ฟิฟทีนมูฟ – กต. เขมรกร้าวไม่ยอมถอดธงเหนือวัดแก้วระบุพื้นที่วัดแก้วเป็นของกัมพูชา มั่วแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นผลงานของคณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส ยกคำตัดสินศาลโลกเกินขอบเขตมั่วกินพื้นที่ ๔.๖ ยก MOU43 ของประชาธิปัตย์ ข้อ ๑ (ค) ตบหน้ามาร์คย้ำชัด ๆ ไทยยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นหลักฐานตามกฎหมาย ชี้หนังสือมารค์และการซ้อมรบจงใจยั่วยุและหาเรื่องจะรบกับกัมพูชา
![]()
โทรสารตอบโต้ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาถึงไทย ต่อกรณีไทยเรียกร้องให้ถอดธงที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ ส่งเวลา ๑๐.๕๔ น. (คลิกเพื่อดูขนาดใหญ่)
เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกคำประกาศตอบโต้หนังสือเรียกร้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีขอให้กัมพูชาถอดธงชาติออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โดยกัมพูชาตอบโด้ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ยอมรับไม่ได้และเหยียดหยามกัมพูชา กัมพูชายกอ้างแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ จำนวน ๑๑ ระวาง ซึ่งหมายรวมถึง ตอนที่ ๖ ดงรัก ว่าเป็นผลงานของคณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส อ้างศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าได้ใช้แผนที่นี้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารกัมพูชา และย้ำว่าวัดแก้วฯ ซึ่งสร้างโดยชาวกัมพูชาในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ตั้งอยู่ในแผ่นดินกัมพูชา ธงชาติจึงโบกสะบัดเหนือวัดแก้วฯ โดยถูกกฎหมาย ทั้งระบุว่าไทยได้ยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นหลักฐานทางกฎหมายในการสำรวจและจัดทำหลักเขต ตาม MOU 43 ข้อ ๑ (ค) กัมพูชากล่าวหาว่าแถลงการณ์ของนายอภิสิทธิ์และการซ้อมรบที่ริมชายแดน เป็นการยั่วยุและสร้างเหตุจะทำสงครามกับกัมพูชา และกัมพูชามีสิทธิ์ปกป้องตนเอง ฟิฟทีนมูฟแปลและเรียบเรียงตรงตัว ดังนี้
——————–
แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ
เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ได้เรียกร้องว่ากัมพูชาต้องถอดธงชาติออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศปรารถนาจะยืนยันดังต่อไปนี้
– เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๐๔ ฝรั่งเศสและไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาเพื่อตั้งคณะกรรมการผสมปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม ในห้วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๐๕ ถึง ๑๙๐๘ คณะกรรมการร่วมฝรั่งเศส-สยาม ได้จัดทำแผนที่ทั้งสิ้น ๑๑ ระวาง รวมถึงระวางหนึ่งซึ่งปักปันตอนที่ ๖ ซึ่งเป็นพื้นที่ของปราสาทพระวิหาร
- ใน ปี ค.ศ. ๑๙๕๔1 ทหารไทยได้รุกล้ำแผ่นดินกัมพูชาและยึดครองประสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙2 กัมพูชาได้ฟ้องคดีล่วงละเมิดนี้ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อาศัยโดยหลักการตามแผนที่ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการผสมฝรั่งเศส-สยามที่อ้างถึงข้างต้น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๒3 ดังนี้
“…ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา;”
“ประเทศไทยอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องถอนทหาร หรือตำรวจ หรือยามอื่น หรือผู้เฝ้าดูแลที่ประจำการโดยประเทศไทยที่ปราสาท หรือบริเวณใกล้เคียงบนแผ่นดินกัมพูชา;”
- ข้อ ๑ (ค) ของบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐบาลแห่งของราชอาณาจักรไทยในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ลงนามวันที่ ๑๔ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๐๐4 เช่นกันได้ยอมรับแผนที่ซึ่งอ้างถึงข้างต้นในฐานะเป็นหลักฐานตามกฎหมายสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย
– ตามแผนที่ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการผสมฝรั่งเศส-สยาม วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ สร้างโดยประชาชนกัมพูชาในปี ค.ศ. ๑๙๙๘5 เป็นที่ชัดเจนว่าตั้งอยู่ในแผ่นดินกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ ธงของราชอาณาจักรกัมพูชาโบกสะบัดเหนือพระเจดีย์โดยถูกกฎหมาย
– แถลงการณ์เช่นนั้นโดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคู่ขนานกับการฝึกซ้อมทางทหารที่ชายแดนประเทศกัมพูชา เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการยั่วยุและสร้างเหตุที่จะทำสงคราม6 เพื่อจะรุกรานประเทศกัมพูชาในอนาคต กัมพูชาสงวนสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของตนเอง
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศปรารถนาที่จะเน้นย้ำว่าแถลงการณ์โดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนี้ เป็นสิ่งซึ่งยอมรับไม่ได้ และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อเรียกร้องซึ่งเหยียดหยาม
พนมเปญ, ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
——————–




อืม.. จะดูนายกฟายออกมาแก้ตัว ว่าหมู43มันมีประโยชน์ (อะไรทุกวันนี้ยังไม่รู้เลย ถามมันก็ไม่เคยบอก) คงดีต่อพวกมันเป็นแน่
ว่าแล้วไหมล่ะ บอกแล้วบอกอีกจนปากฉีกมันก็ไม่เชื่อ
ดันทุรังแบบนี้เชิญไปเร่ร่อนอยู่กับหน้าเหลี่ยมได้แล้ว คุณสุดหล่อ
เป็นไงหล่ะท่านนายก ทำตามที่ พธม.เขาบอกทีแรกก็ไม่เชื้อ แล้วยังจะไปเถียงเขาอีก ท่านฝ่ายความมั่นคง ดูซิ ว่ามันมีประโยชน์ตรงใหนบ้างกับประเทศสยาม ถ้าอ่านแล้วเอากลับไปคิดมาใหม่นะครับก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินไห้อยู่