เขมรโร่ส่งหนังสือฟ้องยูเอ็นเหตุปะทะไทย

ฟิฟทีนมูฟ – ฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศเขมร ส่งจดหมายด่วนถึงมนตรีความมั่นคงยูเอ็น รื้อหนังสือเดิม ๘ ส.ค. ๕๓ ร้องเรียนไทยรุกราน บุกรุกและโจมตีกัมพูชาสามจุด ทำความเสียหายกับพลเรือนและปราสาทพระวิหารเมื่อ ๔ ก.พ. และไทยตื่นแต่เช้ามืดยิงปืนใหญ่เข้าใส่ภูมะเขือ ๕ ก.พ. ยกศาลโลก กฎบัตรยูเอ็น และข้อตกลงอาเซียนขึ้นอ้าง ลากยาวถึงข้อตกลงสันติภาพปารีส ขอให้ส่งหนังสือเวียนถึงทุกประเทศสมาชิกมนตรีความมั่นคง

หนังสือร้องเรียนของนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กรณีการปะทะกับทหารไทยเมื่อวันที่ ๔ และ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕
หนังสือร้องเรียนของนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กรณีการปะทะกับทหารไทยเมื่อวันที่ ๔ และ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อขยายดูภาพใหญ่)

นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่งหนังสือร้องเรียนถึงคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กรณีการปะทะกับทหารไทยเมื่อวันที่ ๔ และ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ด้วยความเร่งรีบพิมพ์ข้อ ๓. ซ้ำสองครั้ง ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงตรงตัว ดังนี้

——————–

     อ้างถึงหนังสือลงวันที่ ๐๘ สิงหาคม ๒๐๑๐ ของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ส่งถึง ฯพณฯ วิตาลี เชอร์กิน1 ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และ ฯพณฯ อาลี อับดุสซาลาม เตรกี2 ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ในปี ค.ศ. ๒๐๑๐ กระผมใคร่จะนำความสนใจของท่านมายังสถานการณ์ปะทุที่ชายแดนระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ดังนี้:

     เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ ระหว่างเวลา ๑๕.๐๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น. ทหารไทยประมาณ ๓๐๐ นาย ได้เข้ามายังดินแดนกัมพูชาและโจมตีทหารกัมพูชา ๓ จุด คือ ขะมุม ตั้งอยู่ห่างบันไดปราสาทพระวิหาร ๕๐๐ เมตร พื้นที่คานม้า และภูมะเขือ ตั้งอยู่จากเส้นเขตแดนเข้ามาในแผ่นดินกัมพูชา ๑,๑๒๐ เมตร และ ๑,๖๐๐ เมตร ตามลำดับ การรุกรานโดยทหารไทยนี้ ตามด้วยการยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๓๐ ม.ม. และ ๑๕๕ ม.ม. ลึกเข้ามาในดินแดนกัมพูชาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  การโจมตีเป็นผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงจำนวนมาจากต่อปราสาทพระวิหาร มรดกโลก เช่นเดียวกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารกัมพูชาและชาวบ้านกว่าสิบราย

     อีกครั้ง ในเช้าวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ เวลา ๐๖.๓๐ น. กำลังทหารไทยได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ ม.ม. จำนวนหนึ่งที่ภูมะเขือ เป็นเวลาประมาณ ๒๐ นาที

     เผชิญหน้ากับการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทหารกัมพูชาไม่มีทางเลือก แต่ต้องตอบโต้ป้องกันตนเองและภายใต้คำสั่งให้ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

      ให้กระผมได้ย้อนเตือนความจำว่าประเทศไทยได้กระทำการรุกรานต่อกัมพูชาในสามโอกาสก่อนหน้า กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๐๐๘ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๐๐๘ และ วันที่ ๓ เมษายน ๒๐๐๙ ในพื้นที่วัดแก้วสิกขาครีรีสวาระ ช่องคานม้า ภูมะเขือ และตาเส็ม ทั้งหมดนี้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร การรุกรานด้วยอาวุธเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อมนุษย์ เช่นเดียวกับความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะต่อปราสาทพระวิหารซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๐๐๘

     การรุกรานซ้ำต่อกัมพูชาโดยประเทศไทยได้ละเมิดเครื่องมือทางกฎหมายดังต่อไปนี้:

           ๑. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)  เมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๑๙๖๒

          ๒. ข้อ ๒.๓, ๒.๔ และ ๙๔.๑ ของกฎบัตรสหประชาชาติ

         ๓. สนธิสัญญาทางไมตรีและความร่วมมือ3 (TAC) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อ ๒ ซึ่งกัมพูชาและประเทศไทยเป็นภาคี มีดังนี้:

    • มีความเคารพต่อกันในความเป็นเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ของชาติของทุกชาติ
    • ยุติความแตกต่างและข้อพิพาทด้วยสันติวิธี
    • สละสิทธิที่จะคุกคามหรือใช้กำลัง

         ๓. ข้อตกลงซึ่งคำนึงต่ออธิปไตย ความเป็นเอกราช บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่อาจล่วงล้ำ ความเป็นกลาง ความเป็นเอกภาพของชาติของกัมพูชา ข้อ 2.2c, 2.2d ของข้อตกลงสันติภาพปารีส ในปี ค.ศ.๑๙๙๑

ต่อการรุกรานซ้ำที่ครึกโครมโดยประเทศไทยนี้  กระผมจะพึงใจอย่างสูงหาก ฯพณฯ จะนำเวียนหนังสือนี้ไปยังทุกชาติสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นแห่งสหประชาชาติในฐานะเอกสารอย่างเป็นทางการ

ฯพณฯ โปรดรับ เป็นหลักประกันต่อการความวิตกกังวลอย่างสูงสุดของกระผมและด้วยความเคารพ

ฮอร์ นัมฮง

——————–

--------------------------------------
  1. Vitaly Churkin []
  2. Ali Abdussalam Treki []
  3. The Treaty of Amity and Cooperation []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website