั้งอยู่ห่างบันไดปราสาทพระวิหาร ๕๐๐ เมตร พื้นที่คานม้า2 และภูมะเขือ3 ตั้งอยู่จากเส้นเขตแดนเข้ามาในแผ่นดินกัมพูชา ๑,๑๒๐ เมตร และ ๑,๖๐๐ เมตร ตามลำดับ การรุกรานโดยทหารไทยนี้ ตามด้วยการยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๓๐ ม.ม. และ ๑๕๕ ม.ม. ลึกเข้ามาในดินแดนกัมพูชาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร การโจมตีเป็นผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงจำนวนมาจากต่อปราสาทพระวิหาร มรดกโลก เช่นเดียวกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารกัมพูชาและชาวบ้านกว่าสิบราย
เผชิญหน้ากับการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทหารกัมพูชาไม่มีทางเลือก แต่ต้องตอบโต้ป้องกันตนเองและภายใต้คำสั่งให้ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน
การรุกรานนี้ยืนยันการสร้างเหตุแห่งสงครามของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ซึ่งเรียกร้องเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๐๑๑ ว่ากัมพูชาต้องปลดธงออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา และประกาศเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ ว่า “การใช้กำลังเป็นทางเลือกสุดท้าย….รัฐบาลไม่กลัวที่จะทำสงครามกับกัมพูชา” คำแถลงทำขี้นคู่ขนานกับการซ้อมรบของทหารไทยด้วยปืนใหญ่ที่ชายแดนประชิดกัมพูชา ทั้งหมดนี้ตัดสินความก้าวร้าวของนายกรัฐมนตรีประเทศไทย
พึงระลึกว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๔ กุมพาพันธ์ ๒๕๕๔ ฯพณฯ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้แนะนำกับ ฯพณฯ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย ที่ การประชุมคณะกรรมการร่วมความร่วมมือทวิภาคี ครั้งที่ ๗ ว่า ทั้งสองประเทศควรแก้ปัญหาพรมแดนโดยเฉพาะพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น หากการทำความตกลงไม่สามารถเป็นไปได้ผ่านช่องทางทวิภาคี
กัมพูชาดำเนินการอย่างจริงใจในการที่จะหาทางออกที่สันติกับประเทศไทยต่อการจัดทำหลักเขตแดนตามเอกสารตามกฎหมายที่มีอยู่ซึ่งทั้งสองประเทศจะต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม กัมพูชารักษาสิทธิตามกฎหมายที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน
พนมเปญ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑
——————–




เล่นกันกุ๊ยก็ต้องใช้อำนาจและความรุนแรง
มันออกแถลงการณ์เร็วแบบนี้เห็นได้ชัดว่ามีการเตรียมสร้างเรื่องนี้มาก่อนแล้ว….ไม่ใช่อยู่ๆก็ยิงเข้ามา
เกรงว่ารัฐบาลไทยจะตามเกมมันไม่ทัน
ชินแล้วสันดานเขมรเป็นแบบนี้แหละงอแงไปเรื่อย จัดหนักๆ ดูซิมันจะออกกี่ฉบับ ไม่มีอะไรน่าสนใจ ที่เราแพ้เพราะตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเขมร แต่ละคนแกล้ง โง่ เซ่อ ขี้ขลาด เพราะผลประโยชน์ชาติต้องทีหลังผลประโยชน์กรูต้องมาก่อน ถ้าทุกคนเอาชาติเป็นหลัก จะไม่มีเหตุการร์อะำไรเกิดขึ้นมาหรอก มันเริ่มมาแต่สมัยแม้วแล้ว
เขมรมันฉลาด วางแผนให้รัฐบาลไทย ตกอยู่ใต้คำตัดสินของ ICJ
ซึ่งไม่มีใครเคยสนใจ ยอมรับคำตัดสินของหน่วยงานนี้ นอกจากกรณี
เขาพระวิหาร ภายใต้การบริหารรัฐบาลไทย ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อหลายสิบปีก่อน
การพบกับกษิตตอนเช้า ยิงกับไทยตอนบ่าย แล้วรีบยื่นหนังสือถึง UN
มองอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นอกจากจะวางแผนเล่นงานไทยมาอย่างดี
ไหนจะอ้างดุ่ยๆว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของเขมร ทั้งที่แต่ละจุดก็ล้วนแต่เป็นพื้นที่ของประเทศไทย
มีภาพมีหลักฐานชัดเจนว่า ไทยครอบครองที่ดังกล่าว แต่หลังจากทำ MOU43
แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็นำมาอ้างตลอด กอดไว้ ว่ามีแล้วทำให้ไทยไม่เสียดินแดน
ถ้าอ่านจม.ร้องถึงยูเิอ็นออก หวังว่าคุณอภิสิทธิ์ และคนในรัฐบาลจะตาสว่างหรือปัดสวะเสียที
แก้ไขปัญหานี้ให้ฉลาดและรักษาผลประโยชน์ของชาิิติ ให้ฉลาดเหมือนกับเขมรเค้าบ้างก็จะดี
แผ่นดินของไทย ผลประโยชน์ของคนไทย โดนเขมรทำลาย ยึดครอง อ้างสิทธิเอาดื้อๆแบบนี้
ถ้ายังทำเป็นมองไม่เห็น หลอกลวงประชาชน อนาคตของประชาธิปัตย์หมดแน่
อย่าเอาการเมือง พรรค มาทำให้ชาติเสียหาย ขอเตือนไว้
บทพิสูจน์มาซะทีว่า ทหารไทยจะรบเป็นไหม หรือ ปฏิวัติเป็นอย่างเดียว อยากรู้โว้ยยยยยย
สะใจ
หน้ากากของ..พวกเดรัจฉานขายชาติ…ขายแผ่นดิน..โผล่ให้เห็น…แล้ว.ตัวแล้ว..ตัวเล่า…..อัปปรีย์จริงๆ…ไอ้พวกเดรัจฉานขายชาติ…..หน้าด้านเหลือทน…น่าสังเวชจริงๆ…ประเทศไทยยามนี้…..